วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ประยุทธ์' ลั่นตัดสินใจเอง สืบทอดอำนาจหรือไม่

'ประยุทธ์' ลั่นตัดสินใจเอง สืบทอดอำนาจหรือไม่

  • Share:

นายกฯ ลั่นแม่น้ำ 5 สายสืบทอดอำนาจหรือไม่ ตัดสินเอง จี้คลอดสัญญาคุณธรรมภายใน 1 ปี หวังไทยลบภาพทุจริตคอร์รัปชัน ย้ำ รบ.-คสช. ไม่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ หรือทรมานใคร ที่เรียกมาเป็นการเชิญมาคุย ปัดทรมาน โวแทบจะโอ๋ด้วยซ้ำ...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาโครงการความโปร่งใส ในการก่อสร้างภาครัฐ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจับมือกับอังกฤษโดยการเข้าร่วมโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (คอสต์) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน และเพื่อให้มีกลไกในการตรวจสอบ เราต้องการทำทุกอย่างให้ประเทศเกิดความภาคภูมิใจ มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี โดยสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้น ซึ่งตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามา มีปัญหามากมาย ทุกคนจึงอยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้ โดยนโยบายสำคัญวันนี้คือ รัฐบาลต้องการที่จะขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างความโปร่งใส สิ่งเหล่านี้ถึงจะยาก แต่จะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นได้จริง และขอกำลังใจจากประชาชนในการให้ความร่วมมือ และเจตนาวันนี้ที่เข้ามา ไม่ได้มุ่งหวังสืบทอดผลประโยชน์ สืบทอดอำนาจ ถ้าคิดจะทำเช่นนั้นคงไม่มาทำเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตและการเข้าร่วมโครงการกับคอสต์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า แม้วันนี้เราจะถูกปรับอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2557 อยู่ที่ 35 ซึ่งขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ อยากให้ขึ้นไปมากกว่า แต่คงเป็นเรื่องยาก การสร้างความโปร่งใส ไม่ใช่เรื่องของภาครัฐอย่างเดียว ทุกคนต้องช่วยกัน เราจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนยอมรับ จะต้องไม่ใช้กฎหมายในทางที่ผิด หรือสร้างความขัดแย้ง เราจะต้องยึดมั่นทำงานให้โปร่งใสและรวดเร็วให้ได้ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม และหลัก 3 ป. คือป้องกัน ปราบปราม และปลูกจิตสำนึก วันนี้เชื่อมั่นว่าตนไม่ได้ใช้อำนาจหรือไปทรมานใคร ไม่ได้ใช้อำนาจหรือกฎหมายมาตราใดอย่างที่คนอื่นพูด อำนาจและกฎหมายเหล่านั้นไว้ใช้กับคนไม่ดี ทำผิดกฎหมาย มีคดีความ และขอชี้แจงกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะเอกอัครราชทูตอังกฤษ ว่ารัฐบาล และ คสช. ไม่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ หรือทรมานใคร ที่เรียกตัวมาเป็นการเชิญมาพูดคุย ดูแลอย่างดี ตอนนี้ปล่อยกลับหมดแล้ว แทบจะโอ๋กันด้วยซ้ำ

"วาระแห่งชาติวันนี้ จะต้องสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้งและเร่งการปฏิรูป ที่ผ่านมาทั้ง 2 รัฐบาล ได้พยายามทำมาตลอด แต่ทำไม่ได้ วันนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดแนวร่วมมุมกลับ โดยวันนี้ตนก็ได้พูดอย่างระมัดระวังในทุกด้านเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้ง"

"เรื่องแม่น้ำ 5 สาย อย่าไปกังวล ใครจะอยู่จะไปผมก็ยึดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว และเดี๋ยวผมจะเป็นคนตัดสินเอง ขอวันนี้อย่านำทุกอย่างมาตีกัน ไม่เช่นนั้นประเทศก็ไม่ต้องไปไหน มีรัฐธรรมนูญก็ตีกันอีก แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ทุกประเทศผ่านการปฏิรูปมาหมดแล้ว เราช้ากว่าประเทศอื่นๆ วันนี้เราต้องเอาทุกเรื่องมาปฏิรูป จึงขอใช้เวลา เพราะต้องแก้กฎหมาย กระบวนการ แก้คน แก้ทัศนคติในการทำงาน สร้างกลไกอีกหลายเรื่อง จึงขออย่าใจร้อนมากนัก ใจร้อนมากจะเสียของ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้ขอให้ไปช่วยกันคิดเรื่องสัญญาคุณธรรม เร่งรัดให้ได้ภายในปีนี้ว่าจะทำอย่างไร เพราะข้าราชการเองก็ต้องมีเกราะคุ้มกันตัวเอง ไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของนักการเมือง รวมถึงเรื่องสัมปทานโครงการประมูลคลื่นความถี่ในระบบสี่จี ก็จะต้องทำให้ได้ภายใน 6 เดือน พร้อมปรับโครงสร้างไอซีที และยืนยันว่าตนไม่ได้ประโยชน์

ด้าน นายมาร์ค เค้นท์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการของคอสต์เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอังกฤษและธนาคารโลก เพื่อสร้างกลไกและมาตรฐานความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐที่เน้นการเปิดเผยข้อมูลเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่า ซึ่งต้องขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ใช้ความกล้าหาญเข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟสสอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้นานาชาติยอมรับ ขณะเดียวกันการป้องกันการคอร์รัปชัน จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้