วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าเอาสวรรค์มาล่อ! เหยียบถิ่นวัดป่า ยึดหลักธรรม เหนี่ยวใจชาวพุทธ

อย่าเอาสวรรค์มาล่อ! เหยียบถิ่นวัดป่า ยึดหลักธรรม เหนี่ยวใจชาวพุทธ

  • Share:

เมื่อจุดมุ่งหมายของการเข้าวัดทำบุญล้วนเปลี่ยนไป คนบางกลุ่มทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์บ้าง แก้ปีชงบ้าง ทำให้หลากหลายวัดหันมาใช้กุศโลบายสะเดาะเคราะห์แก้กรรม ตอบโจทย์คนเหล่านั้น คิดค้นโปรโมชั่นทำมากได้มาก จูงใจให้คนหันหน้าเข้าวัดทำบุญเพิ่มขึ้น แต่กระนั้น ก็ยังมีอีกหลายวัดเช่นกันที่ยังคงความเป็นพุทธศาสนสถาน เน้นการปฏิบัติธรรมมากกว่าการบริจาค ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ลงพื้นที่สำรวจวัดใกล้เมืองกรุง เน้นสอนหลักธรรมให้เกิดความสงบแก่จิตใจ โดยทั้ง 2 วัด คือ วัดญาณเวศกวัน อ.สามพราน จ.นครปฐม และ วัดเชิงเลน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 เป็นวัดที่ไม่หรูหราโอ่อ่าใหญ่โตอะไร มีพื้นที่ให้นั่งปฏิบัติธรรม จึงเป็นจุดสำคัญที่แตกต่างจากวัดพุทธพาณิชย์ทั่วไป ที่ความสงบเหล่านี้ทำให้ใครหลายคนเข้าถึงธรรมะอย่างลึกซึ้ง...

ระหว่างทางเดินไปวัดเชิงเลน
ทางเดินไม้กระดาน สองข้างทางเป็นป่า

‘วัดป่าเชิงเลน’ วัดป่ากลางกรุง จรัญฯ 37

วัดป่าเชิงเลน เป็นวัดป่าอยู่ใจกลางเมืองกรุง ตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ริมคลองชักพระ เข้าไปค่อนข้างลึก จะมีที่จอดรถให้และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร โดยตลอดทางเข้าเป็นป่าทั้งสองข้างทาง ให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่าจริงๆ ที่ไม่คิดว่าในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ จะมีวัดแบบนี้อยู่

สภาพภายในวัดร่มรื่นจากแมกไม้นานาพรรณ มีการก่อสร้างเสนาสนะเท่าที่จำเป็น เช่น ศาลา โบสถ์ หอฉัน กุฏิ โรงครัว เป็นต้น ไม่มีอาคารหรูหราใหญ่โต มีเพียงศาลาเล็กๆ กลางน้ำ ไว้เพื่อให้ญาติโยมได้เสวนาธรรมกับพระภิกษุสงฆ์ ขณะที่ พระสงฆ์ใช้วัดนี้เป็นที่จำศีลภาวนา เป็นที่ปฏิบัติธรรมของญาติโยมผู้ใฝ่ธรรมและใช้เป็นที่เผยแผ่ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวัดป่าที่เน้นการปฏิบัติ ความสงบภายในจิตใจ

ถึงแล้ว...วัดป่าเชิงเลน

สำหรับการบริจาคนั้น ทางวัดไม่ได้ทำการเรี่ยไรใดๆ ทั้งหมดอยู่ที่ความศรัทธาของญาติโยม และมีตู้บริจาคไม่มาก แค่เพียง ค่าน้ำ-ค่าไฟ วัด

