วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กมธ.ยกร่างฯเมิน ไอเดียเว้นวรรค

กมธ.ยกร่างฯเมิน ไอเดียเว้นวรรค

  • Share:

สปช.ชําแหละรธน. มาราธอน10วันรวด วิปยํ้าให้ออกมาดูดี

“บิ๊กตู่” สวดแม่น้ำ 5 สายอย่าวุ่นวายนัก ขู่ทุกวันนี้ ชีวิตก็แขวนบนเส้นด้ายอยู่แล้ว ลั่นขอเป็นผู้ตัดสินชะตาเองใครอยู่-ใครไป เมินโมเดลเว้นวรรค 2 ปี ลบครหาสืบทอดอำนาจ กมธ.ยกร่างฯ คว่ำสูตร “เจษฎ์” แล้ว อ้างยึดตาม รธน.ชั่วคราวเว้นวรรคแค่ 36 อรหันต์ รธน. เจ้าของไอเดียไม่ผิดหวัง “บิ๊กตู่” เมินความหวังดี สปช.นัดมาราธอนชำแหละร่าง รธน. 10 วันรวด “ประสงค์” สอนมวย กมธ.ต้องใช้ รธน.แบบไทยไม่ใช่ลอกฝรั่งมังค่าเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ แนะนายกฯใช้อำนาจเบ็ดเสร็จขุดรากถอนโคนสิ่งตกค้าง

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไม่รับลูกข้อเสนอให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรคการเมือง 2 ปี เพื่อลดครหาการสืบทอดอำนาจ ล่าสุด กรรมาธิการยกร่าง รธน.มีมติ

ทูตผู้ดีจี้ใช้ ก.ม.เป็นกลางปราบโกง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่ห้องบอลรูม บี โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดสัมมนาโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และ CoST International Secretariat โดยนายมาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไทยก้าวย่างอย่างกล้าหาญตามมาตรฐานโลกเข้าร่วม CoST สร้างความโปร่งใส ปลดห่วงโซ่การคอร์รัปชัน ทำให้เกิดการใช้ภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิธีจัดการคอร์รัปชัน ทำให้ประชาชนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ระบบ อุปถัมภ์ การคอร์รัปชันมักจะเกิดในระบบราชการและการบริหาร เมื่อมีข้อบังคับเปิดเผยข้อมูล พฤติกรรมการทุจริตจะเกิดได้ยาก บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ กฎหมายต้องไม่ทำเพียงบางส่วน ให้เกิดประโยชน์แค่คนบางกลุ่มหรือแค่คดีเล็กๆ เท่านั้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริตต้องเป็นกลาง ปราศจากอคติและการเมือง

“บิ๊กตู่” ไม่ปลื้มไทยทุจริตที่ 85

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดสัมมนาว่า การต่อต้านการทุจริตถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ไม่มีรัฐบาลไหนทำ เจตนาตนไม่ได้เข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์หรือสืบทอดอำนาจ จำเอาไว้ ปี 57 ดัชนี ชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของไทยอยู่ที่ลำดับ 85 ใน 175 ประเทศ ยังไม่น่าพอใจ แต่คงเป็นเรื่อง ยาก ภาครัฐทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน ต้อง ไม่ใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด หรือสร้างความขัดแย้ง ความโปร่งใสต้องเกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว เพราะมีเวลาน้อย สร้างคนให้มีคุณธรรม ในองค์กรที่มีจริยธรรม ขับเคลื่อนระบบด้วยหลักธรรมาภิบาล บนหลัก 3 ป. “ป้องกัน ปราบปราม ปลุกจิตสำนึก” และมีสัญญาที่มีคุณธรรม ส่วนข้าราชการต้องดูแลระบบราชการไม่ให้การเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมานักการเมืองไม่เคยเซ็นอะไรสักอย่าง คดีที่อยู่ทุกวันนี้ คอยดูเถอะ ข้าราชการโดนเป็นจำนวนมาก วันนี้งบประมาณบางคนมาเบิกจ่ายไปหมดแล้ว แต่ติดปัญหาข้างล่าง ไม่กล้าให้จัดซื้อจัด จ้าง กลัวโดนกล่าวหาว่าทุจริต ขอให้เชื่อมั่น กฎหมายพิเศษที่ว่า ตนเก็บไว้ใช้กับคนไม่ดี เก็บไว้กับคนที่ พูดไม่รู้เรื่อง

