วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูตรหรูได้แค่โชว์หล่อ

สูตรหรูได้แค่โชว์หล่อ

  • Share:

เคลียร์ “ของร้อน” ก่อนช็อตไฮไลต์

เป็นบทของ “ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้โอกาสชี้แจงในที่ประชุม สนช.ถึงความคืบหน้าในการยกร่างกฎกติกาใหม่ของประเทศ

ไม่พลาด ไล่เรียงแจงปมร้อน ทั้งที่พูดกันสนั่นเมือง ในประเด็นที่มาของ ส.ว. ที่ร่างแรกระบุไว้ให้ “เลือกตั้งทางอ้อม” จากผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนสาขาอาชีพ

เพราะเราไม่ต้องการให้ ส.ว.เป็นกระจกส่อง ส.ส.อีกแล้ว เพราะในปี 2549 ส.ว. 200 คน มี 47 คน ที่เป็นเครือญาติของ ส.ส. จึงต้องทำให้ ส.ว.เป็นพหุนิยมของพลเมืองที่หลากหลายอาชีพ เพื่อถ่วงดุลกับ ส.ส.

เป็นรูปแบบสภา “พหุนิยม” ไม่ใช่สภา “ลากตั้ง”

สูตรใหม่แก้ปม “สภาผัวสภาเมีย”

ส่วนประเด็นการเลือกตั้ง ส.ส. 470 ที่นั่ง โดยใช้ระบบสัดส่วนผสมกับเขต เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองใหญ่ได้คะแนนนิยมเกินกว่าที่ประชาชนให้จริง ต้องวัดคะแนนจากทั่วประเทศ

จึงต้องสร้าง “สมดุล” ใน “ความนิยม”

และการเลือกตั้งรูปแบบนี้ จะทำให้เกิดรัฐบาลผสม เอื้อต่อการปรองดอง ทำให้เกิดการพูดคุยของพรรคการเมือง ไม่คิดว่าข้าใหญ่คนเดียว จนเกิดปัญหาการเมืองออกสู่ท้องถนนอย่างที่เป็นมา 9 ปี

จึงต้องทำให้เกิดความ “สมดุล” ของ “พรรคการเมือง”

สรุปได้ว่า เขียนกฎกติกาใหม่ในสูตรสร้าง “สมดุล”

แต่ที่ไม่รู้จะต้องออกมาชี้แจงแทนหรือไม่ กับประเด็นสำคัญในคณะกรรมาธิการยกร่างฯที่กำลังพิจารณา “บทเฉพาะกาล” แนบท้ายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับบทบาทขององค์กรต่างๆภายหลังการคืนอำนาจสู่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว รวมทั้งบทบาทของ คสช. ครม. สนช. สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ หลังการเลือกตั้ง

สถานะของแม่น้ำ 5 สายหลัง “คืนอำนาจ”

ตามที่ “บิ๊กอู้” พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ระบุ สนช.จะหมดวาระเมื่อมีสภาฯชุดใหม่ สปช.จะหมดวาระก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ครม.จะหมดวาระเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ส่วน คสช.ยังไม่มีการหารือ

แต่ที่ฮือฮา ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯ ในฐานะอนุกรรมาธิการร่างบทเฉพาะกาล ออกมาเสนอไอเดีย ห้าม คสช.-ครม.-สนช. และ สปช. ยุ่งเกี่ยวการเมืองเป็นเวลา 2 ปี เช่นเดียวกับ กมธ.ยกร่างฯ

“เว้นวรรคแม่น้ำ 5 สาย” กันยกลอต เพื่อไม่ให้ถูกครหา “สืบทอดอำนาจ”

จุดพลุวูบวาบ เสียงดังเปรี้ยงปร้างกันเลย

ทางหนึ่งก็ถือเป็นข้อเสนอที่ช่วยหักล้าง กรณีที่ฝ่ายถืออำนาจปัจจุบันถูกจับตาดักทาง

เคลียร์ปม “ต่อท่อ-สืบทอดอำนาจ”

แต่อีกทางก็ไม่แน่ใจว่า ดร.เจษฎ์ ไอเดียบรรเจิดรอบนี้ โชว์หรู เอาหล่อส่วนตัวหรือไม่

เพราะเสียงค้านจากเครือข่ายอำนาจเดียวกันดังอื้ออึงเลย

ทั้งนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. มองว่า สนช.เพียงเข้ามาทำหน้าที่ชั่วคราว ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการร่างรัฐธรรมนูญ เหมือน กมธ.ยกร่างฯ

หากจะห้ามเล่นการเมืองจริงขอให้รีบบอกมา จะได้ลาออกจาก สนช.

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ร่วมคณะ กมธ.ยกร่างฯค้านเสียงดัง ข้อเสนอนี้ไม่เป็นธรรมกับแม่น้ำอีก 4 สาย เพราะไม่ได้เป็น กมธ.ยกร่างฯ หากจะห้ามจริงต้องทำให้สุด ตัดสิทธิอดีต ส.ส. อดีต รมต.ทั้งหมดด้วย

เรื่องนี้คงไม่มีใครเอาด้วย สุดท้ายคงถูกตีตกแน่นอน

ตามรูปการณ์ก็อย่างที่ ดร.เจษฎ์ ยอมรับไอเดียส่วนตัวครั้งนี้ กมธ.ยกร่างฯคงไม่รับลูก

ส่อแวว “แท้ง” ก่อนกำหนด

ยิ่งหากประเมินจากฝ่ายผู้ถือดุล ก็อ่านทางบรรดา “ไต้ก๋ง” ห้องเครื่องอำนาจ “เรือแป๊ะ” ได้ไม่ยาก

กับโจทย์ปฏิรูป และมิติด้านความมั่นคงของประเทศ หากยังหาสูตรอื่นไว้ “ประคองสถานการณ์” ในช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ได้

ยังไง “แป๊ะ” ก็คงไม่ยอมปล่อยอำนาจ “หมดมือ”.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้