วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี คือ ญิฮาด จอห์น? อะไรเปลี่ยนคนเป็นฆาตกรโหด

โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี คือ ญิฮาด จอห์น? อะไรเปลี่ยนคนเป็นฆาตกรโหด

  • Share:

ญิฮาด จอห์น (ภาพ: AFP Photo)

ในสัปดาห์ก่อน สื่อต่างประเทศทั้งบีบีซี และ วอชิงตัน โพสต์ ได้เปิดเผยตัวตนซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวจริงของ ญิฮาด จอห์น หรือชายชุดดำที่อยู่ในคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอตัวประกันของกลุ่มไอซิสมากมาย โดยระบุว่าชายคนนี้ชื่อ โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี เป็นชาวลอนดอนตะวันตกเชื้อสายคูเวต

หลังจากนั้นไม่กี่วัน สื่อหลายต่อหลายสำนักได้เปิดเผยรายละเอียดประวัติส่วนตัวของเอ็มวาซี รวมทั้งลักษณะนิสัยของเขาจากปากคำของผู้ที่เคยรู้จักเขา และพบว่าผู้ที่รู้จักนายเอ็มวาซีมองเขาในรูปแบบต่างๆกันไปทำให้เกิดความสงสัยว่า แท้จริงแล้ว เขาเป็นคนยังไงกันแน่ และเหตุใดจึงกลายมาเป็น ญิฮาด จอห์น มือฆ่าตัดคอของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส)

เอ็มวาซีเกิดที่ประเทศคูเวต เมื่อปี 1988 และเดินทางเข้าสู่สหราชอาณาจักรในปี 1994 ตอนอายุได้ 6 ขวบ ครอบครัวของเขาตั้งรกรากที่เมืองนอร์ท เคนซิงตัน ในพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน และเข้าศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียน เซนต์แมร์ แมกดาเลน โดยข้อมูลจากหนังสือรุ่นระบุว่า เอ็มวาซีคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอล และมีความฝันอยากเป็นนักกีฬาฟุตบอล

โมฮัมเหม็ดเอ็มวาซีสมัยอยู่โรงเรียนประถม (ภาพ: KNSNEWS)

อดีตเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งระบุว่า เอ็มวาซีเป็นมุสลิมเพียงคนเดียวในห้อง ปกติจะเงียบขรึมเนื่องจากยังพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่เคร่งครัดในศาสนา และมักจะลุกขึ้นมาระหว่างชั้นเรียนศาสนา เพื่อพูดเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม

ในช่วงวัยรุ่น เอ็มวาซี ศึกษาต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียน ควินติน คีนาสตัน ในเมืองเซนต์จอห์น วูด ทางเหนือของกรุงลอนดอน และได้รับฉายาว่า ลิตเติลโม (เจ้าจิ๋วโม) เนื่องจากเป็นคนมีรูปร่างเล็ก โดยอดีตเพื่อนร่วมชั้นหลายคนกล่าวว่า เขาเป็นคนขี้อาย และมักเอามือปิดปากจนถูกพวกผู้หญิงเอาไปล้อเลียนว่าปากเหม็น จนกระทั่งอายุ 13 หรือ 2 ปีหลังจากเข้าโรงเรียน เขาเข้าไปสนิทสนมกับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง โดยอดีตเพื่อนร่วมชั้นซึ่งเป็นมุสลิมเหมือนกันระบุว่า เอ็มวาซีทั้งสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้ความรุนแรงต่อเด็กผู้ชายคนอื่นๆ

เพื่อนร่วมชั้นอีกคนซึ่งอยู่ห้องเดียวกับเอ็มวาซีจนกระทั่งทั้งคู่เรียนจบตอนอายุ 18 ในปี 2006 เปิดเผยต่อสำนักข่าว ซันเดย์ มิร์เรอร์ ว่า เอ็มวาซีมีปัญหากับพ่อแม่ของเขา เพราะเขาเริ่มสวมเสื้อผ้าเด็กแนว เช่น สวมกางเกงยีนส์เอวต่ำ, สวมเสื้อมีฮู้ดคลุมศีรษะ และสวมหมวกเบสบอล เขามักไปเที่ยวที่ชิชา (บารากู่) คาเฟ่ และอาจได้รับอิทธิพลจากชาวเอเชียในสถานที่เหล่านี้

อดีตครูของเขาคนหนึ่งซึ่งบอกว่าเอ็มวาซีเป็นคนที่น่ารักน่าเอ็นดู เปิดเผยว่า ลูกศิษย์คนนี้เคยเข้าห้องเรียนการจัดการอารมณ์โกรธ เนื่องจากเมื่อเขาโกรธเขาจะตื่นตัวและหายโกรธช้ามาก ทำให้ทางโรงเรียนต้องหาทางช่วยเหลือ และดูเหมือนว่ามันจะได้ผล

โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี สมัยอยู่ดูไบ (ภาพ: Guardian)

ขณะที่ โจ ชูเตอร์ อดีตผู้อำนวยการของโรงเรียนควินติน คีนาสตัน กล่าวว่า เอ็มวาซีเคยถูกรังแกและมีหน้าที่ดูแลน้องๆ ที่บ้าน แต่เธอยืนยันว่า ในตอนที่เอ็มวาซีเรียนจบ เขาเป็นคนที่ขยันทำงานและมีความทะเยอทะยานที่จะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยที่เขาต้องการ และไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเขาจะกลายไปเป็นพวกหัวรุนแรงเลย

ด้าน หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของครอบครัวเอ็มวาซี เผยต่อสำนักข่าว มิร์เรอร์ ว่า เอ็มวาซีถูกเลี้ยงดูขึ้นมาในครอบครัวปกติธรรมดาที่อบอุ่น แต่ค่อนข้างเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนและเคร่งศาสนามากขึ้นเรื่อยๆ และเธอตกใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าเอ็มวาซีหายตัวไปเข้ากลุ่มไอซิส

เอ็มวาซีเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ ในปี 2006 ในสาขาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขาเริ่มจับกลุ่มกับเพื่อนชาวลอนดอนตะวันตกที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน หรือไปมิสยิดเดียวกัน และมีความประทับใจในตัว ฮานี อัล-ซีบาอี นักเทศน์ชาวอียิปต์ผู้ลี้ภัยในกรุงลอนดอนเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มญิฮาดสุหนี่ 'ชูรา' ในอียิปต์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเขาเข้าสู่วังวนของกลุ่มญิฮาดแล้วหรือไม่

แต่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นเช่นนั้น โดยในปี 2009 มีรายงานว่านายเอ็มวาซีเข้าร่วมในการชุมนุมที่หน้ามัสยิด แฮร์โรว์ เซ็นทรัล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน เพื่อ 'ฉลอง' ครบรอบ 8 ปี การโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

บ้านที่เชื่อว่า โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี เคยอาศัยอยู่ (ภาพ: AFP PHOTO)

ขณะที่เพื่อนและคนรู้จักหลายคนของเอ็มวาซี ก็ถูกเฝ้าสังเกตการณ์โดยหน่วยข่าวกรอง เอ็มไอ5 (MI5) และตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด โดยบางคนเคยติดต่อกับนายฮุสเซน ออสมาน ผู้ต้องหาวางแผนวางระเบิดในกรุงลอนดอน หลังจากเกิดเหตุระเบิดในวันที่ 7 ก.ค. 2005 ขณะที่บางคนไปเข้าร่วมค่ายฝึกฝนของกลุ่มญิฮาดในภาคเหนือของอังกฤษและสกอตแลนด์

หัวหน้ากลุ่มเพื่อนของเอ็มวาซี คือ บีลัล เอล-เบอร์จาวี ผู้เดินทางไปยังประเทศโซมาเลียและเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบับ ในปี 2011 ก่อนจะถูกโดรนของกองทัพสหรัฐฯ สังหารในปีต่อมา และเดือนต่อมา นาย โมฮัมเหม็ด ซาคาร์ ซึ่งเพื่อนบ้านติดกันกับนายเบอร์จาวี ก็ถูกโดรนสังหารในโซมาเลียเช่นกัน

นายเอ็มวาซีมีความเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย 2 คนอย่างแน่นอน เนื่องจากในเดือน พ.ค. 2009 เขาเดินทางไปประเทศแทนซาเนียกับนายบอร์จาวีและนายซาคาร์ อ้างว่าจะไปสวนสัตว์ แต่เอ็มไอ5 ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์ทั้ง 3 คนอยู่ เชื่อว่าพวกเขามีแผนที่จะเดินทางไปยังโซมาเลียต่อ ทำให้ทั้งหมดถูกตำรวจจับหลังจากนั่งเครื่องบินถึงเมืองดาร์-เอส-ซาลามและถูกขังคุก 1 คืน ก่อนนายเอ็มวาซีจะถูกส่งกลับอังกฤษผ่านประเทศเนเธอร์แลนด์ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้คู่หมั้นของเอ็มวาซีขอยุติความสัมพันธ์กับเขาด้วย

อาซิม คูเรชี ผู้อำนวยการของ เคจ ที่คอยให้คำปรึกษานายเอ็มวาซี (ภาพ: AP Photo)

