วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘พุทธะ’จี้อสส. รอคดีธัมมชโย ‘สถาพร’แจงปปง. ปมเงินธรรมกาย

‘พุทธะ’จี้อสส. รอคดีธัมมชโย ‘สถาพร’แจงปปง. ปมเงินธรรมกาย

  • Share:

พุทธะอิสระลุยแหลก บุกสำนักงานอัยการสูงสุด ร้องให้รื้อคดีธรรมกาย ขึ้นมาฟ้องใหม่ และให้ดีเอสไอตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ จี้เอาผิดมหาเถรฯคดีเลื่อนสมณศักดิ์ “ธัมมชโย” ด้าน “สถาพร” อดีตนักบวชวัดพระธรรมกาย เข้าชี้แจงกับ ปปง. หลังพบพัวพันกับการโอนเงินจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น

ปัญหา “อาบัติปาราชิก” ของธัมมชโย ยังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในสังคม สะท้านวงการผ้าเหลือง ทั้งนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อบ่ายวันที่ 3 มี.ค. พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้ายื่นหนังสือถึงนายตระกูล วินิจฉัยภาค อัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบเหตุผลของการสั่งฟ้องและถอนฟ้องของคดีธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และขอให้ยกคดีขึ้นฟ้องใหม่ มีนายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน

พุทธะอิสระกล่าวว่า การกระทำของธัมมชโยเป็นความผิดที่ก่อเกิดความเสียหายมัวหมองแก่คณะสงฆ์ พระพุทธศาสนา และประชาชนจำนวนมาก อัยการระบุว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตนจึงนำหนังสือร้องเรียนมายื่นให้กับอัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบการสั่งฟ้องครั้งแรกว่า มาจากสาเหตุใด รวมถึงสาเหตุที่อัยการสั่งถอนฟ้องในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้รื้อคดีขึ้นมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดได้ถูกต้อง

ด้านนายพรศักดิ์กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นมานาน ชุดทำงานเดิมเกษียณราชการหมดแล้ว การดำเนินการเกี่ยวกับคดีต้องรออัยการสูงสุดสั่งการมาก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไร คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการค้นหาเอกสารสำนวนเพื่อตรวจสอบ เนื่องจากไม่ทราบว่าตอนนี้เอกสารอยู่ที่ใด เนื่องจากเป็นคดีเก่านานกว่า 10 ปี

ต่อมาช่วงบ่าย พุทธะอิสระเข้ายื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และการขอพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์ระดับพระราชาคณะชั้นเทพ ให้แก่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือธัมมชโย โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ รับหนังสือร้องเรียนแทนและเผยว่า จะรับเรื่องไว้ตรวจสอบตามข้อกฎหมายว่า จะดำเนินการได้อย่างไรตามกรอบของกฎหมาย

พุทธะอิสระกล่าวว่า ขอให้ดีเอสไอช่วยตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม และการเบิกจ่ายเงินประจำตำแหน่งของผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่า ใช้จ่ายตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และขอให้รับคดีมหาเถรสมาคมขอพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์ระดับพระราชาคณะชั้นเทพให้แก่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือธัมมชโย หวังว่าดีเอสไอจะช่วยติดตามตรวจสอบตามข้อร้องเรียนที่ได้ยื่นไปและรับเป็นคดีพิเศษ อย่างน้อยก็เพื่อช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในแต่ละฐานความผิดที่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง

อีกด้านที่รัฐสภา วันเดียวกัน คณะพระภิกษุสงฆ์ วัดเขาสนามชัย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำโดยพระมหาสมบูรณ์ ฉนฺทโก ยื่นหนังสือต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอแนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนา พระมหาสมบูรณ์ ฉนฺทโก กล่าวว่า ถ้าจะปฏิรูปพระพุทธศาสนา ไม่ควรปฏิรูปคำสอนพระพุทธองค์ แต่ควรปฏิรูปการศึกษาให้พุทธบริษัท รวมถึงพระเถระและมหาเถระได้ศึกษากันอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดความรู้ความเข้าใจร่วมกันจะไม่มีการถกเถียงกัน เพราะการศึกษากันอย่างเป็นระบบจะนำไปสู่สัมมาทิฐิ จะทำให้ประชาชนเกิดการแยกแยะว่า สิ่งใดผิดหรือถูก

ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า แนวทางการทำงานของคณะกรรมการฯ ต้องการปฏิรูปกิจการของพระพุทธศาสนา แต่ไม่ใช่การปฏิรูปพระพุทธศาสนา เพราะพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าถือเป็นอกาลิโก

