วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จันจิ' โต้เกาะ 'มาริโอ้' ดัง รับสนิทกินข้าวกัน...ยังไม่รีบร้อนคบเป็น 'แฟน"

'จันจิ' โต้เกาะ 'มาริโอ้' ดัง รับสนิทกินข้าวกัน...ยังไม่รีบร้อนคบเป็น 'แฟน"

  • Share:

เดินตามฝัน!! จากแดนเซอร์สาวที่เต้นให้ศิลปินคนดังมากมาย มาวันนี้ สาว จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เดินเข้า “วงการบันเทิง” เต็มตัว หลังจากตัดสินใจเป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป วงไกอา ค่ายดูเอดอท ล่าสุด ยังรั้งตำแหน่ง “นางเอกป้ายแดง” ละครซิทคอมเรื่อง “ระเบิดสิงโตทอง” ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ สาวจันจิยอมเปิดปากเคลียร์ประเด็นร้อนๆ หลังจากตกเป็นข่าวกับพระเอกฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ สนี้ทสนิท จนถึงขั้นควงกินข้าวผ่าน “คนดังนั่งคุย” จัดเต็ม จัดแน่น ให้เร้ยย์!!

ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้าง

“กำลังจะมีเพลงที่ 3 เป็นเพลงพิเศษ จะปล่อยเร็วๆนี้ และตอนนี้กำลังจะมีซิทคอมระเบิดสิงโตทองค่ะ” กับ 2 ซิงเกิลที่ผ่านมากระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง “กระแสตอบรับดีขึ้นตามลำดับ นอกจากแฟนคลับคนไทยก็จะมีเมืองนอกที่เขียนทวิตเตอร์กับเราว่าชื่นชอบ ชอบเพลงมาก เพลงเราไม่ได้บูมขนาดนั้นแต่จะมีเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก เจปาร์ค มาฟีเจอริ่ง คนรู้จักทั่วโลกวงเราเลยเป็นผลพลอยได้มากกว่า” เดินไปข้างนอกคนจำจันจิได้ไหม “มีทักบ้าง คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ดูวงของพวกเรา จะเฉพาะกลุ่ม เฉพาะวัยรุ่นดูเพลงมากกว่า” การแดนซ์สำหรับจันจิถือว่าอยู่ในกระแสเลือดเลยมั้ย “ค่อนข้างนะคะ เพราะจันจิทำตั้งแต่อยู่มัธยม เรียนมหาวิทยาลัยมาอยู่ไกอา ไม่ได้แดนซ์หนัก แต่ภาพจำของจันจิจะเป็นแดนซ์เพราะได้เต้นกับศิลปินหลายคนมาก”

ทำไมไม่เน้นหนักร้องเพลงล่ะ “เรื่องร้องเพลงต้องค่อยๆพัฒนาไม่ใช่ว่ามาตูมทีเดียว จันจิไม่เคยร้องเพลง มาร้องเพลงจริงๆจังๆ ตอนมาอยู่กับวง ค่อยๆโชว์เรื่องเสียง ต้องฝึกตัวเอง” จากแดนเซอร์กลายเป็นนักร้องยากมั้ย “ก็ยากเหมือนกัน ต้องปรับตัวเอง ไม่คิดได้อยู่จุดนี้ ค่อนข้างกดดัน ต้องปรับตัวเยอะจากใช้ชีวิตชิลๆ” พอเป็นนักร้องที่บ้านเซอร์ไพรส์หรือเปล่า “ทุกอย่างที่จันจิทำ ตั้งแต่เริ่มเป็นแดนเซอร์ไปอยู่ตรงนั้น เป็นนักร้องได้ไง ทุกคนจะเห็นจันจิเป็นเด็กน้อย จะมีโมเมนต์ง้องแง้งคุยกับผู้ใหญ่แทนตัวเองว่าหนู เอาแต่ใจ เลยค่อนข้างเป็นเด็กในสายตาครอบครัว”