ลั่นประชาชนไม่ต้องการก็จะไม่อยู่

นายกฯกล่าวว่า วันก่อน มีนักข่าวมาถามว่า มีผลงานอะไรบ้าง ถามแบบนี้อยากชกหน้า ทำมา ตั้งเยอะ พูดมาตั้งเยอะ ไม่ฟัง จะยอมเจ็บคอต่อไป พูดจนกว่าจะฟัง ตนยังไม่ได้ไปยึดอำนาจใคร ไม่ได้ไปทรมานใคร แทบโอ๋กันเลย ไม่ได้เชิญคนมา 3-4 พันคนอย่างที่พูดกัน เรียกมา 3-4 ร้อยคนเท่านั้น ให้ความเป็นธรรมทุกคน คุมตัวก็พวกที่มีคดีทั้งสิ้น จัดการพวกที่หนีคดีไปเท่านั้น ยอมรับว่าเหนื่อย แต่สู้ได้ ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่สำเร็จยังไม่ไป ใครไม่ชอบ หน้าตนบอกมา จะได้จบๆสักที ถ้าประชาชนไม่ต้องการก็ไม่อยู่แล้ว ทำให้ขนาดนี้ไม่เอาอีก

ชี้ชะตาเอง 5 แม่น้ำใครอยู่-ใครไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องภาษีก็เช่นกัน เถียงกันไปเรื่อย เดือดร้อนกันไปหมด อย่าห่วงตนมีคำตอบอยู่แล้ว ส่วนเรื่องแม่น้ำ 5 สายอย่าวุ่นวายมากนัก ใครอยู่ ใครไปให้ยึดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว และเดี๋ยวตนเป็นคนตัดสินเอง ส่วนการยกร่างฯยังไม่ได้อะไรเลยก็ตีกันอีก อย่าใจร้อน เดี๋ยวเสียของ เรื่องสตรีก็เช่นกัน ยืนยันให้ความเท่าเทียม ทุกวันนี้ชีวิตแขวนบนเส้นด้ายอยู่แล้ว หยุดความขัดแย้งได้แล้ว ก่อนสายเกินไป สีไหนตนไม่สนใจ ถ้าเราดูแลเขาดี วันนี้ไปในบางพื้นที่มีคนห้าม พอ ไปก็ไม่เห็นเขาจะว่าอะไร

“บิ๊กป้อม” หวังเจ้าของไอเดียจะเข้าใจ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพูดไปหมดแล้ว ยืนยันไม่มีสืบทอดอำนาจ ถ้าไปทำเช่นนั้นต่อไปจะไม่มีคนมาทำงาน พอหมดหน้าที่ก็หมดเลย 2 ปี ก็ไม่มีใครแล้ว ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีชี้แจงแล้วคิดว่าคนที่สนับสนุนให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรคการเมือง 2 ปีน่าจะเข้าใจ

เมื่อถามว่า มีความกังวลกันว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ไม่เป็นประชาธิปไตย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่จบ เพราะเมื่อร่างเสร็จแล้วต้องเข้าสู่การพิจารณาของ สปช.จากนั้นก็ คสช.สุดท้ายก็จะเข้าสู่ ครม. ซึ่งรัฐบาลและ คสช. รับฟังข้อท้วงติงทั้งหมดเพราะเป็นภาพใหญ่

ใจเย็นรอร่างฯถึง คสช.ค่อยว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางของรัฐบาลกับคณะกรรมาธิการยกร่าง รธน.ไม่ตรงกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องมาดูกันอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ แต่เมื่อมาเข้าสู่การพิจารณาของ คสช. ก็ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนการประชุมแม่น้ำทั้ง 5 สาย ในวันที่ 11 มี.ค.ยังไม่มีการหารือถึงเรื่องดังกล่าว ขอให้ใจเย็นๆ ปล่อยให้คณะกรรมาธิการยกร่างดำเนินการตามโรดแม็ป ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง รธน.ฉบับนี้สกัดกั้นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ก็ไม่มีเพราะคณะกรรมาธิการฯมีบุคคลทั่วไปก็จะพิจารณาดูว่าในอดีตที่ผ่านมา รธน.ใช้แล้วมีปัญหาอะไร เพื่อมาแก้ไขไม่ให้ติดขัดเหมือนกับที่ผ่านมา

“บิ๊กโด่ง” ชี้สถานการณ์ตัวกำหนด

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวว่า เร็วเกินที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะทุกเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติอะไร เป็นเพียงการเสนอแนวคิดกันทั้งนั้น ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งขณะนี้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว เราเพียงติดตามการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆต่อไป แม่น้ำ 5 สายไม่มี เจตนาสืบทอดอำนาจ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ต้องคิดรอบด้าน ไม่มีใครต้องการแสวงหาอำนาจ แต่บางอย่างมีกรอบความจำเป็นในเรื่องสถานการณ์ชาติบ้านเมือง ที่ต้องมาคิดกัน

“เจษฎ์” ไม่ผิดหวัง “บิ๊กตู่” เมิน

นายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ออกมาระบุไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี แต่ให้ยึดตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์เห็นตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเกิดภายใต้ คสช.ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกผิดหวัง เพราะเวลาที่เรานำเสนอสิ่งใดไปก็คิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ถ้าหากสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและยังยืนยันที่จะเดินหน้าเสนอประเด็นห้ามแม่น้ำ 5 สายดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลา 2 ปีต่อที่ประชุมกมธ.ยกร่างฯ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องการสร้างความบั่นทอนจิตใจแก่บุคคลที่ทำหน้าที่แต่อย่างใด