ในส่วนคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่พบว่ามีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายนั้น ที่สำนักงาน ปปง. นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล ประธานกรรมการบริษัท เอส.ดับบลิว. โฮลดิ้ง กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด พร้อมนายอเนก สมประเสริฐ ทนายความ นำเอกสารและหลักฐาน มายื่นต่อนายนพดล อุเทน ผอ.กองคดี 1 ปปง. ชี้แจงกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯและกรณีวัดพระธรรมกาย

นายอเนก สมประเสริฐ ทนายความ กล่าวว่า ภายหลัง ป.ป.ง.นัดมาชี้แจงในประเด็นหลักคือเรื่องการอายัดหุ้นของบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป มูลค่า 1,110 ล้านบาท ซึ่งนายสถาพรเข้าชี้แจง ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เสร็จประมาณเวลา 15.00 น. โดยได้มีการพูดคุยกันในประเด็นที่เจ้าหน้าที่สงสัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เคร่งเครียด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ง.ได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินจำนวนหลายพันล้านที่นายสถาพรนำมาใช้ลงทุนทำธุรกิจ หลังจากเพิ่งสึกจากวัดพระธรรมกายเป็น ประเด็นเรื่องอายัดหุ้นที่เจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว กระทรวงพาณิชย์มีเอกสารตัวนี้เช่นกัน นายสถาพรจึงเข้ามาชี้แจงที่มาที่ไปของหุ้นดังกล่าว

นายอเนกกล่าวอีกว่า เรื่องบริษัทก็ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ การชี้แจงวันนี้ ป.ป.ง. เป็นฝ่ายนัดนายสถาพร โดยนายสถาพรยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง และตอบทุกประเด็นข้อสงสัย วันนี้เป็นการแสดงจุดยืนว่า มีความบริสุทธิ์ใจเกี่ยวกับการได้มาของหุ้นดังกล่าว เรื่องนี้เคยชี้แจง กับดีเอสไอไปแล้ว เมื่อปี 2557 และดีเอสไอได้นัด นายสถาพรเข้าชี้แจงอีกครั้งในบ่ายวันที่ 10 มี.ค. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัด พระธรรมกาย คาดว่าในวันนั้นนายสถาพรจะแถลง ข่าวหลังการชี้แจงเสร็จ เพราะนายสถาพรมีความอัดอั้นใจต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน ยืนยันไม่มีการหลบหนี แต่เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกัน เจ้าหน้าที่จะเชื่อหรือไม่นั้นก็ต้องว่ากันไป

ส่วนนายสถาพรกล่าวว่า มาชี้แจงรายละเอียดเรื่องเอกสารต่างๆ รวมทั้งหุ้น ที่ไปที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งส่วนของตนและบริษัท ยืนยันว่าทั้งหมดมีที่ไปที่มาและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าเคยบวชเรียนอยู่ที่วัดพระธรรมกายนานกว่า 20 ปีนั้นไม่เป็นความจริง เพราะตนเริ่มบวชเรียนอยู่ที่วัดมฤคทายวัน ตั้งแต่ตอนอายุ 17 ปี ก่อนย้ายไปอยู่ที่วัดพระธรรมกายอีกหลายปีแต่ไม่ถึง 10 ปี ก่อนจะสึกออกมาช่วงปลายปี 53 แล้วหันมาทำธุรกิจดังกล่าว ส่วนจะถูกผิดหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของ ป.ป.ง. ก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยเรียกตนเข้าไปชี้แจงพร้อมกับแจ้งว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดีการมาชี้แจงวันนี้ ป.ป.ง.ให้ความเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ชี้แจงเพราะมาด้วยความสมัครใจ ส่วน ของรายละเอียดตนยังไม่ขอพูด รอแถลงข่าวชี้แจง อีกครั้งอย่างเป็นทางการหลังจากที่เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม กับดีเอสไอวันที่ 10 มี.ค.นี้

ด้านนายนพดล อุเทน ผอ.กองคดีกอง 1 ป.ป.ง. กล่าวว่า วันนี้ ป.ป.ง.ได้เชิญนายสถาพร วัฒนา มาชี้แจงที่ไปที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด เบื้องต้นนาย สถาพรอ้างว่าทรัพย์สินที่ ป.ป.ง.ได้ตรวจยึดและอายัดทั้งหมด ได้มาจากการประกอบธุรกิจอัญมณี ส่วนกรณีที่รู้จักเกี่ยวข้องหรือได้รับการโอนเงินจากนายศุภชัยเมื่อปี พ.ศ.2553 ยังไม่แน่ชัดว่า ขณะที่ได้รับเงินจากนายศุภชัย นายสถาพรยังอยู่ในสถานภาพเป็นพระอยู่หรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ในส่วนของรายละเอียดที่ลึกลง ไปกว่านี้ คงต้องรอให้นายสถาพรเป็นผู้แถลงเองจะดีกว่า เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อรูปคดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้