วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สอบธัมมชโยคดีเช็ค ดีเอสไอนัด10มี.ค.โยงใครโดนหมด

สอบธัมมชโยคดีเช็ค ดีเอสไอนัด10มี.ค.โยงใครโดนหมด

  • Share:

ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โต้ “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” อดีตประธานฯ โกหก เรื่องคืนเงินที่นำไปบริจาคธรรมกาย “บิ๊กต๊อก” ลั่นไม่ลำบากใจ ลุยสอบหมดอะไรที่เกี่ยวข้องพัวพันการยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ยินดีส่งหลักฐานถ้าทางสงฆ์ขอ “ไพบูลย์” เปิดใจยอมยุติบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา เพราะหวั่นมีเหตุป่วนเมือง โวปลุกสังคมตื่นตัว ลั่นตรวจสอบต่อ

หลังจากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. ออกมาประกาศยุติบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปฯ โดยอ้างว่าได้ทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนาเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยอมย่นย่อให้คณะกรรมการชุดนี้สรุปผลงานและรายงานเนื้องานต่อประธาน สปช. เพราะได้รับรายงาน ว่าฝ่ายต่อต้านการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ต้องการให้มีการปฏิรูปกิจการในพระพุทธศาสนา มีการระดมพลด้วยกลุ่มผลประโยชน์หลายกลุ่ม และอาศัยสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นให้เกิดความวุ่นวาย แล้วโยนมาให้คณะกรรมการชุดนี้ว่าเป็นต้นเหตุทั้งหมด เพื่อจะขยายผลทำลายกระบวนการที่กำลังตรวจสอบเรื่องเงินสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องและคดีพระธัมมชโย ที่โยงใยถึงบุคคลกลุ่มใหญ่

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อคณะกรรมการฯ ประเมินแล้วเห็นว่า ได้ทำงานและสามารถเปิดโปงเบื้องหลังพร้อมปลุกกระแสสังคมให้ตื่นตัวต่อเรื่องนี้ในวงกว้าง ก็เห็นว่าควรส่งมอบงานต่อประธาน สปช. เพื่อตัดเงื่อนไขและข้อขัดแย้ง ถือเป็นการใช้กลยุทธ์ล่องเรือล่อเกาทัณฑ์ตามตำราสามก๊ก และประสบความสำเร็จในการทำงาน เพราะวันนี้คดีความทางโลกกำลังได้รับการแก้ไข ส่วนเรื่องสงฆ์ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปจัดการกันเองเมื่อรู้ปัญหาแล้ว ซึ่งกรณีนี้ดูเหมือนว่าตนจะแพ้ แต่ไม่แพ้ และอีกฝ่ายดูเหมือนจะชนะแต่ก็ไม่ชนะ ยืนยันว่าตนและภาคประชาสังคมจะยังทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปอย่างเต็มที่ในฐานะ สปช.

ในส่วนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่ดีเอสไอและ ปปง.กำลังติดตามเส้นทางเงินที่ถูกยักยอกไปและยังพบว่ามีสหกรณ์อีกหลายแห่งส่อเค้าว่าจะพังพาบไปด้วย เพราะเอาเงินมาลงทุนกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯนั้น พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.กล่าวถึงกระบวนการสอบเส้นทางการเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่าจะโยงใคร สถาบันไหนสอบหมด ต้องเคลียร์ให้ผู้เสียหายพอใจ สอบทุกจุด ถ้ามีหลักฐาน มีบัญชีว่าเข้าไปเกี่ยวโยง ใครเชื่อมโยง จะปรากฏเป็นองค์กร สถาบัน สั่งสอบหมด และสั่งแถลงข่าวทุกสัปดาห์ เปิดเผยให้หมดห้ามปิดบัง ต้องรายงานตนทุกสัปดาห์ ต้องเห็นใจผู้เสียหาย เพราะนั่นคือเงินออมของเขา เป็นอย่างนี้จะเดินต่อไปอย่างไร เราก็ต้องอดทนชี้แจง ที่ผ่านมาดีเอสไอ และผู้ที่มีหน้าที่ก็ไม่สบายใจ ในการเข้าตรวจค้นมาหลายปีแล้ว เมื่อถามว่า เรื่องนี้มีไปเกี่ยวโยงกับวัดพระธรรมกายและธัมมชโย พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ดีเอสไอทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เชื่อมโยงถึงใครก็ต้องสอบทั้งนั้น

