วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จาตุรนต์'เชื่อสภาขับเคลื่อน ผูกปมสืบทอดอำนาจ

'จาตุรนต์'เชื่อสภาขับเคลื่อน ผูกปมสืบทอดอำนาจ

  • Share:

"จาตุรนต์" ซัดตั้งสภาขับเคลื่อน–กก.ยุทธศาสตร์ปฏิรูป เอาแนวทางผู้ที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนไม่มีส่วนร่วม เพื่อสืบทอดอำนาจ ผูกปมเงื่อนตายสังคม วางระบบการปกครองไม่เป็นประชาธิปไตยไปอีกยาวนาน แนะคสช.-รัฐบาล เปิดรับฟังประชาชนเห็นต่างมากขึ้น ด้านสปช.หนุนตั้ง สภาขับเคลื่อนฯ-กก.ยุทธศาสตร์ฯ...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงร่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ โดยสมาชิกมาจาก สปช. สนช. และผู้ทรงคุณวุฒิว่า การปฏิรูปในหลายๆ ด้านอย่างมาก โดย สปช.มันเป็นเรื่องผิดตั้งแต่ต้นแล้ว ความจริง สปช. ควรทำเฉพาะเรื่องที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่ทำหลายๆ เรื่องอย่างที่ทำอยู่ เพราะไม่ได้มาจากประชาชน และไม่มีช่องทางไหนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นแนวทางปฏิรูปของ สปช. จึงไม่เป็นจริงไปได้ และไม่สอดคล้องผลประโยชน์ประชาชนด้วย เมื่อมีคณะมาขับเคลื่อนการปฏิรูป เท่ากับเอาแนวทางของผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่มีการมีส่วนร่วมของประชาชน มากำหนดให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องทำตาม เท่ากับเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช. และองค์กรต่างๆ ที่เป็นความต่อเนื่องจากการรัฐประหาร

"กรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฎิรูปแห่งชาติ มี สปช. และ สนช. อยู่ในนั้นด้วย จริงๆ แล้วมันก็คือการสืบทอดอำนาจอย่างเดียวกัน เพียงแต่ว่ามันมีความชัดเจนขึ้น สืบทอดอำนาจกลุ่มคนเดียวกันอย่างชัดเจน เมื่อเป็นอย่างนี้ก็จะทำให้ในอนาคต หลังมีรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ก็ต้องทำตามแนวทางปฏิรูปเหล่านี้ โดยไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองได้ ตามความต้องการของประชาชน เท่ากับเรากำลังวางระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยให้อยู่ไปอีกยาวนานนั่นเอง เนื่องจากการรัฐประหาร ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิรูปได้อยู่แล้ว และย่ิงปิดกั้นความคิดเห็นของประชาชน ย่ิงไม่มีทางเกิดอะไรที่จะสอดคล้องผลประโยชน์ประชาชน ย่ิงทำให้ล้าหลัง ตอบสนองผลประโยชน์ของคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น" นายจาตุรนต์กล่าว

เมื่อถามว่าการบริหารงาน คสช. และรัฐบาลที่ผ่านมาได้ครึ่งทาง ร่างรัฐธรรมนูญที่ใกล้แล้วเสร็จ สะท้อนอะไรในอนาคตได้แล้วหรือยัง นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีทิศทาง ไม่มีจุดมุ่งหมาย ในการแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างแท้จริง เมื่อ คสช.เข้ามายึดอำนาจแล้ว โดยใช้ข้ออ้างแก้ปัญหาความขัดแย้ง กฎหมายที่ไม่เป็นกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ของรัฐบาลก่อน ต่อมากลายเป็นว่า แก้ปัญหาด้านๆ ปฏิรูปทุกด้าน แต่ไม่พูดถึงวิสัยทัศน์ ทิศทางที่ชัดเจน ไม่ได้วิเคราะห์ถึงปัญหา ของสังคมไทยเสียก่อน ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เห็นต่างได้แสดงความเห็น การดำเนินการจึงสะเปะสะปะ ไม่มีทางที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อถามว่ามองว่าการทำงานของ คสช.และรัฐบาล ที่มาถึงครึ่งเทอมแล้ว จะเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เนื่องจากไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มีนโยบายที่ชัดเจน และขาดคนที่จะจัดการในการบริหารประเทศแล้ว ผู้ที่มาทำหน้าที่ต่างๆ ยังสร้างปัญหาขึ้นมามากขึ้นอีกด้วย แต่ที่สำคัญระบบหรือกฎกติกาที่กำลังสร้างขึ้น ทั้งการปฏิรูป และการร่างรัฐธรรมนูญกำลังผูกปมให้เป็นเงื่อนตายของสังคมไทย เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างขึ้นนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย ทำให้ประชาชนไม่มีอำนาจใดๆ เลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่จะมาบริหารต่อไป ก็จะไม่สามารถตอบสนองความต้องการประชาชนได้ และยังมีเรื่องความไม่ยุติธรรมเต็มไปหมดในกฎกติกาต่างๆ เท่ากับว่าขณะนี้กำลังมีการสร้างระบบ กติกา ที่นำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นไปอีกในอนาคต ส่ิงที่จำเป็นเวลานี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้น คือต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นได้มากๆ ไม่ใช่ปิดการแสดงความคิดเห็นอย่างที่เป็นอยู่

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช.สัดส่วนปกครองท้องถิ่นและนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายท้วงติง กมธ.ยกร่างฯเตรียมจัดตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติจากสมาชิก สปช. สนช.และผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปต่างๆ ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจต่อว่า ส่วนตัวมองว่าในภาวการณ์ปัจจุบันประเทศยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ และที่ผ่านมานักการเมืองระดับชาติหรือพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคไหน เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลก็มักใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาอำนาจและเอื้อผลประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้อง การกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนฯ และกรรมการยุทธศาสตร์ฯ จึงถือเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องมีองค์กรใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่เพื่อปฏิรูปต่อให้สำเร็จตามที่ คสช.ตั้งเป้าหมายไว้ ถือเป็นองค์กรถ่วงดุลอำนาจหนึ่ง จึงไม่ใช่การสืบทอดอำนาจอย่างที่เข้าใจ ทั้งนี้ตนเชื่อว่า ในสปช. และ สนช. ยังมีคนดีๆ ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นกลางและเป็นธรรมเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ แต่ขอให้กรรมการที่คัดสรรเลือกคนที่ดีจริง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้