วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความเชื่อมั่นรายย่อยพุ่งสวนทางสถาบัน

ความเชื่อมั่นรายย่อยพุ่งสวนทางสถาบัน

  • Share:

นายกำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ว่า อยู่ในกรอบทรงตัว (Neutral) โดยอยู่ที่ระดับ 118.64 จุด เพิ่มขึ้น 2.64% จากเดือนที่ผ่านมา แต่หากพิจารณาผลสำรวจของผู้ลงทุนแต่ละกลุ่ม พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นจาก 113 จุด มาอยู่ที่ระดับ 119.33 จุด เพิ่มขึ้น 4.80% ซึ่งสวนทางกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) นักลงทุนสถาบันในประเทศและสถาบันต่างประเทศ ที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นแต่ละกลุ่มปรับตัวลดลง โดยกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จากระดับ 140 จุด ลดลง 16.67% มาอยู่ที่ระดับ 120 จุด สถาบันในประเทศจาก 108.33 จุด ลดลง 0.59% มาอยู่ที่ 107.69 จุด และสถาบันต่างประเทศจาก 116.67 จุด ลดลง 3.57% มาอยู่ที่ 112.50 จุด

“แม้ว่าค่าความเชื่อมั่นของนักลงทุน 3 กลุ่มลดลง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ที่ดัชนีความเชื่อมั่นจากแนวโน้มร้อนแรง (Bullish) ลดมาอยู่ระดับทรงตัว สอดคล้องกับมูลค่าการซื้อขายช่วงเดือน มี.ค.ที่พอร์ตโบรกเกอร์มียอดขายสุทธิ 2,400 ล้านบาท แต่โดยภาพรวมค่าดัชนีกลับเป็นบวก เนื่องจากค่าดัชนีรวมจะให้น้ำหนักตามมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม ซึ่งตลาดหุ้นไทยรายย่อยมีการซื้อขายสูงสุด ดัชนีจึงให้น้ำหนักกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยมากสุด”

นายกำพลยังกล่าวว่า ปัจจัยที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันในประเทศให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ต่างประเทศมากที่สุด รองลงมาคือเศรษฐกิจในประเทศ และนโยบายด้านเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศกลับให้ความสำคัญกับปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศของไทย ตามด้วยนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ต่างประเทศน้อยที่สุด

จากผลสำรวจยังพบว่า ในสายตาของนักลงทุนรายย่อย กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่าหุ้นกลุ่มน่าสนใจลงทุนมากที่สุดคือหมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เพราะได้ผลดีจากลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่สถาบันในประเทศ กลับเห็นต่างมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสารน่าลงทุนมากที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่ารายย่อย สถาบันในประเทศและต่างประเทศ มองว่าหมวดเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไม่น่าลงทุนมากที่สุด ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์มองว่ากลุ่มทรัพยากรไม่น่าลงทุนมากที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้