4 เดือนต่อมา เอ็มวาซีซึ่งขณะนั้นอายุ 21 ปี เดินทางไปประเทศคูเวตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และอาศัยอยู่กับญาติฝ่ายบิดาของเขา ก่อนได้ทำงานในบริษัทไอทีแห่งหนึ่งในคูเวต โดยอดีตเจ้านายของเขาระบุว่า เอ็มวาซีเป็นคนเงียบและเก็บตัว แต่มีพรสวรรค์ในงานของเขา และเป็นลูกจ้างที่ดีที่สุดที่เขาเคยจ้างมา

เอ็มวาซีเดินทางกลับอังกฤษหลังจากผ่านช่วงทดลองในเดือน เม.ย. 2010 และถูกตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายในอังกฤษควบคุมตัว และถูกปั๊มลายนิ้วมือรวมทั้งถูกตรวจค้นสัมภาระ และถูกสั่งห้ามบินกลับคูเวต โดยนายเอ็มวาซีส่งอีเมลถึงสำนักข่าวเดลีเมลในช่วงเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน เพื่อระบายความในใจว่า เขาเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจ้องจะเล่นงานเขา ทำให้เขาอยากกินยาเพื่อหลับไปตลอดกาลเพื่อไปให้พ้นจากคนพวกนี้

ขณะที่ เคจ (CAGE) หน่วยงานสิทธิมนุษยชนในกรุงลอนดอนซึ่งนายเอ็มวาซีส่งอีเมลขอความช่วยเหลือหลายครั้งระบุว่า เอ็มวาซีเคยเป็นผู้ชายที่สมถะและมีน้ำใจ แต่การกลายเป็นญิฮาดของเขาถูกผลักดันโดยชาติตะวันตก เอ็มวาซีวางแผนจะกลับคูเวตเพื่อแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับถูกห้ามเดินทางและถูกสอบปากคำเป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง

เคจอ้างด้วยว่า เอ็มวาซีพยายามเดินทางไปคูเวตอีกครั้งในปี 2013 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น โมฮัมเหม็ด อัล-อายาน แต่ถูกห้ามไว้อีกครั้ง ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะแจ้งความว่าเขาหายตัวไปในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน และ 4 เดือนต่อมาตำรวจก็บอกกับครอบครัวเอ็มวาซีว่า ลูกชายของพวกเขาอยู่ที่ซีเรีย

ญิฮาด จอห์น ซึ่งเชื่อว่าคือนายโมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอฆ่าตัดคอตัวประกันชาวตะวันตก (ภาพ: REUTERS)

ความเปลี่ยนแปลงมหาศาลเกิดขึ้นกับเอ็มวาซี โดยนายอาบู ไอยมาน อดีตนักรบกลุ่มไอซิสซึ่งอ้างว่าเคยพบกับเอ็มวาซีในซีเรียเมื่อราว 2 ปี ก่อนเปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า เอ็มวาซีเย็นชา ไม่พูดมาก ไม่ร่วมสวดภาวนากับพวกเขาแม้พี่น้องชาวอังกฤษคนอื่นๆ จะร่วมสวดมนต์กับพวกเขาก็ตาม แต่จะสวดมนต์กับกลุ่มเพื่อนเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่ทักทายและไม่สุงสิงกับนักรบชาวอังกฤษคนอื่นๆ ด้วย

ในเดือน ส.ค. 2014 ชายชุดดำซึ่งเชื่อว่าคือนายเอ็มวาซีปรากฏตัวครั้งแรกในคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอนาย เจมส์ โฟลีย์ นักข่าวชาวอเมริกัน และถูกขนานนามว่า ญิฮาด จอห์น จากการพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอังกฤษ จากนั้นเขายังปรากฏตัวในคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอ นาย สตีเวน ซอตลอฟฟ์ นักข่าวชาวอเมริกันอีกคน, นายเดวิด เฮนส์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานช่วยเหลือชาวอังกฤษ, อลัน เฮนนิ่ง คนขับรถแท็กซี่ชาวอังกฤษที่ไปทำงานการกุศลในซีเรีย และนายอับดุล เราะห์มาน แคสซิก เจ้าหน้าที่หน่วยงานช่วยเหลือชาวอเมริกัน

ตอนนี้เอ็มวาซีกลายเป็นคนดังในหมู่สมาชิกไอซิสกลุ่มหนึ่งไปแล้ว โดยนายไอยมานระบุว่า "บางคนรักเขา บางคนก็เข้าร่วมกลุ่มไอซิสหลังจากได้ดูคลิปวิดีโอและเกิดความเคารพในตัวเขา พวกเขามองเอ็มวาซีเป็นแบบอย่าง แต่บางส่วนก็มองว่าเขากำลังทำตัวเด่น และคิดว่าเขากำลังถูกไอซิสหลอกใช้เท่านั้น"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้