กับละครที่เล่นบ้าง ถือว่าห่าง ไกลตัวตนของจันจิมั้ย

“ก็เป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้วเหมือนกัน ทั้งร้อง ทั้งแสดง เป็นสิ่งที่เราเคยฝันแต่ไม่คิดว่าเราจะได้ทำ ดีใจที่ได้ทำ เป็นสิ่งที่ยากเหมือนกัน ต้องไปเรียนการแสดง ดูซิทคอมมากขึ้น” ซิทคอม ถือว่าเป็นการแสดงจริงจังครั้งแรกหรือเปล่า “ใช่ค่ะ เพราะเป็นนางเอกของเรื่องด้วย ไม่ต้องรับเชิญแล้ว บางทีเราเล่นเสร็จเรานอยด์เพราะรู้สึกว่ายังทำไม่ดีพอ” ต้องไปเรียนการแสดง “ไปเรียนกับครูเงาะค่ะ ทางค่ายส่งไปเรียน ครูเงาะสอนทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น พอเราได้เรียนทำให้เข้าใจมากขึ้น การแสดงไม่ใช่แค่แสดง คือการกระทำให้ดูธรรมชาติไม่ซ้ำซากต้องมีอะไรใหม่ๆ นึกถึงธรรมชาติของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ได้เรียนมา ไม่ใช่เอาแต่ท่องบทๆ” ตอนนี้จันจิก็ขึ้นคำนำหน้าว่า “นางเอก” กดดันมั้ย “กดดันค่ะ อาจจะไม่ใช่นางเอกจ๋า เราอาจจะไม่ได้เทียบนางเอกคนอื่นๆ เราพยายามทำให้เต็มที่ จันจิยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่านางเอก ขอเรียกตัวเองว่านักแสดงนำในเรื่อง ไม่ค่อยกล้าเรียกนางเอก รู้สึกเราไม่น่าจะอยู่จุดนั้นได้ ค่อยๆ ไปดีกว่า ถ้ามันใช่คือใช่ ถ้าไม่ใช่เราก็เปลี่ยนบทบาทไปเรื่อยๆ”

คิดเอาดีในวงการบันเทิงเลยหรือเปล่า

“ยังไม่ได้คิดจะเป็นอาชีพเพื่อหาเลี้ยงชีวิต แค่วันนี้เป็นโอกาสที่จันจิได้รับมา อยากจะทำมันดีมีต่อยอดเรื่อยๆ ก็ทำไปเรื่อยๆ แต่อย่างที่เคยบอกที่บ้านมีธุรกิจจิวเวลรี่ ก็จะไปช่วยบ้าง ไม่ได้ฝั่งตรงนี้เพราะวงการมีคนหน้าตาดีเยอะมาก แล้วเราไม่ได้คิดว่าตัวเองหน้าตาดีมาก ไม่ได้เป็นคนโดดเด่นมากมาย” เห็นใส่สร้อยหินหลายเส้นมาก เน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ “วันนี้เราไม่ได้เน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ แค่วันนี้เราชอบสีเงินๆ กับสีโทนนี้ก็หยิบมาใส่ ใส่ตามชุดมากกว่า” ใส่หินเน้นความรักด้วยมั้ย “ไม่ค่อยได้ใส่ ไม่ได้เน้น ความรักน่าจะเป็นให้คนอื่นมาเอ็นดูมากกว่า หินไม่น่าจะมีพลังขนาดนั้น การใส่หินเป็นเรื่องคุณค่าทางจิตใจ ถ้าใส่รู้สึกดีมากกว่า” คนที่หาเงินได้เองมักจะมีมุมงกเป็นมั้ย “จันจิใช้เงินเก่งมาก(เสียงเบาๆ) ตอนนั้นเด็กๆ อยากได้ก็ซื้อ ไม่มีเงินเก็บ แต่มาตรงนี้ไม่ได้ ต้องมีเก็บบ้าง” จุดเปลี่ยนล่ะ “ตอนนึงเราได้เงินมาเยอะมากแล้วเราใช้หมดเกลี้ยงเรารู้สึก เฮ้ย มันไม่ใช่แล้ว เราไม่มีเงินเก็บเลย ทั้งๆที่เราทำงานมาตั้งนาน”

ก่อนหน้านี้คนจะรู้จักจันจิเพราะตกเป็นแฟนนักร้อง และล่าสุดพระเอกอีก ตัวเรารู้สึกยังไง

“มันเป็นตั้งแต่จันจิยังไม่เข้าวงการ ยังไม่อยู่เบื้องหน้า คบกับชิน (ชินวุฒิ) ตอนนั้นไม่ซีเรียสเพราะเราไม่ต้องตอบคำถาม ช่างมันเหอะ เราไม่เคยคิดหรือพยายามใช้โอกาสตรงนั้นเพื่อเป็นที่รู้จัก ไม่ได้รู้สึกดีกับตรงนั้นเท่าไหร่ ” จะโดนประเด็นดังเพราะเกาะกระแส “เวลาฟังก็เซ็งนอยด์เหมือนกัน เราจะฟังคนรอบข้างและเชื่อในสิ่งที่เราเป็นมากกว่า การเกาะกระแสเราทำไม่เป็น จันจิยอมรับเราวางตัวไม่ถูก แบบที่ต้องมาอยู่ต่อหน้าสื่อ ต้องมาตอบคำถาม ค่อนข้างตื่นๆ เหมือนกัน” มีเสียใจกับข่าวที่เกิดขึ้น “เสียใจอยู่แล้ว ตอนแรกเอฟเฟกต์กับอารมณ์มาก ทำไม เกิดอะไรขึ้น เรามานั่งคิดความคิดคนมีหลายแบบ อย่าไปใส่ใจดีกว่า เราทำตรงนี้ให้เต็มที่ อะไรที่มันไม่ใช่อย่างที่เค้าพูดอย่าใส่ใจ หรือไปเก็บมาเป็นอารมณ์ให้มันเจ็บ เป็นคนฟังเรื่องลบๆ จะคิดมาก เป็นคนคิดมาก”

