วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลงรักประเทศไทย ไม่จับจ่ายไม่บรรเจิด

หลงรักประเทศไทย ไม่จับจ่ายไม่บรรเจิด

  • Share:

วันเวลาที่ผ่านพ้นมา...บ้านเมืองต้องบอบช้ำไป มากน้อยแค่ไหน? ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความเชื่อมั่นในสายตาของชาวโลก ที่เมียงมองมายังสยามประเทศ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองยิ้มมานาน

ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ลดลงไปอย่างยวบยาบ...ยิ่งกว่าสารระเหยในขวดแก้ว

เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ อย่าว่า...แต่นักท่องเที่ยวจากโพ้นทะเลที่เคยเทกระหน่ำมาเที่ยวบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย รัสเซีย หรือประเทศเพื่อนบ้านก็ดี ต่างพากันหนีไปเที่ยวบ้านอื่นเมืองอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินมากกว่า

ขณะที่คนไทยด้วยกันเอง ต่างก็ชะลอการเดินทางไทยเที่ยวไทยเหมือนกัน

อีเวนต์ มาร์เกตติ้ง

เมื่อการเดินทางไม่เกิดขึ้น ก็เท่ากับการจับจ่ายไม่บรรเจิด กระแสการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจก็หยุดชะงัก ฉุดประเทศให้ถอยหลังอย่างช่วยไม่ได้

วันวานผ่านไป...วันนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น ภาพเก่าๆเริ่มกลับมา ได้เห็นภาพคนต่างชาติหิ้วกระเป๋ามาท่องเที่ยวประเทศไทย คนไทยกันเองก็เริ่มที่จะ “หลงรักประเทศไทย” เที่ยวไทยกันคึกคัก

ถ้าจะพูดกันแบบคนท่องเที่ยว...กล่าวกันว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาด ที่ตามหลักสากลเรียก “อีเวนต์ มาร์เกตติ้ง” นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญด้านการตลาดที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันมิให้ตลาดของการท่องเที่ยวหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะนั่นหมายถึงความล่มสลายที่จะเกิดกับบรรดานักลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่จะตามมา

ในอดีตการทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดมักจะนิยมทำกันในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา หรือเข้ามาก็น้อยมากจนทำให้แหล่งท่องเที่ยวทั่วไปหงอยเหงา ห้องพักว่างเปล่าปล่อยให้ยุงบินเข้าไปไข่ ร้านอาหารไม่มีผู้คน สถานบันเทิงแทบจะหาความบันเทิงกันไม่ได้

วิวสวยงาม

ที่เห็นได้ชัดคือ “เมืองเชียงใหม่” เหงาหนักจนการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยสมัยนั้น ต้องออกมาหาทางแก้ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ให้เป็นเทศกาล “ไม้ดอกไม้ประดับ”

เนื่องจากเป็นช่วงที่ไม้ดอกเมืองหนาวกำลังผลิบาน มีการจัดขบวนแห่ไปรอบเมือง แล้วไปตั้งเวทีใหญ่กันที่สวนบวกหาดกลางเมืองเชียงใหม่ จนปัจจุบันก็ยังสืบสานกันอยู่เป็นเวลานานกว่า 36 ปี กระทั่งถูกบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

“พัทยา” ก็เช่นกัน...แต่ก่อนพอนอกฤดูกาลก็ไม่ต่างเมืองร้าง จน ททท.ยุคนั้นต้องลุกขึ้นมาจัดเทศกาลท่องเที่ยวพัทยา ชื่อว่า “พัทยาเฟสติวัล” มีขบวนคานิวัลแห่ไปตามถนนเลียบชายหาด สร้างความคึกคักขึ้นมาอย่างฉับพลัน สำหรับการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น

ยุคนี้...ที่อายุของการส่งเสริมการท่องเที่ยวยาวนานมากว่า 55 ปี มีผู้อำนวยการองค์การ 1 คน กับผู้ว่าการอีก 8 คน กับกำลังจะมีผู้ว่าการคนใหม่ในเร็วๆวันนี้ ที่เชื่อว่า...อาจจะไม่ใช่ลูกหม้อที่แท้จริงเหมือน 8 คนที่ผ่านมา

รักประเทศไทย

น่าสนใจว่า...สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในบางแหล่ง แทบจะไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นให้เห็น เพราะนักท่องเที่ยวในหลายๆตลาดแห่กันเข้าไปเที่ยวอย่างมืดฟ้ามัวดิน แต่การจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดแบบ “อีเวนต์ มาร์เกตติ้ง” ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำกันอยู่ เพื่อให้กิจกรรมตลาดได้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นชัดเจน “เทศกาลแจ๊สชายทะเลหัวหิน” “การจัดคอนเสิร์ตชายป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ได้รับความนิยมอย่างสูง มีนักท่องเที่ยวขานรับความบันเทิงกันแน่นขนัดเป็นประจำทุกปี

ปีนี้ที่...จังหวัดตากก็จะมีการจัดมหกรรมแจ๊สขึ้น ณ สวนสาธารณะริมปิง อ.เมือง จ.ตาก ในเย็นวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม ที่จะถึง...ตั้งแต่เวลา 15.30-22.00 น. เชิญสัมผัสวงแจ๊สชื่อดังจากแดนกังหัน...

อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ “เดอะ บิ๊กเกิ้ล บิ๊ก แบนด์” ซึ่งมีผู้เล่น 21 ชีวิตมาบรรเลงเพลงแจ๊ส ป๊อป กับเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางอุณหภูมิยามเย็นริมปิงที่อบอุ่น

ส่งเสริมตลาด

เมืองตากแม้ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เรียบง่ายไม่หวือหวาเหมือนเมืองอื่นๆ แต่ก็มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูงไม่แพ้ใคร ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ โบราณสถาน วิถีชุมชนทั้งคนท้องถิ่น...ชนเผ่าบนเทือกเขาถนนธงชัย...ธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติที่มีถึง 5 แห่ง

ผนวกกับผืนป่าอันกว้างใหญ่ที่แผ่กว้างไกลไปถึงทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวประเภท “Man Made” คือ... “เขื่อนภูมิพล” กับความเป็นเมืองชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาร์

ด้วยศักยภาพเหล่านี้ส่งผลให้รัฐบาลประกาศให้พื้นที่อำเภอแม่สอด อุ้มผาง พบพระ และท่าสองยาง ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัด กลายเป็นพื้นที่นำร่องด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว

ธมลวรรณ เรืองขจร ผอ.ททท.สำนักงานตาก บอกว่า ตากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปปีละ 1.6 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย ต่างชาติยังมีแค่หลัก 3.5 หมื่นคน...มีรายได้เฉลี่ย 4.7 พันล้านบาทต่อปี

“จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นด้วยการทำกิจกรรมแบบอีเวนต์ มาร์เกตติ้งมาเสริมด้วย...มหกรรมแจ๊สครั้งนี้ยังมีเยาวชนท้องถิ่นเข้าร่วมแสดงกับวงต่างแดน สลับกับการแสดงทางวัฒนธรรมไทย”

อีกไฮไลต์สำคัญ การเชิดหุ่นกระบอกของโรงเรียนพลูหลวงวิทยา การจัดกาดแลงเพื่อเสนอขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง ซึ่งทั้งหมดเปิดให้ประชาชน...นักท่องเที่ยวเข้าชมงานฟรี

นอกจากนี้คณะนักดนตรีแจ๊สที่ออนทัวร์มาจากจังหวัดนครพนม เลย เชียงราย เชียงใหม่ เมื่อถึงตากจะทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยการทำฝายถวายในหลวง บริเวณแม่น้ำปิงใต้เขื่อนภูมิพล แล้วเดินทางไปแสดงพร้อมทำจิตอาสาต่อที่จังหวัดกาญจนบุรี

ไล่ยาวไปถึง...กรุงเทพฯ แล้วก็มีจุดหมายปลายทางที่หัวหินเป็นแห่งสุดท้าย

ธมลวรรณ ย้ำว่า มหกรรมแจ๊สครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจังหวัดฯสนับสนุนงบประมาณ 50,000 บาท โดยมีมนตรี ชนะชัยวิบูลย์วัฒน์ รอง ผวจ.ตาก เข้ามาช่วยพร้อมเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังมีแรงสนับสนุนจาก อบจ. เทศบาล สสส. รวมถึงฝ่ายทหาร ภาคเอกชนก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันอย่างเต็มที่

“กิจกรรมครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นเป็นครั้งแรก คงไม่มุ่งหวังในเรื่องปริมาณคนร่วมงาน” ธมลวรรณ ว่า “แต่สิ่งที่ ททท.สำนักงานตาก หวังมากกว่าอย่างอื่นคือการได้ทำอีเวนต์ มาร์เกตติ้ง...เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเมืองตาก เพื่อผลในอนาคตที่มากกว่าผลปัจจุบันทันด่วน”

ทำวันนี้...ไม่ใช่ว่าจะต้องได้ผลวันนี้?

ธมลวรรณ เรืองขจร ผอ.ททท.สำนักงานตาก ฝากทิ้งท้ายว่า แนวคิดการทำงานด้านการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง...ยั่งยืน การทำงานด้านตลาดท่องเที่ยวยังจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนไปข้างหน้า...จะเอาแต่ขายภาพอยู่กับที่ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องสั่งสมต่อเนื่อง ให้นักท่องเที่ยว...“หลงรักประเทศไทย”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้