“จาตุรนต์” ชง 4 ข้อเว้นวรรค

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “ใครควรเว้นวรรค ไม่เว้นวรรค” ว่า การเสนอให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรค เป็นเรื่องมีเหตุผล แต่บรรดาผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่อยู่ในแม่น้ำ 5 สาย ไม่น่าจะต้องเว้นวรรคทางการเมืองไปเสียทุกคน เราควรเสนอเรื่องที่สำคัญในทางหลักการสัก 2-3 เรื่อง 1.ไม่ควรห้ามบุคคลเหล่านี้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหากบุคคลเหล่านี้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรแล้ว ก็ไม่ควรห้ามให้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าอาจมีการร่างรัฐธรรมนูญให้เอื้อประโยชน์แก่บางพรรคหรือบางพวก แต่ในเมื่อเขาได้รับเลือกตั้งจากประชาชนก็ต้องยอมรับเขา 2.ผู้ที่ไม่มีส่วนโดยตรงกับการร่างรัฐธรรมนูญหรือการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรต้องถูกตัดสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีขึ้น 3.ผู้ที่มีหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญและผู้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญควรเว้นวรรคจากการดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และวุฒิสภา เว้นแต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้องค์กรอิสระและวุฒิสภามีที่มาจากการเลือกตั้ง หรือมีการยึดโยงกับประชาชนทั่วไป 4.ผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.และองค์กรอื่นในแม่น้ำ 5 สาย ไม่ควรรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เรื่องนี้อาจไม่จำเป็นต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แค่ให้บุคคลเหล่านี้ประกาศเองเลยว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯที่ไม่มาจากการเลือกตั้ง

พท.ไม่ค้าน สปช.–สนช.ลงเลือกตั้ง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่อยากให้จำกัดสิทธิแม่น้ำ 5 สาย อยากให้คนที่เป็น สปช. และ สนช. ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.หรือ ส.ว.ได้ ถ้าลงสมัครเลือกตั้งจะไม่ถือเป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะการเลือกตั้งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ถ้ามาด้วยระบบสรรหาก็ไม่สมควร เนื่องจากไม่ตรงกับหลักประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ ส่วนกรณีที่กรรมการ ป.ป.ช. 5 คนขอต่ออายุตัวเองนั้น ไม่เห็นด้วย ความจริงเมื่อรัฐธรรมนูญปี 50 จบไปแล้ว ป.ป.ช.ต้องจบไปด้วย วันนี้เมื่อกรรมการ ป.ป.ช.จะหมดวาระ อายุครบ 70 ปี ก็ต้องออกไป จะต่ออายุตัวเองไม่ได้ ต้องสรรหาคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน อยากให้ คสช.ใช้อำนาจพิเศษแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช.ขึ้นมาใหม่ 5 คน จะเป็นธรรมมากกว่าต่ออายุคนเก่า

“นิพิฏฐ์” หนุน “เจษฎ์” เต็มสูบ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะอนุกรรมาธิการร่างบทเฉพาะกาล เสนอให้เว้นวรรคหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองแม่น้ำ 5 สายเป็นระยะเวลา 2 ปีว่า ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการสืบทอดอำนาจ ฉะนั้นการแสดงเจตนาต่อสังคมว่าจะไม่มีการสืบทอดอำนาจ ถือเป็นการสร้างกติกาที่ดีที่สุดให้กับประเทศ โดยคนที่สร้างกติกานั้นไม่ได้มีส่วนได้เสียในสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าหากไม่มีการแสดงเจตนาออกมาแสดงว่าผู้ที่ร่างกติกามีเจตนาว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2558 มีผลบังคับใช้

ต่ออายุ ป.ป.ช.อำนาจอยู่ที่ คสช.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 5 คน ขอต่อระยะเวลาการดำรงตำแหน่งว่า การต่ออายุหรือไม่เป็นอำนาจของ คสช.ไม่ใช่อำนาจนายกฯหรือรัฐบาล คนที่จะดำเนินการต้องคิดด้วยเหตุด้วยผล ต้องคิดถึงความรู้สึกของสังคม และไม่คิดว่า ป.ป.ช.จะห่วงเรื่องคดีความ แต่ต้องการส่งสัญญาณให้สังคมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้นจริงๆ กรรมการ ป.ป.ช. 4 คนที่เหลือยังทำงานได้ เพียงแต่เวลาโหวตออกมาเสียงอาจแปลกประหลาดอย่างมติ 3 ต่อ 1 สังคมอาจคิดว่าน้อยไปอาจเกิดความคลางแคลงใจได้ สังคมจะเชื่อมั่นหรือไม่กับคน 4 คน ที่มีหน้าที่บอกว่าใครผิดใครถูก

“บวรศักดิ์” นำทีมแจง รธน.ต่อ สปช.