เพิ่งมีภาพไปกินข้าวกับมาริโอ้ ณ ตอนนี้สถานภาพยังไง

“อย่างที่บอกมาตลอดว่าเป็นแบบพี่น้อง เราไปกินข้าวปกติ ไม่ได้แอบเลย บังเอิญคนที่ถ่ายมาไม่รู้ยังไงแท็กมาให้จันจิทางอินสตาแกรม ตกใจส่งมาให้เรา ซึ่งมันไม่มีอะไร แค่ทานข้าว บังเอิญจันจิกับแม่ไปอยู่แถวนั้น” ที่ผ่านมาเป็นเพราะเราไม่ได้พูดตรงๆว่าคบกันหรือเปล่า “ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างจันจิบอก เรารู้จักกันมีไปไหนบ้าง ภาพที่ออกมาเหมือนเราปากแข็งแต่ความจริงไม่ใช่ค่ะ” จำนนด้วยหลักฐานถึงยอมรับคบกัน “พี่โอ้พูดก็ไม่ได้บอกว่าคบกันนะ จันจิได้ดูที่พี่เค้าให้สัมภาษณ์ เราโอเคเป็นพี่น้องคุยกัน มีไปไหนมาไหนกันบ้าง ตอนนี้เราสบายใจ ณ จุดนี้มากกว่า มีคุยกันแต่ไม่ได้ยังไม่ถึงขั้นคบกันเป็นแฟน”

เพราะแฟนคลับโอ้ทำให้เราไม่กล้าพูดคำนี้ “ไม่นะคะ มันเป็นเรื่องของเวลามากกว่า มันไม่ใช่เพราะว่าใคร สิ่งที่เค้าพูดมาสถานะก็ไม่ได้ไปไกลกว่านั้น ขนาดเรียกกันว่า“แฟน” เราสบายใจที่จะอยู่ตรงจุดนี้ มีอะไรคุยกันได้ คุยกันมากขึ้น กับที่บ้านจันจิเค้าก็เข้าใจในสถานะพี่น้องก็ปล่อยให้เราดูเองดีกว่า ไม่ได้มาในจุดชู้สาว เค้าเลยไม่ได้ซีเรียสอะไร” ทำให้คุยกันบ่อยขึ้นมั้ย “มีบ้าง คุยกันเพราะข่าวด้วย มีเรื่องงานบ้าง” ให้คำแนะนำดีมั้ย “แน่นอน พี่เค้าทำงานในวงการนี้มานาน ให้คำแนะนำได้ดีทีเดียวแหละ” แนะนำตอบคำถามสื่อล่ะ “ไม่ๆ ขนาดหนูฟังพี่เค้ายังฟังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ(หัวเราะ)” ตัวจริงเป็นคนยังไงโก๊ะๆ “เป็นอย่างที่พี่ๆสื่อเห็นเลย ต่อหน้าเป็นยังไง ข้างหลังก็เป็นอย่างนั้น เป็นคนน่ารัก ไม่ได้เป็นผู้ชายรักษาภาพขนาดนั้น”

นิสัยของโอ้ ทำให้เราคุยได้เรื่อยๆ

“พี่เค้าไม่เคยมองใครต่ำกว่าเค้า เค้าจะเห็นทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน เค้าเป็นคนที่ผู้ชายคนนึงมองทุกคนเสมอภาคกัน” ตอนนี้สถานะไม่ใช่แฟน มีความเป็นไปได้ในอนาคต “เรื่องแบบนั้นพูดไม่ได้จริงๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ไม่อยากมาฟันธง อาจจะพัฒนาขึ้นหรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คบกัน เป็นแฟนกัน เรายังสบายใจที่จะอยู่กันตรงจุดนี้” มุมความรักของตัวเอง “เป็นสิ่งที่ดี รักก็การให้มากกว่า ไม่ว่าอะไรเราก็สละได้ ไม่ใช่ว่าอะไรเรารักต้องครอบครอง ถ้าใช่คือใช่ ไม่ใช่ก็ปล่อยไป”.

ทีมข่าวบันเทิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้