วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วอนพาณิชย์ยุติไต่สวนทุ่มตลาด หวั่นเก็บภาษีเอดี ทุบผู้ประกอบการไทยเจ๊งระนาว

วอนพาณิชย์ยุติไต่สวนทุ่มตลาด หวั่นเก็บภาษีเอดี ทุบผู้ประกอบการไทยเจ๊งระนาว

  • Share:

นายสุเทพ ก้องธรณินทร์ สมาชิกสมาคมโลหะไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ร่วมกับชมรมเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ยื่นหนังสือต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้ยุติการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ เหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่เจือธาตุอื่น เหล็กลวดคาร์บอนต่ำสำหรับงานย้ำหัวและงานทุบขึ้นรูปเย็น และเหล็กลวดคาร์บอนตํ่าสำหรับงานย้ำหัวและงานทุบขึ้นรูปเย็นที่เจือธาตุอื่น ที่นำเข้าจากจีน เพราะหากเปิดการไต่สวนจนได้ผลสรุปให้มีการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าดังกล่าวจากจีนแล้ว จะทำให้สมาคมฯ และชมรมฯ ซึ่งเป็นผู้นำเข้ามาผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปใช้ในประเทศและส่งออก ได้รับผลกระทบจนอาจต้องประสบปัญหาขาดทุนได้ และแรงงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกว่าแสนคนอาจได้รับผลกระทบด้วย

สำหรับสาเหตุที่ต้องนำเข้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากจีน เพราะมีคุณภาพดีกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ผลิตในประเทศ เนื่องจากใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยกว่า ทำให้สามารถขายได้ในราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศมาก เช่น ราคาในประเทศตันละ 18,800 บาท หรือประมาณตันละ 570 เหรียญสหรัฐฯ แต่สินค้าที่นำเข้าจากจีนตันละ 400 กว่าเหรียญสหรัฐฯเท่านั้น ยืนยันได้ว่า ไม่ได้มีการทุ่มตลาด หรือขายต่ำกว่าต้นทุนการผลิตแน่นอน อีกทั้งยังมีหลายขนาดที่ต้องการ และยังมีการส่งมอบตรงเวลาอีกด้วย

ส่วนสาเหตุที่สินค้าไทยคุณภาพด้อยกว่า เพราะใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิต และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ล้าสมัย นอกจากนี้ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ผลิตเหล็กเส้นป้อนตลาดมากกว่า เพราะขายดีกว่า ทำให้ผลิตเหล็กลวดคาร์บอนต่ำน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ และมีขนาดไม่หลากหลาย “ถ้ามีการเรียกเก็บภาษีเอดีสินค้าดังกล่าวจากจีน ผู้นำเข้า และผู้ใช้เดือดร้อนมาก เพราะจะทำให้ต้นทุนการนำเข้าเหล็กชนิดนี้สูงขึ้น ทำให้ต้องขึ้นราคาขายสินค้า กระทบผู้บริโภคในประเทศ ขณะเดียวกัน เมื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปส่งออกต่างประเทศ ก็ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากเวียดนาม ที่ใช้เหล็กชนิดนี้จากจีนได้ จนอาจต้องปิดกิจการ หรือย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนต่ำกว่า”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้