เมื่อเวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม โดยมีวาระพิจารณาร่างบทบัญญัติบทเฉพาะกาลที่เหลืออยู่รวมทั้งมาตราที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายบวรศักดิ์ได้แจ้งให้สมาชิกทราบว่า ได้มีการขออนุญาตนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.ว่าจะขอนำ กมธ.ยกร่างฯไปนำเสนอภาพรวมของการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งหมดในการประชุม สปช.วันที่ 10 มี.ค. ซึ่งนายเทียนฉายก็รับปาก ทั้งนี้การนำเสนอภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งหมดไม่ได้เป็นการสื่อสารเฉพาะ สปช.เท่านั้นแต่จะเป็นการสื่อสารให้คนทั้งประเทศที่อยากทราบความคืบหน้าของการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วย

ตั้งสภาขับเคลื่อน–กก.ยุทธศาสตร์ปฏิรูป

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงภายหลังการประชุมกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณา ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ 1 สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้รอการพิจารณาไว้อยู่ในมาตรา ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 120 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจาก สปช.จำนวน 60 คน สนช. จำนวน 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆจำนวน 30 คน และให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ ไม่เกิน 50 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยจะต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกและกรรมการตามอำนาจหน้าที่อื่นรวมทั้งเรื่องอื่นที่จำเป็นให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ คือ ขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอแนะในการปฏิรูปต่อรัฐสภา ครม.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในด้านต่างๆ

ลากยาว สปช.–ยกร่างฯถึงวันเปิดสภา

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า สำหรับบทเฉพาะกาล มาตรา 306 ให้ สปช.และคณะกมธ.ยกร่างฯสิ้นสุดลงในวันเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก จากเดิมที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดให้พ้นวาระหลังจากรับธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ เท่ากับว่าจะทำหน้าที่ต่อไปอีกประมาณ 7 เดือน เหตุผลก็เพื่อประโยชน์ในการจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่จำเป็น และกำหนดห้าม กมธ.ยกร่างฯดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองภายใน 2 ปีนับจากวันที่พ้นตำแหน่ง

คว่ำไอเดีย “เจษฎ์”–เว้นวรรคแค่ยกร่าง

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของนายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯที่เสนอตัดสิทธิทางการเมืองแม่น้ำ 5 สาย ผ่านความเห็นชอบหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดย กมธ.ส่วนใหญ่เห็นว่า สปช.มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะช่วงต้นที่มีการเลือกตั้ง กมธ.ยกร่างฯ 20 คน และเสนอแปรญัตติเท่านั้น ส่วนเนื้อหาอื่น กมธ.ยกร่างฯ เป็นยกร่างฯ เป็นผู้พิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย จึงเห็นว่า ควรตัดสิทธิเฉพาะ กมธ.ยกร่างฯเท่านั้น เนื่องจากมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 กมธ.ยกร่างฯทราบล่วงหน้า แต่ สปช.และส่วนอื่นๆไม่ได้รับรู้มาก่อนว่า เมื่อมาดำรงตำแหน่งแล้วต้องตัดสิทธิทางการเมือง

เมื่อถามว่า การตั้ง สปช.และ สนช.เข้ามาเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ แต่เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ ยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ได้จัดตั้งองค์กรดังกล่าวขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกในการควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด

วิปแจงปม “เทียนฉาย” ยอมตาย

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงว่า กรณีที่สื่อพาดหัวในทำนองว่า “เทียนฉายยอมตายถ้ารัฐธรรมนูญมีตำหนิ” หรือ “รัฐธรรมนูญมีตำหนิ เทียนฉายยอมตายเสียดีกว่า” สิ่งที่พูดไปนั้นไม่ได้หมายความว่า จะเอาตัวเองไปเป็นประกันในทำนองว่า ถ้ารัฐธรรมนูญมีตำหนิ ท่านจะต้องยอมตาย แต่ความหมาย สำคัญคือในฐานะที่เป็นประธาน สปช. และรับผิดชอบ สปช. ยืนยันต่อประชาชนว่า จะพิจารณารัฐธรรมนูญในชั้น สปช.ให้ออกมาดี เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด แก้ปัญหาของประเทศให้ได้ดีที่สุด ส่วนใครจะเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะ มีตำหนิอย่างไร เป็นเรื่องของแต่ละพรรค แต่ละกลุ่มการเมืองที่จะมีมุมมอง

