วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำไมผู้หญิงชอบเชื่อเรื่องดวง (2) จับผิดหมอดู

ทำไมผู้หญิงชอบเชื่อเรื่องดวง (2) จับผิดหมอดู

โดย ครูเคท
8 มี.ค. 2558 05:30 น.
  • Share:

ตอนที่แล้ว ครูเคทพูดถึงเรื่องที่ว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะเชื่อคำทำนายทายทักต่างๆ อยู่แล้ว ตามทฤษฎี Forer Effect คือ คนเราจะชอบตีความอะไรที่มันเบลอๆ ไม่ชัดเจนให้เข้าทางตัวเองอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกว่า คำทำนายเหล่านั้นแม่นมาก ตอนนี้เราลองมาจับผิดหมอดู หรือฝึกการอ่านคำทำนายอย่างมีสติกันดีกว่า จะได้ไม่ต้องตะพึดตะพือเชื่อเขาหมดเสียทุกเรื่อง

ถ้าอยากจะทันคนทันเกมของหมอดู ก็ต้องรู้หลักการในการเป็นหมอดูแม่นๆ หรือผู้ทำนายทาย (ทึก) ทัก ที่ผู้คนหลงเชื่อสนิทใจกันหน่อย หลักการที่ว่า คือ "อึมครึม พูดเรื่องดี ดูมีมูล ราศีสง่าน่าเชื่อถือ"

ที่ว่าอึมครึมนั้น ก็คือการพูดอะไรกว้างๆ ไม่ถูกไม่ผิด ไม่มัดตัว ฟังๆ ดูใกล้เคียงกับประสบการณ์ปกติของผู้คน เช่น ข้อความทำนายดวงตามเดือนเกิด ในนิตยสารสตรี "...ขอให้คุณระวังสุขภาพเกี่ยวกับระบบขับถ่าย หรือได้รับข่าวไม่ค่อยดี เกี่ยวกับสุขภาพของคนที่คุณเคารพนับถือ ให้ระวังของหายให้มากๆ อาจจะต้องเสียเงินในเรื่องที่ไม่อยากเสีย หรือไม่เช่นนั้นคุณจะเสียความรู้สึกอย่างมากกับคนที่คุณรัก หรือเพื่อนรักก็ได้ค่ะ..." ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบขับถ่ายเป็นเรื่องอึมครึมมากๆ แม้แต่คนที่ธาตุดี ขับถ่ายปกติทุกเช้า ก็อาจมีการขับถ่ายที่ไม่เหมือนกันในแต่วัน ประโยคนี้เป็นประโยคที่ทำให้คนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องการขับถ่ายเกิดการฉุกคิดเป็นตุเป็นตะ เริ่มเห็นจริงไปตามนั้นว่า วันก่อนถ่ายเหลวกว่าปกติ วันก่อนไม่ขับถ่าย เป็นต้น (แค่นี้คำทำนายก็แม่นเปรี๊ยะ) การได้รับข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับสุขภาพของคนที่เคารพนับถือ คนเราก็ต้องมีพ่อแม่ญาติพี่น้อง แค่ใครสักคนบ่นปวดหัวให้ได้ยิน หรือจามฟึดเดียว คุณก็เชื่อมโยงกับคำทำนายอัน (เชื่อว่า) แม่นยำได้แล้ว เรื่องของหาย วันๆ คนเราก็หาไอ้นู่นไอ้นี่ไม่ค่อยเจอกันอยู่แล้ว และชอบซื้อข้าวของแบบไม่รู้ตัว พอได้สติก็มักจะคิดว่าไม่น่าซื้อมาเล้ย แม่นตามคำทำนายอีกแล้วครับท่าน