รมว.ยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สมมติว่าผิด ใครเกี่ยวข้องทางธรรมก็จะไปจัดการเอง เราทำแค่ทางโลก สอบว่าผิดก็คือจบ อย่าไปพูดว่าหากการสอบของดีเอสไอ และ ปปง. พบว่าผิด แล้ววัดจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ผิดก็ผิด ถูกก็คือถูก ส่วนความขัดแย้งของสงฆ์ปล่อยเป็นเรื่องของสงฆ์ ตนมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย บังเอิญคนในสถาบันสงฆ์มาเชื่อมโยงในสิ่งที่คิดว่าผิดแค่นั้นเอง เรื่องของสงฆ์ไปว่ากันเอง ใครต้องการผลสอบก็ว่ามา เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมทุกคนไม่เกี่ยวทางสงฆ์ ยกเว้นเขามาขอหลักฐานเพื่อประกอบทางสงฆ์ก็ว่ามาถ้าคิดว่าเกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ออกมาแถลงชี้แจงว่า ได้คืนเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนไปจนครบแล้ว นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯคนใหม่ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะข้อเท็จจริงเมื่อปี 2557 สหกรณ์ฯได้ฟ้องคดีแพ่งเพื่อติดตามทรัพย์สิน กับนายศุภชัย วัดพระธรรมกาย ธัมมชโย และ พระครูปลัดวิจารณ์ ธีรางกุโร รวมเป็นเงิน 937 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้มาจากการตรวจสอบบัญชีที่จ่ายออกไป แต่ข้อเท็จจริงเงินอาจลดลงหากพิสูจน์ว่าวัดไม่ได้รับ หากได้เงินคืนเราคงไม่ฟ้อง แล้วที่ระบุว่ามีหลักฐานจากรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชี ได้ตรวจสอบไปแล้วก็ไม่พบ เป็นห่วงว่าการออกมาแถลงแบบนี้จะเป็นผลลบกับนายศุภชัยมากกว่า

วันเดียวกัน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ดีเอสไอ เผยความคืบหน้าคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า หลังจาก พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ดีเอสไอ หัวหน้าชุดตรวจสอบความเชื่อมโยง ระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรม–กาย ได้เข้าตรวจเส้นทางการเงิน ทำให้ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังตรวจสอบเช็ค 878 ฉบับที่ออกโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ไปให้วัดพระธรรมกายและบริษัทอื่นๆเป็นกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มนิติบุคคลที่มีการสลักหลังเช็คว่า โอนไปให้นิติบุคคลต่างๆ หลังจากนี้จะเรียกทุกกลุ่มมาสอบปากคำทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีนัดหมายเรียกสอบพยานบุคคลและนิติบุคคล ที่มีชื่อรับเช็คเงินสดจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเข้าให้ปากคำ แยกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 พระครูปลัดวิจารณ์ ธีรังกุโร นัดเข้าให้ปากคำในวันที่ 9 มี.ค. พระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย นัดเข้าให้ปากคำในวันที่ 10 มี.ค. พระมนตรี สุตาภาโส นัดเข้าให้ปากคำในวันที่ 11 มี.ค. และนายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล นัดเข้าให้ปากคำในวันที่ 13 มี.ค.