นัดชำแหละร่าง รธน. 10 วันรวด

นายวันชัยกล่าวอีกว่า ระหว่างวันที่ 17-26 เม.ย. รวม 10 วัน ให้สมาชิกอภิปรายเกี่ยวกับร่างรธน. ส่วนกรณีที่นายเทียนฉายยอมรับเงื่อนไขการเว้นวรรคทางการเมืองของแม่น้ำ 5 สาย เป็นเวลา 2 ปี ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนด หากออกมาว่าให้เว้นวรรค ก็เชื่อว่าสมาชิก สปช.ก็พร้อมปฏิบัติ หรือหากออกมาโดยไม่ระบุ ก็พร้อมทำตามเช่นกัน ในวันที่ 11 มี.ค. สปช.จะเป็นเจ้าภาพการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ โดยจะนำเสนอ วาระการปฏิรูปประเทศทั้ง 36 วาระ ต่อที่ประชุมและเพื่อหารือถึงแนวทางต่างๆเพื่อให้มีความเห็นออกมาให้เป็นเอกภาพ ในทิศทางเดียวกัน

ศาล ปค.ค้าน รธน.ให้เกษียณ 65 ปี

นายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญมีการแก้ไขให้ตุลาการในศาลยุติธรรม รวมถึงตุลาการศาลปกครอง เกษียณอายุราชการเมื่อมีอายุ 65 ปี ว่าที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดมีมติไม่เห็นด้วย โดยศาลเห็นว่าคุณสมบัติของตุลาการศาลปกครองจะแตกต่างจากตุลาการในศาลยุติธรรม โดยผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในศาลปกครองชั้นต้น นอกจากจะมีอายุไม่น้อยกว่า 35 ปีแล้ว ยังต้องเคยดำรงตำแหน่งในหน่วยราชการในระดับ 8 มาไม่น้อยกว่า 3 ปี ทำให้ผู้ที่จะสอบเข้าเป็นตุลาการศาลชั้นต้นจะมีอายุไม่น้อยกว่า 40 ปีขึ้นไปทั้งนั้น ระยะเวลาในการที่จะสร้างความเชี่ยวชาญ จนมีความชำนาญในการพิจารณาคดีก็จะเหลือน้อย ฉะนั้นการกำหนดว่าให้เกษียณอายุ 65 ปี แต่ยังให้ไปเป็นตุลาการอาวุโสได้เหมือนศาลยุติธรรมคงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับตุลาการศาลปกครอง เช่นเดียวกับตุลาการศาลปกครองสูงสุด ถ้าประกาศรับจากบุคคลภายนอกเลยส่วนใหญ่ก็จะเป็นบุคคลที่มีอายุไม่น้อยกว่า 60 ปี เข้ามาแล้วก็จะเหลือระยะเวลาทำงานน้อย

“ประสงค์” สอนมวย กมธ.ยกร่าง

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยกร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบันว่า ขณะนี้ไม่อยากแสดงความคิดเห็นมาก รัฐธรรมนูญไม่ใช่ยาวิเศษใดๆ แต่เป็นเครื่องมือป้องกันรักษา ขณะนี้สถานการณ์ทุกอย่าง รากเหง้าของปัญหายังไม่ได้ขุดขึ้นมาจัดการ คนมีอำนาจรัฐต้องจัดการ ขุดรากถอนโคนสิ่งไม่ดีที่เป็นสาเหตุการเข้ามายึดอำนาจให้เสร็จสิ้นก่อน และรัฐธรรมนูญก็ร่างไป สำหรับการร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องร่างโดยคำนึงถึงประเทศไทย ประชาชนคนไทย ที่ต้องเป็นผู้ใช้ ไม่ใช่ไปเอาประเทศฝรั่งมังค่า เยอรมัน อังกฤษ ที่ไหนมา ต้องร่างสำหรับคนไทย ร่างสำหรับประเทศไทย ฝรั่งเขาก็ร่างเพื่อคนของเขา จะตามแบบฝรั่งทั้งหมดไม่ได้

เมื่อถามว่ารูปแบบการเลือกตั้งแบบเยอรมันไม่เหมาะกับไทยใช่หรือไม่ น.ต.ประสงค์กล่าวว่า ไม่ควร แล้วนี่ยังจะไปดูงานที่เยอรมันกันอีก ไปกันใหญ่ ความจริงตนไม่อยากพูดอะไรมาก เดี๋ยวจะด่ากันเปล่าๆ

แนะนายกฯเป็นตัวของตัวเองให้มาก

ต่อข้อถามว่า ต้องการให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในการปฏิบัติหน้าที่ปฏิรูปประเทศขณะนี้อย่างไรหรือไม่ น.ต.ประสงค์กล่าวว่า นายกฯเป็นทหารมีจิตสำนึก เข้ามาทำงานนี้แล้วก็ควรจะทำอะไรให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก่อนที่จะพ้นจากอำนาจไป ขุดรากถอนโคนสิ่งที่มันยังตกค้าง การเมืองไม่เหมือนการทหาร การทหารมันหน้าเดียว แต่การเมืองเยอะแยะ เพราะนายกฯเป็นทหารมา ไม่คุ้นเคยกับการเมือง เข้ามาแล้ว ท่านก็ต้องอดทน เอาเป็นว่า ขอให้นายกฯเป็นตัวของตัวเอง ทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง คำปรึกษาหารือจากคนใกล้ชิดต่างๆนั้น ใคร่ครวญให้ดีก่อนตัดสินใจมิฉะนั้นเวลาเกิดความเสียหายทั้งหมดจะโทษนายกฯคนเดียว ตนให้กำลังใจนายกฯอยู่ตลอดเวลา