ด้าน ประชาชนที่มาทำบุญ ระบุว่า ชอบมาวัดป่าเชิงเลน เพราะว่าเงียบสงบ เป็นวัดกลางเมืองเหมือนอยู่ท่ามกลางป่า และไม่เหมือนวัดทั่วๆ ไป ที่ให้ความรู้สึกสงบทั้งภายนอกและภายในจิตใจ ขณะที่หลังจากเข้าวัดก็ได้หลักธรรมคำสอนไปใช้ในการดำรงชีวิต ได้วิธีการนั่งสมาธิทำให้จิตใจสงบ ได้การสวดมนต์ภาวนา

วัดที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ คอยให้ความร่มรื่น
ศาลากลางน้ำ

วัดญาณเวศกวัน เรือนแห่งความรู้ ผู้เข้าสู่ญาณ

วัดญาณเวศกวัน ‘ป่าที่มีเรือนแห่งความรู้’ หรือ ‘ป่าของผู้เข้าสู่ญาณ’ ตั้งอยู่ที่ ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม ร่มรื่นด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ โอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งธรรมชาติ ให้ความสงบ ร่มเย็น เหมาะแก่การเข้ามาแสวงหาความรู้ เจริญธรรม เจริญปัญญา พื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดจึงมีไว้สำหรับต้นไม้มากกว่าสิ่งปลูกสร้าง ทั้งยังมีอุทยานเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อยู่ในอาณาบริเวณวัดแห่งนี้ด้วย

หากคนที่ไม่เคยมาวัดญาณเวศกวัน และเพิ่งมาเป็นครั้งแรกจะไม่มีทางทราบเลยว่าตู้บริจาคนั้นอยู่ตรงไหน ทีมข่าวฯ เดินจนทั่วทั้งวัด ไม่ว่าจะเป็นหอสมุด โบสถ์ หรือศาลาวัดก็ตาม ไม่มีตู้บริจาคให้เห็นเลยสักตู้เดียว ทีมข่าวฯ จึงสอบถามผู้ที่มาทำบุญที่วัดนี้ ได้ความว่า ตู้บริจาคมีเพียงตู้เดียวเป็นตู้ไม้ อยู่ข้างศาลาฟังธรรม และทางวัดห้ามใส่เงินสดลงไปในตู้ โดยมีซองจดหมายให้ใส่ พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ลงใบบนซอง เพื่อที่ทางวัดจะส่งใบอนุโมทนาบัตรมาให้ถึงบ้าน

โบสถ์ริมน้ำ ด้านบนเป็นโบสถ์ ด้านล่างเป็นศาลา
ภายในโบสถ์ วัดญาณเวศกวัน

นางวรรณา วิชัยอุรุโรจน์ เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ถึงเหตุผลที่เลือกมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ว่า พระที่วัดส่วนใหญ่เป็นพระสายปฏิบัติ คนที่จะมาบวชต้องจองไว้เป็นปี เพราะวัดจะคัดสรรผู้ที่เหมาะสมและตั้งใจจะปฏิบัติธรรมจริงๆ อีกทั้ง เจ้าอาวาสที่วัดท่านจะชอบเทศน์ให้ญาติโยมฟังและมีหนังสือและแผ่นซีดีธรรมะแจกด้วย เจ้าอาวาสได้เขียนหนังสือและแผ่นซีดีธรรมะ เพื่อแจกจ่ายอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย รวมถึงทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ใช้หนังสือที่เจ้าอาวาสเขียนมาใช้ในการศึกษาอีกด้วย

ความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือ วัดส่วนใหญ่จะเน้นการทำบุญ ขณะที่วัดนี้แทบจะไม่มีตู้บริจาค มีตู้เดียวคือตรงศาลา โดยจะไม่ให้ใส่เงินลงไปเลย จะมีซองมาให้ใส่เงินพร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ แล้วค่อยหยอดใส่ตู้ เพื่อที่ทางวัดจะออกใบอนุโมทนาบัตรส่งให้ถึงบ้าน อีกประการ คือ วัดทั่วไปเป็นพุทธพาณิชย์ ซึ่งที่นี่เน้นสอนธรรมะ เจ้าอาวาสจะเทศน์ให้ฟังทั้งช่วงเช้าและกลางวัน โดยผู้ที่มาฟังจะได้ธรรมะไปปฏิบัติได้ จะเน้นให้คนปฏิบัติมากกว่าการทำบุญ คนส่วนใหญ่ศรัทธาเพราะวัดไม่มีเรื่องแบบนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ รองเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ถึงหลักสำคัญที่วัดเน้นปฏิบัติมากที่สุด นั่นคือ โอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา และทางวัดได้แจกหนังสือธรรมะและซีดีเป็นธรรมทาน เมื่อญาติโยมได้เข้ามาที่วัดทำบุญทำกุศลได้ฟังธรรมจากพระสงฆ์แล้วก็ยังมีหนังสือธรรมะแจกจ่ายให้ไปศึกษาทำความเข้าใจด้วย และมีซีดีที่มีข้อธรรมเหล่านั้น ซึ่งทางวัดแจกเป็นธรรมทานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

แจกซีดีและหนังสือธรรมะฟรี
ที่ใส่ปัจจัยของวัดญาณเวศกวัน
บรรยากาศร่มรื่น

ทำบุญ = ลดความตระหนี่

พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ อธิบายเรื่องการทำบุญว่า การทำบุญถวายทานหรือสัปปุริสธรรม คือ ทานของสัตบุรุษ ทางวัดจะเน้นย้ำให้เข้าใจว่าจะต้องถวายของที่สะอาด ประณีตบรรจง เหมาะกับพระภิกษุสงฆ์ผู้รับ เหมาะกับกาลเวลา มีการคิดใคร่ครวญพิจารณาก่อนที่จะมีการทำบุญถวาย ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อทำบุญถวายจิตใจผ่องใส หลังจากทำบุญถวายมีจิตใจเบิกบาน

“ความพอดีของการทำบุญ คือ จะต้องเป็นคนที่มีศรัทธาและไม่มีการบังคับ เรียกร้อง และต้องมีความชัดเจนว่าเป้าหมายที่ทำบุญนั้นเป็นการลดละความตระหนี่ของจิตใจแต่ละบุคคล ทางวัดไม่ได้เน้นย้ำว่าต้องทำบุญเท่าไหร่ เพื่อจะไปในที่ดีๆ หรือได้อะไรต่างๆ ไม่ใช่เอาสวรรค์มาล่อ หรือเอาอะไรต่างๆ มาทำให้โยมนั้นมีการที่จะต้องทำมากขึ้นๆ ฉะนั้นจะต้องทำด้วยปัญญา” รองเจ้าอาวาสฯ ระบุ

หอสมุด วัดญาณเวศกวัน
พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ รองเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน

“พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีความกว้าง บางครั้งความเป็นไปของกระแสโลก อาจทำให้บางแห่งมีกุศโลบายที่เป็นการเรียกร้อง และกระตุ้นให้คนนั้นมาถวายมากขึ้นเรื่อยๆ ความจริงแล้วหลักการของพุทธศาสนา ไม่ต้องการจะเป็นคนที่ใหญ่โตโอ่อ่า ไม่ต้องการจะเป็นคนที่สะสมเพิ่มพูนกิเลสมากมาย การที่เราต้องการได้เงินได้ทองมามาก ก็แสดงว่าผิดหลักพระธรรมวินัย การที่จะชักชวนประชาชนเข้ามาทำบุญจะต้องนำพาให้ประชาชนทำในทางที่ถูกต้องไม่ใช่พาหลงทางที่จะทำให้เขานั้น เข้าใจไปว่าการได้บุญต้องทำให้มาก ต้องถวายเยอะๆ อันนี้ไม่ถูกต้องไม่ดี” พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ ทิ้งท้ายเป็นข้อคิด.

อ่านเพิ่ม

เงินแลกสวรรค์! แพ็กเกจบุญพุทธพาณิชย์ มหาศรัทธา หรือ ธุรกิจกุศล?

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้