กลุ่มที่ 2 เป็นนิติบุคคล 32 แห่ง กำหนดการสอบปากคำตั้งแต่วันที่ 9-19 มี.ค. ประกอบด้วย บ.โกลบอล อินทริเกรทเจ็ด โซลูชั่น จก. บ.คอนคัท จก. บ.จีไอเอส เอ็นจิเนียริ่ง จก. บ.ซัน สเปช มัลติซิสเทมส์ จก. บ.ซีบีเค กรุ๊ป จก. บ.ไซแมกซ์ เทคโนโลยี จก. บ.ทศยุทธ จก. บ.ที ไอ พี สตีล จก. บ.ที ไอ พี เมทรูฟ จก. บ.ธาริกัน จก. บ.นิติกุล เอ็นจิเนียริ่ง จก. บ.ปิติพงษ์ เอ็นจิเนียริ่ง จก. บ.เพมโก้ อินเตอร์ไลท์ จก. บ.เพอร์เฟ็คท์ ออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์ จก. บ.มหาจักร ดีเวลลอปเมนท์ จก. บ.ยู.เอส.ซี.จก. บ.วี.อาร์.แฮนด์เดิล จก. บ.เวลคราฟท์โปรดัคส์ จก. บ.อัสโก้ จก. บ.อุปกรณ์ส่องสว่าง จก. บ.เอช พอยท์ จก. บ.เอเวอร์เฟรช คอร์ปอเรชั่น จก. บ.เกียรตินพเก้า จก. หจก.บ.กิตติพัฒน์ หจก.เอส. เอ็น.เอส.ดับบลิว. เซอร์วิส หจก.กลอรี่ เซอร์วิส โซลูชั่น บ.แสนศิริสุข จก. บ.ออนเนอร์ (เอชวีเอซี) 1999 จก. หจก.ปรีดาการช่าง บ.เอส.ซี.บี.เอ็นจิเนียริ่ง จก. บ.พรหม–ปิยดิษฐ์ จก. และ บ.เอ็มโฮม เอสพีวี 2 จก.

กลุ่มที่ 3 นัดสอบปากคำในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ได้แก่ บ.ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จก. บ.เรพ ฟลอร์ จก. บ.ไลท์ แอ็ท เวิร์ค จก. และ บ.ไอ บิวท์ ออโตเมชั่น จก. ส่วน บ.เอฟบีไอ (ประเทศไทย) จก. การไฟฟ้า นครหลวง น.ส.ธัญญา พูลเพิ่ม และ น.ส.ประกายดาว คำงาม นัดสอบปากคำในวันที่ 23 มี.ค.นี้ และ น.ส. สลักจิต อินทราเวช นายศักดิ์เกษม จามรดิลก และนายสมัคร วิชาพร นัดเข้าให้ปากคำในวันที่ 24 มี.ค.นี้

ส่วนกรณี นายยุคล วิเศษสังข์ อายุ 30 ปีผู้ดำเนินรายการเปิดประเด็นร้อน ของสำนักข่าวทีนิวส์ นายธนาวุฒิ ฤทธิอักษร อายุ 30 ปี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ และนายทศฤทธิ์ วัฒนราษฎร์ อายุ 37 ปี ช่างภาพสำนักข่าวทีนิวส์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของโรงพยาบาลกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคาร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ รพ.กรุงเทพ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้สูญเสียอิสรภาพตามที่บุคคลทั้ง 3 คนได้ปฏิบัติหน้าที่การเป็นสื่อมวลชน เข้าไปสัมภาษณ์ นพ.มโน เลาหวณิชย์ อดีต ผอ.สำนักการศึกษาและสำนักวิเทศสัมพันธ์ ด้านการต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย ที่อ้างว่าเข้ามานอนรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พ.ต.อ.หญิง ฉัตรแก้ว วรรณฉวี พงส.ผทค. สน.มักกะสัน เปิดเผยวันเดียวกันนี้ ว่ามอบหมายให้ ร.ต.อ.หญิง ขณิษฐา เทพนวล พงส.สน.มักกะสันเป็นผู้ทำคดี ในส่วนของเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ได้สอบสวนผู้เสียหายทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียกสอบผู้ใดเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้ระบุชื่อบุคคลใด คงต้องรอหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่ผู้เสียหายระบุว่าจะนำมามอบให้พนักงานสอบสวนเท่านั้น หลังจากพนักงานสอบสวนได้ภาพมาแล้ว จะเชิญผู้ที่ปรากฏในภาพมาสอบสวนต่อไป แต่ รพ.กรุงเทพ ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกลับแต่อย่างใด เพียงแต่มอบหมายให้ตัวแทนของ รพ.มาลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้