ส.นักข่าวไม่พอใจนายกฯจะชกปากสื่อ

นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพ และการปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แม้จะไม่ได้พูดกับผู้สื่อข่าวโดยตรง แสดงความอึดอัดใจต่อการทำหน้าที่นายกฯที่ต้องตอบคำถามของสื่อมวลชน ก็ถือว่าเป็นท่าทีที่ไม่เหมาะสมของผู้นำฯ เพราะการบอกว่าอยากชกปากนักข่าวที่ถามคำถามเรื่องผลงานของรัฐบาล ได้สะท้อนทัศนคติที่เป็นลบต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ก็สามารถหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่ไม่เอื้อต่อบรรยากาศทางการเมืองของประเทศได้ด้วยคำอื่นๆ

ส่ง ป.ป.ช.ฟัน สนช.จ้างญาติ

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธาน สพม.แถลงการณ์ถึงกรณีที่ สนช.แต่งตั้งคู่สมรส บุตร และเครือญาติ ให้เป็นผู้ปฏิบัติงานให้ สนช. ว่า สพม.มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นเห็นว่า สนช.กลุ่มนี้ควรออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชน และต้องคืนเงินงบประมาณแผ่นดินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนคืนมาทั้งหมด และการปฏิบัติดังกล่าวอาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามการประกาศ สนช. เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2557 เรื่องการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้แก่ สนช. และ สพม.จะส่งเรื่องแถลงการณ์ในนี้ไปยัง ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ปชป.ป้อง ป.ป.ช.ลุยคดีเยียวยาม็อบ

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทยโจมตี ป.ป.ช.ไล่ล่าพรรคเพื่อไทย ทำลายตระกูลชินวัตร หลังเตรียมแจ้งข้อกล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีการจ่ายเงินเยียวยาผู้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2557 ว่า พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ควรให้เกียรติองค์กรตรวจสอบ เพราะ ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่บนพื้นฐานของกฎหมาย การระบุเช่นนี้ถือเป็นการพูดเพื่อดิสเครดิต หากทำตามกฎหมายคงไม่มีใครจะไปไล่ล่า เมื่อใดที่ได้ประโยชน์ก็เงียบ แต่พอเสียประโยชน์ก็ออกมาตีโพยตีพายให้ร้ายองค์กรอิสระในทันที

ผุด 3 ทีมคลี่ปมสัมปทานรอบ 21

ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับนโยบายการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชน ที่นำโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต รมว.ต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ว่า ได้รับข้อเสนอของภาคประชาชนที่สานต่อจากมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2558 ที่ขอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน 3 คณะ โดยมีองค์ประกอบฝ่ายละไม่เกิน 10 คน ได้แก่ 1.คณะทำงานทบทวนการจัดสรรทรัพยากรปิโตรเลียม ทบทวนโครงสร้างและราคาก๊าซและน้ำมันสำเร็จรูป ทบทวนนโยบายเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และแก้ไขผลประโยชน์ทับซ้อน 2.คณะทำงานเพื่อแก้ไขกฎหมาย ได้แก่ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และกฎหมายเกี่ยวกับพลังงานและผลประโยชน์ทับซ้อน 3.คณะทำงานดูเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชนและสุขภาวะอนามัยชุมชน

ขณะที่ น.ต.ประสงค์กล่าวว่า ในนามภาคประชาชนขอขอบคุณ ม.ล.ปนัดดาที่อำนวยความสะดวกให้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน และหากไม่มีวันนี้บ้านเมืองคงแตกแยกกัน

โอดลูกสาวถูกอ้างชื่อวิ่งเต้นเข้า ตร.

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานสตรีสากลประจำปี 2558 ที่เมืองทองธานีว่า อยากให้ผู้หญิงร่วมขับเคลื่อนประเทศช่วยกันคิด ไม่อยากให้ทะเลาะกัน ต้องจัดระเบียบการเมืองให้ดี ลดขัดแย้งก่อน ปฏิรูปและแก้โครงสร้าง อยู่ที่ทุกคน ถ้าปล่อยทุกอย่างเป็นเสรี มันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม ยืนยันว่ารัฐบาลส่งเสริมความเสมอภาค แต่เรื่องสัดส่วนจะใช้ทุกเรื่องไม่ได้เพราะมีข้อจำกัด บางเรื่องยังต้องให้ผู้ชายเป็นผู้นำ เช่น ทหารในกองทัพ แต่เรื่องการพัฒนาอยากให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาท โดยเพิ่มบทบาทสตรีในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ให้มากขึ้น ส่วนนักการเมืองหญิงชายต้องไปดูว่า สมัครเท่าไหร่ ได้รับเลือกเท่าไหร่ และขอยืนยันว่า ตนไม่เคยมีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ใครเอาชื่อไปแอบอ้างอย่าพูดปากเปล่าไปหามา วันก่อนมีการอ้างชื่อลูกสาวตนไปสมัครตำรวจ ลูกสาวอยู่บ้านไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไอ้คนก็โง่ให้มันหลอก