หลักการข้อที่สอง คือ พูดเรื่องดี คือ พูดเรื่องเชิงบวก เพราะคนเรามีแนวโน้มชอบฟังเรื่องดีๆ เกี่ยวกับตัวเองมากความเรื่องลบ (แต่ถ้าเรื่องของชาวบ้าน เรื่องลบก็ชอบฟัง) เช่น ประโยคนี้ "...คุณจะได้รับความสมหวังในสิ่งที่รอคอย ความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามเป็นอย่างมาก จะได้รับการสนองตอบ..." ประโยคนี้ใครอ่านก็เห็นตามนั้น เพราะคนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง แต่ความหวังของคนเรานั้น มีมากมายหลายร้อยเรื่อง คนปกติจะไม่ค่อยจำเรื่องผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ แต่จะจำความสุข ความพึงพอใจเรื่องที่สมหวัง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ยังมีความสุข ส่วนประโยคเกี่ยวกับความสำเร็จอันเกิดจากความพยายามนั้น เป็นข้อความเป็นเหตุเป็นผลที่คุ้นชิน สมองไม่ต้องวิเคราะห์อะไรต่อก็เชื่อไปแล้ว นอกจากนี้ สภาวะอารมณ์ของผู้อ่านนิตยสารในขณะนั้น ส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายๆ อารมณ์ดี (เพราะถ้าอารมณ์เสีย คนเรามักจะไม่อ่านหนังสือ อ่านไปก็ไม่รู้เรื่อง) จึงมีการตีความในเชิงบวกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ประโยคเหล่านี้มีแนวโน้มตรงใจกับการตีความของคนอ่าน หรือคนฟังสูงมาก จึงรู้สึกว่า ใช่เลย แม่นมาก

หลักการข้อที่สาม คือ ดูมีมูล มีความเป็นไปได้สูง เช่น "... คุณจะได้พบกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานๆ ในเร็วๆ นี้" คนเรามีวงเพื่อนหลายวง คือเพื่อนที่เจอกันทุกวัน เช่น เพื่อนที่ทำงาน วงเพื่อนสนิท แต่ไม่ได้เจอกันทุกวัน เพราะต่างคนต่างมีภาระทำงานคนละที่ แต่อาจนัดกินข้าวกันบ่อยๆ วงเพื่อนที่เป็นคนรู้จัก ซึ่งมักเจอกันตามงานต่างๆต่างกรรมต่างวาระ ดังนั้น ไอ้เพื่อนที่ไม่ได้พบกันนานๆ เราก็มักจะนึกถึงเพื่อนที่แฮงเอ้าต์ด้วยกัน หรือเจอกันตามงาน ซึ่งไม่ได้เจอทุกวัน แต่มีโอกาสเจอเร็วๆ นี้สูง พอเจอกันก็ทำให้นึกถึงคำทำนาย ว่าแม่นจริงๆ


หลักการสำคัญข้อสุดท้าย คือ ราศีสง่าน่าเชื่อถือ นี่เป็นเรื่องของบุคลิกลักษณะของคนที่เป็นหมอดู ไม่จำเป็นต้องสวย หล่อ แต่ต้องดูดีเหมือน "มีของ" เช่น สุขุม พูดน้อย (พูดมากก็พลาดมาก) แต่งกายสะอาด สุภาพ น่าเชื่อถือ หรือไม่ก็แต่งให้ดูขลังไปเลยแบบพ่อมดหมอผีเซอร์ๆ สักยันต์เต็มตัว ต้องมีพร็อพประกอบให้น่าเชื่อถือ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป ยันต์ ของขลัง ภาพถ่ายกับคนดังๆ ภาพลักษณ์ของสื่อก็สำคัญ เช่น คำทำนายจะน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้าพิมพ์ในนิตยสารที่น่าเชื่อถือ สื่อมัลติมีเดียและออนไลน์ต่างๆ ต้องมีการออกแบบให้สุขุมแบบลึกลับ เฉดทึมๆ ขาว ดำ เทา หรือสูงส่ง แบบภาพท้องฟ้า แสงสีขาว หรือรัศมีสีทอง อะไรทำนองนี้ เป็นต้น

คราวหน้า หากจะอ่านคำทำนายอะไร ก็ลองตั้งสติอ่าน และนำหลักการข้างต้นไปใช้ในการวิเคราะห์ดู จะได้ไม่หลงเชื่ออะไรเขาไปทั้งหมด นอกจากนี้ อย่าอ่านเฉพาะคำทำนายที่เกี่ยวกับตัวเรา ลองอ่าน คำทำนายเดือนเกิด หรือราศีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของเราบ้างก็จะพบว่ามันก็ตรงกับเราได้ทุกข้อเหมือนกันค่ะ

ปรึกษากับ ครูเคท ติดต่อ KruKate Counseling Center ได้ที่ หรือ www.krukate.com

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้