วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มุมข้าราชการ 07/03/58

มุมข้าราชการ 07/03/58

โดย ซี.12
7 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ในบรรดาผู้ที่พูดจาทำความเข้าใจกับคนอื่นได้อย่างดีเยี่ยมเห็นจะไม่มีใครเกินรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ที่รักนับถือของพวกเราซึ่งต้องยกให้เป็นเต้ยเพราะถ้อยคำสำนวนหรือคำพังเพยที่ยกมาเปรียบเปรยในแต่ละเหตุการณ์นั้นช่างเหมาะเจาะลงตัวเสียนี่กระไรนับตั้งแต่วลีที่ว่า “ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” ไปจนถึง “เหาะเกินกรุงลงกา” นั่นเทียว ตอนนี้อาจจะต้องใช้อีกสำนวนคือ “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” เพราะมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องพระเรื่องเจ้า

แต่ในขณะเดียวกันญาติผู้พี่ผู้น้องอย่าง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่กำลังทำงานใหญ่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กลับปรากฏอาการตามสำนวนโบราณที่ว่า “ขว้างงูไม่พ้นคอ” ก็ด้วยการคิดค้นบทบัญญัติแปลกๆใหม่ๆมาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่พอใครทักอะไรเข้าหน่อยกลับ “เป็นฟืนเป็นไฟ” ไปเสียนั่นแทนที่จะ “ลดราวาศอก” ลงบ้าง โดยถือเสียว่าพวกคอยตั้งหน้าวิจารณ์นั้นเป็นพวก “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” ทำยังไงก็ไม่มีวันถูกใจไปได้

บรรดา สนช. ผู้ทรงเกียรติ ที่เป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นั้นก็เหมือนกัน เจอเข้าดอกหนึ่งด้วยสำนวนที่ว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” จากกรณีเอาลูกเมียบริวารไปกินเงินเดือนหลวงในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญงาน ผู้ช่วย ผู้ดำเนินงาน ประจำตัว สนช.จนเมื่อมีคนเปิดโปงขึ้นมาก็ต้องบอกให้ลาออกกันเป็นแถว ก็ยังดีที่ไม่ได้ถือคติ “ด้านได้ อายอด” แบบเดียวกับ นักการเมือง ประเภท “คดในข้องอในกระดูก”

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นอีกตัวอย่างที่ดีในแง่ของการมุ่งมั่นทำงานในหน้าที่ด้วยความสุจริตจริงจังเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลักถึงแม้จะถูกพาดพิงด้วยเรื่องต่างๆแต่ทุกเรื่องเมื่อพิสูจน์ออกมาแล้วก็ไร้ราคีใดๆทั้งสิ้น สมดังบาทหนึ่งในโคลงสุภาษิตของรัชกาล 5 ที่ว่า “สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง”

รัฐมนตรี ในรัฐบาลนี้อีกรายที่ยึดหลักแน่วแน่ของคำพังเพยที่ว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” คือ สุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่รับงานหนักในกระทรวงมาช่วยเจ้ากระทรวงดูแลกลั่นกรองให้ทุกๆด้านโดยไม่จำเป็นต้องตีฆ้องร้องเป่าอวดผลงานของตัวเอง

ส่วน ข้าราชการ ทุกยุคทุกสมัยไม่มีคำนินทาไหนที่ประเคนให้เกินไปกว่าคำว่า “เช้าชามเย็นชาม” และมีบ้างที่ถูกกล่าวหาด้วยสำนวนว่าเป็นพวก “ลูกขุนพลอยพยัก” และถ้าเป็นยุคนี้ที่ผู้บริหารเอาจริงเอาจังก็เกิดสำนวนสมัยใหม่ว่า “เข้าเกียร์ว่าง” แถมใน กระบวนการยุติธรรม เริ่มมีคำกล่าวบ่อยๆว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม” แต่ถ้าเป็น ข้าราชการในเครื่องแบบ มีสำนวนเสียดสีว่า “เป็นเมียทหารนับขวด เป็นเมียตำรวจนับแบงก์” สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้แต่บัดนี้ไม่ค่อยจะเป็นอย่างที่ว่าเสียแล้วกระมัง

สำหรับท่อนสุดท้ายฝากถึงบรรดาขุมกำลังที่มีอำนาจควบคุมประเทศอยู่ในขณะนี้ ที่ถูกเปรียบเปรยเป็น แม่น้ำทั้งห้าสาย คือ คสช.–ครม.–สนช.–สปช.–กมธ.รธน. นั้นถ้าจะให้การทำหน้าที่บรรลุผล ทุกคนในนั้นต้องลงจาก หอคอยงาช้าง ออกมาสัมผัสความเป็นจริงในความต้องการของประชาชนคนทั่วไปในบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่อย่างเมามัน สิ่งที่ควรระมัดระวังคือ “ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เคารพสิทธิของประชาชน อย่าหวังว่าประชาชนจะเคารพรัฐธรรมนูญ”.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้