สารวันสตรีชาย-หญิงเสมอภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีสารเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ระบุตอนหนึ่งว่า วันที่ 8 มี.ค.ของทุกปีเป็นวันสตรีสากล รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความเสมอภาค ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคม ปรับเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิด และเจตคติของคนในสังคมให้มีการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นมนุษย์ของทั้งสตรีและบุรุษ ส่งเสริมเจตคติด้านความเสมอภาคซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์

ศาล ปค.โชว์ผลงานรอบ 14 ปี

เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมด้วยนายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง และนายวชิระ ชอบแต่ง รองโฆษกศาลปกครอง ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานของศาลปกครอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปี โดยนายหัสวุฒิกล่าวว่า นับแต่ศาลปกครองเปิดทำการ ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2544 จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2558 มีคดีเข้าสู่ศาลทั้งสิ้น 104,673 คดี ซึ่งในปี 2557 ที่ผ่านมา มีคดีเข้าสู่กระบวนวิธีพิจารณาคดี ทั้งสิ้น 8,949 คดี เป็นคดีของศาลปกครองสูงสุด 2,576 คดี และเป็นคดีของศาลปกครองชั้นต้น 6,373 คดี ทั้งนี้ มีคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จ 8,455 คดี ส่วนแผนกคดีบริหารงานบุคคล ที่ศาลเปิดขึ้นใหม่เมื่อ 10 มีนาคม 2557 รวมระยะเวลา 10 เดือน พบว่ามีคดีเข้าสู่การพิจารณาแล้ว 1,219 คดี แบ่งเป็นรับเข้าศาลปกครองสูงสุด 402 คดี ศาลปกครองชั้นต้น 817 คดี และพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ 355 คดี

“หัสวุฒิ” ชิ่งแจงปมจดหมายน้อย

เมื่อแถลงถึงผลการดำเนินงานของศาลปกครองแล้วเสร็จ ประธานศาลปกครองสูงสุดก็ได้ลุกจากโต๊ะแถลงข่าวทันที โดยไม่ยอมที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พยายามจะสอบถามถึงกระแสข่าวที่ว่า ก.ศป. มีมติว่านายหัสวุฒิกระทำผิดในกรณีจดหมายน้อย โดยนายหัสวุฒิได้ชี้นิ้วบอกในทำนองให้สอบถามจากโฆษกที่นั่งรอตอบคำถามผู้สื่อข่าวอยู่ และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามเดินตามเพื่อที่จะไปถามนายหัสวุฒิก็ถูกกันจากเจ้าหน้าที่ของศาลไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าถึงตัวนายหัสวุฒิ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การออกมาแถลงข่าวของนายหัสวุฒิครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดปัญหาเรื่องจดหมายน้อยและพบว่านายหัสวุฒิมีร่ายกายที่ซูบผอมกว่าเดิมมาก เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ

ด้านนายไพโรจน์ มินเด็น โฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า ไม่รู้เรื่อง ทราบว่าสื่อสนใจเรื่องนี้ แต่มันเป็นเรื่องที่มีผลกระทบหลายอย่าง และเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง หรือ ก.ศป. กำลังพิจารณาอยู่ ก็ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ไปได้อย่างไร เพราะเป็นเรื่องลับ

รวบอดีตรองปลัดคมฯกลางห้าง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวนายเสถียร วงศ์วิเชียร์ อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะอดีตประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย หลังจากหลบหนีหมายจับในคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 25 มี.ค.55 กรณีนายเสถียรแก้ไขสัญญาให้เช่าพื้นที่อู่เรือแหลมฉบัง ระหว่างการท่าเรือกับบริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหายมูลค่า 77 ล้านบาท ต่อมานายเสถียรหลบหนีระหว่างที่ป.ป.ช.จะนำตัวไปส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุด จนถูกออกหมายจับในวันที่ 20 ก.ย.56 กระทั่งติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกทม. และในวันที่ 6 มี.ค.อัยการสูงสุดได้นำตัวนายเสถียรส่งฟ้องต่อศาลอาญา และศาลสั่งให้ประกันตัวเป็นที่เรียบร้อย

