วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่สำนึก! นักโทษข่มขืนอินเดียอ้างเหยื่อไม่ควรสู้ โบ้ยหญิงผิดมากกว่าชาย

ไม่สำนึก! นักโทษข่มขืนอินเดียอ้างเหยื่อไม่ควรสู้ โบ้ยหญิงผิดมากกว่าชาย

  • Share:

มูเคช สิงห์ (ภาพ: BBC)

หนึ่งในนักโทษผู้ก่อเหตุรุมโทรมข่มขืนนักศึกษาสาวบนรถประจำทางในกรุงนิวเดลีเมื่อปลายปี 2012 จนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ให้สัมภาษณ์อย่างไม่รู้สึกผิดว่า ผู้หญิงควรจะเงียบและยอมให้ข่มขืน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บิดาของนักศึกษาสาววัย 23 ปี ผู้ถูกชายกลุ่มหนึ่งรุมโทรมข่มขืนบนรถประจำทางในกรุงนิวเดลี เมื่อปลายปี 2012 จนทำให้เกิดกระแสโกรธเกรี้ยวไปทั่วโลก ออกมาเรียกร้องให้ดำเนินการประหารชีวิตผู้ต้องหาทุกคนทันที หลังจากหนึ่งในนั้นกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนาง เลสลี อุดวัน ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีรายการ สตอรีวิลล์ (Storyville) ของสำนักข่าวบีบีซีนาน 16 ชั่วโมง โดยเขาโทษหญิงผู้เสียชีวิตว่าเป็นฝ่ายผิดมากกว่า และบอกว่าเธอควรจะเงียบและยอมให้ข่มขืน

ผู้กล่าวคือนาย มูเคช สิงห์ คนขับรถประจำทาง 1 ใน 6 ผู้ต้องหาซึ่งถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานรุมโทรมข่มขืนนักศึกษาหญิงเมื่อเดือนธ.ค. 2012 และถูกพิพากษาลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ โดยพี่ชายของนายสิงห์ฆ่าตัวตายในคุก ขณะที่นายสิงห์และพวกอีก 3 คน กำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำตัดสิน อย่างไรก็ตาม เขาไม่แสดงอาการสำนึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เขาอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุนี้ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของบีบีซี

4 นักโทษคดีข่มขืนนักศึกษาสาวเมื่อปลายปี 2012 โดยจากซ้ายคือนาย อัคชาย ธาคูร์, วินัย ชาร์มา, มูเคช สิงห์ และ ปาวัน กุปตา ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน คนหนึ่งเป็นเยาวชน และอีกคนคือนายราม สิงห์ ฆ่าตัวตายในคุกไปแล้ว (ภาพ: AFP PHOTO)

นายสิงห์กล่าวว่า "ผู้หญิงที่ดีจะไม่ออกมาเที่ยวในเวลา 3 ทุ่ม ผู้หญิงต้องรับผิดชอบต่อเหตุข่มขืนมากกว่าผู้ชายมาก ผู้ชายกับผู้หญิงไม่เท่าเทียมกัน งานบ้านและการเรือนเป็นหน้าที่ของผู้หญิง ไม่ใช่ไปเที่ยวดิสโกและบาร์ในเวลากลางคืนแล้วทำเรื่องที่ผิด และใส่เสื้อผ้าที่ไม่ถูกต้อง" นายสิงห์กล่าวด้วยว่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนบทเรียนให้แก่ผู้หญิงเหล่านี้

อนึ่ง เหตุข่มขืนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2012 น.ศ.สาววัย 23 ปี กำลังกลับจากการชมภาพยนตร์ที่ห้างสรรพสินค้าในกรุงนิวเดลีพร้อมเพื่อนชาย โดยเธอขึ้นรถประจำทางที่นายสิงห์เป็นคนขับ ก่อนที่ชายอีก 5 คนในรถจะลากเธอไปหลังรถและผลัดกันข่มขืนรวมทั้งใช้ท่อนเหล็กทำร้ายร่างกายเธอและเพื่อนชาย ในขณะที่รถคันนี้ขับไปรอบเมืองเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นพวกเขาจึงโยนหญิงสาวและเพื่อนชายลงข้างทาง

ผู้เคราะห์ร้ายหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งอวัยวะภายนอกและภายใน ก่อนจะเสียชีวิตในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์ ความโหดร้ายทารุณของเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสความโกรธเกรี้ยวไปทั่วประเทศอินเดีย ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ และทำให้เรื่องการปฏิบัติต่อสตรีเพศในอินเดียกลายเป็นจุดสนใจไปทั่วโลก