นายกฯปลื้มไทยทุกข์น้อยสุดในโลก

ต่อมาเวลา 20.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดผ่านรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวดีๆในเรื่องความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในมุมมองของสื่อต่างประเทศชั้นนำ อย่าง บลูมเบิร์กส์ (Bloomberg) ที่จัดอันดับเปรียบเทียบประเทศที่มีความทุกข์ในเชิงเศรษฐกิจจากการทำ The Misery Index ปี 2015 ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความทุกข์น้อยที่สุดในโลก เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยปัจจัย 2 ด้านนี้ทาง บลูมเบิร์กส์ (Bloomberg) มองว่า เป็นปัจจัยหลักในการวัดระดับความทุกข์ของประชาชน เรื่องการสัญจรทางน้ำวันนี้เรามีแม่น้ำ ลำคลอง มากมาย รัฐบาลจะส่งเสริมการสัญจรทางน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะคลองแม่น้ำ ที่มันผ่านในเมืองสำคัญๆ ในเมืองก็เป็นเรือพาย เรือจ้าง ไม่มีเครื่องยนต์ สำหรับรับส่งคน และก็ท่องเที่ยวด้วย ส่งเสริมการท่องเที่ยว อาจจะเป็นที่ผมเคยเรียกไว้ว่า Gondola เมืองไทย

เบาใจปมปิโตรฯ 21 เบาลงนิดหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมนั้น วันนี้ก็เบาลงไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังมีความขัดแย้งอยู่ เพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยกันรับฟังเหตุผล สร้างการรับรู้ ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อดีข้อเสียของระบบสัมปทานใหม่หรือเก่า ซึ่งก็เรื่องเดิมๆเพียงแต่พูดกันไม่เข้าใจ ขณะนี้ก็กำลังมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่รู้จะทันหรือไม่ แล้วหากไม่ได้ก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“บางคนบอกซื้อข้างนอกมาดีกว่า มีตังค์ก็ซื้อเขามา ผมถามว่ามีตังค์ไหมล่ะ บางทีต้องฟังกันทั้งหมด ผมไม่เข้าข้างใคร ผมจำเป็นต้องขับเคลื่อน ไปพูดคุยกัน อย่าไปพูดอะไรในเชิงที่ปลุกระดม ผมดูแล้วบางเรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น ถ้าจะขุดน้ำมันหรือขุดแก๊สขึ้นมา แต่ไอ้เรื่องโกงนี่ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะวันนี้ต้องไม่ให้โกง ขอให้เชื่อมั่นกันบ้าง” นายกฯกล่าว

ป้อง ครม.ศก.เจอตอเยอะงานสะดุด

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งว่า เรื่องของประชาธิปไตย หากพูดว่าประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของประเทศอย่างเดียว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นแน่นอน แต่ช่วงเวลานี้อาจจะไม่เหมาะสม จึงต้องมีเวลาให้ทุกคนเรียนรู้ มีจิตสำนึก มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ แล้วจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร

“วันนี้หลายคนก็ตำหนิติเตียนฝ่ายเศรษฐกิจของผมนะ หลายกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ เขาทำแทบตาย ท่านไม่รู้เลยนะ เขาเจอปัญหามาก เขาถึงเดินหน้าไม่ได้มากนัก หัดมองอย่างนี้บ้าง ผมรู้เพราะผมสั่งเขา เขาก็รายงานกลับมา ผมก็แก้ใน ครม. แก้ใน สนช. พอแก้ช้า ท่านก็บอกว่าไม่มีผลงาน เพราะมันเละอยู่ข้างในกระทรวง ทุกกระทรวงต้องแก้ไข ผมจะไม่เล่นงานเจ้ากระทรวง จะเล่นงานข้างล่างลงไป เป็นข้าราชการก็ต้องทำ สมัยนี้จะทำก็ต้องทำอย่างนี้นะ ต้องเร็ว ไม่อยากให้มาถามผมอีกว่ามีผลงานยังไง ผมจะปรับรัฐมนตรีคนไหนบ้าง ช่วงไหน ผมตั้งไปเอง แล้วก็มีการประชุม มีการทำงานร่วมกัน แต่มันไม่ออก เพราะว่าเขาไม่ได้ไปทำเอง รัฐมนตรีทำเองไม่ได้ ข้าราชการเป็นคนทำทั้งสิ้น แสดงว่ากลไกมันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ญาติ 13 แดงแห่เยี่ยมแน่นคุกพัทยา

ที่เรือนจำพิเศษพัทยา เต็มไปด้วยบรรดาญาติของแกนนำ นปช. (คนเสื้อแดง) ทั้ง 13 คน ที่ตกเป็นนักโทษในคดีนำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี 2552 ซึ่งศาลได้ตัดสินสั่งจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทางเรือนจำพิเศษพัทยาจัดห้องพิเศษกระจกรอบด้านสามารถมองเห็นจากด้านนอกและมีเครื่องปรับอากาศ สำหรับให้ญาติที่เข้าเยี่ยมนักโทษทั้ง 13 คน การเข้าเยี่ยมอนุญาตให้เข้าได้ครั้งละ 10 คน ขณะเดียวกันมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและมีญาติสลับหมุนเวียนเข้าเยี่ยมตามกำหนดเวลา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้