เลสลี อุดวิน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอังกฤษ (ภาพ: AP Photo)

แต่เอกสารของนางอุดวินยังระบุว่า นายสิงห์ไม่เข้าใจว่าทำไมการกระทำของพวกเขาจึงทำให้เกิดกระแสรุนแรงเช่นนี้ และยังคงไม่มีความสำนึกผิด โดยระบุว่า เมื่อถูกข่มขืน เธอไม่ควรตอบโต้กลับ เธอควรยอมรับการข่มขืน ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะปล่อยเธอลงจากรถหลังจากกระทำเสร็จแล้ว และเธอคงไม่เสียชีวิต

นายสิงห์ยังพูดเรื่องโทษประหารว่า การลงโทษต่อการข่มขืนจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้หญิงมากขึ้น "ตอนนี้เมื่อพวกเขาก่อเหตุข่มขืน พวกเขาจะไม่ปล่อยผู้หญิงไว้เหมือนที่พวกเราทำ พวกเขาจะฆ่าปิดปาก เมื่อก่อนพวกเขาอาจข่มขืนแล้วบอกว่า ปล่อยเธอไป เธอไม่บอกใครหรอก แต่ตอนนี้พวกเขาจะฆ่าผู้หญิงเสีย"

ตามรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่า การสัมภาษณ์นายสิงห์เกิดขึ้นในปี 2013 แต่ไม่ชัดเจนว่าก่อนหรือหลังเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด และไม่แน่ชัดว่าคำพูดของนายสิงห์จะมีผลต่อกระบวนการอุทธรณ์ของเขาหรือไม่ ขณะที่นาย เอ.พี สิงห์ ทนายความของนายสิงห์ กล่าวว่า ลูกความของเขาไม่ควรให้สัมภาษณ์ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดเช่นนี้จากในคุก คำพูดของเขาจะยิ่งทำร้ายทัศนคติทางสังคมยิ่งขึ้น

ขณะที่ นาง ธาริตรี ภูกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของศาลสูงสุดอินเดีย ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของนายสิงห์และพวก กล่าวว่า คำพูดของจำเลยจะยิ่งทำให้อัยการเรียกร้องให้ศาลปฏิเสธการอุทธรณ์ของจำเลยมากขึ้น เพราะเขาไม่แสดงให้เห็นถึงการสำนึกผิดหรือเสียใจ และโดยส่วนตัว เธอคิดว่าชายคนนี้เพิ่งทำให้ตัวเองมีโอกาสถูกประหารสูงขึ้นอีก

การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดีอินเดีย เมื่อ 22 ธ.ค. 2012 (ภาพ: AP Photo)

นอกจากนายสิงห์แล้ว นางอุดวินยังได้ไปสัมภาษณ์ผู้ต้องหาคดีข่มขืนอีกหลายคนและพบว่าพวกเขามีทัศนคติที่น่ากลัวไม่แพ้นายสิงห์ เช่นชายที่ชื่อว่า กวาราฟ ผู้ยอมรับว่าก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงอายุเพียง 5 ขวบ โดยเขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมีรอยยิ้มบนใบหน้า และเมื่อถูกอุดวันถามว่าเขาทำเรื่องแบบนี้กับเด็กตัวเล็กๆ ได้อย่างไร เขาแสดงสีหน้าเหมือนว่าอุดวินเสียสติไปแล้วที่ถามเช่นนี้ ก่อนตอบว่า เด็กคนนั้นเป็นขอทาน ชีวิตเธอไม่มีคุณค่าอะไร

ทั้งนี้ นางอุดวินสัมภาษณ์เหล่านักโทษคดีข่มขืนเพื่อประกอบในสารคดีเรื่อง 'India's Daughter' เพื่อถ่ายทอดปัญหาการข่มขืนในอินเดียซึ่งไม่ได้เกิดเพียงความต้องการทางเพศ แต่ยังเป็นผลมาจากการปลูกฝังทางวัฒนธรรมและความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิงอีกด้วย โดยสารคดีนี้จะออกอากาศที่ช่อง บีบีซี โฟร์ ของสถานีโทรทัศน์บีบีซีในวันสตรีแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์นี้ (8 มี.ค.)

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้