วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แข้งเกียรติยศ

แข้งเกียรติยศ

โดย บี บางปะกง
4 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

บ่ายวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.นี้ งานประกาศรางวัลเกียรติยศคนกีฬา “สยามกีฬาอวอร์ดส์” ก็จะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง เป็นปีที่ 9 โดยปีนี้งานยังคงจัดขึ้นที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ ด้วยคอนเซปต์ “ปีที่ 9 ก้าวแห่งความมุ่งมั่น สู่รางวัลเกียรติยศ เพื่อคนกีฬา” ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมทางสยามสปอร์ตไลฟ์ “ทรูวิชั่นส์ 695” ตั้งแต่เวลา 14.30 น.

หนึ่งในรางวัลเกียรติยศของงาน “สยามกีฬาอวอร์ดส์” ที่ผมต้องเขียนถึงเป็นประจำทุกปี ก็คือรางวัล “ฮอลล์ ออฟ เฟม” ที่มอบให้กับยอดนักกีฬาไทยในอดีตที่เคยสร้างความสำเร็จ และสร้างความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ

โดยปีนี้อดีตนักกีฬา 10 ท่านที่ถูกเลือกเข้าสู่หอเกียรติยศของสยามกีฬา ได้แก่ เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย อดีตแชมป์โลกคนที่ 3 ของไทย วิทยา ราชวัฏ อดีตแชมป์มวยไทยเวทีราชดำเนิน อิศรศักดิ์ (บาร์โบส) พันท้ายนรสิงห์ แชมป์มวยไทย 2 เวที พ.ต.อ.สมภาร จำปีศรี ยอดนักเทนนิสแชมป์ประเทศไทย 10 สมัย

สงบ รัตตนุสสรณ์ ยอดนักหวดลูกขนไก่ แชมป์ประเทศไทยหลายสมัย พล.ต.อ.เจตนากร นภีตะภัฏ เหรียญทองรักบี้กีฬาแหลมทอง ม.ร.ว.เกรียงศักดิ์ วรวุฒิ นักปั่นจักรยาน 2 เหรียญทองเอเชียนเกมส์ แสวง แฉ่งชื่น ศูนย์หน้าทีมเยาวชนแชมป์ถ้วยเงินเอเชีย ชลอ สัตยาลักษณ์ นักฟุตบอลเหรียญเงินกีฬาแหลมทอง และ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ วิมลเศรษฐ์ ยอดนักเตะแห่งทีมเยาวชนไทย และทีมชาติไทย ชุดโอลิมปิกเม็กซิโก

ด้วยความที่ “ตะลุยฟุตบอลโลก”เป็น คอลัมน์ที่เน้นเรื่องของ “ฟุตบอล” โดยเฉพาะ ดังนั้นผมจึงขอเน้นแสดงความยินดีกับ 3 อดีตแข้งทีมชาติไทยที่ได้รับเลือกให้ขึ้นทำเนียบฮอลล์ ออฟ เฟม ในปีนี้เป็นพิเศษ

เริ่มจาก “ป๋าเล็ก” ชลอ สัตยาลักษณ์ เจ้าของฉายา “ปีกซ้ายลมกรด” ที่ปัจจุบันอายุ 77 ปี ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดเยาวชนถ้วยทอง ในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่มาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ.2501 และ 2502 ผ่านการรับใช้ทีมชาติมาอย่างโชกโชน และเคยไปฝึกฟุตบอลใน 3 ประเทศของยุโรป ทั้งเยอรมนี, นอร์เวย์ และอิสราเอล มาแล้ว

อีกท่านคืออดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย วัย 77 ปี แสวง แฉ่งชื่น หรือชื่อสกุลตามบัตรประชาชน แสวง เขมทัต ที่สมัยเล่นได้รับฉายาว่า “แสวงจอมวอลเลย์” ด้วยลีลาการทำประตูที่ส่วนใหญ่มาจากลูกวอลเลย์แทบทั้งนั้น ซึ่งทัวร์นาเมนต์ที่สร้างชื่อให้เขาก็คือกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนั้นทีมชาติไทยได้เหรียญเงิน

และคนสุดท้ายไม่เขียนถึงไม่ได้ นั่นก็คือ “น้าหลิม” ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ วิมลเศรษฐ์ “จอมลักไก่” ผู้เขียนประวัติศาสตร์ด้วยฝีเท้าให้ทีมเยาวชนไทยคว้าแชมป์เยาวชนเอเชีย เมื่อปี พ.ศ.2512 และเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมชาติไทยไปลุยฟุตบอลโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เม็กซิโก

ส่วนตัวผมมีความสนิทสนมกับ “น้าหลิม” เป็นพิเศษ เพราะรู้จักกันมาเกือบ 20 ปีเต็ม ตั้งแต่สมัยแกเล่นฟุตบอลให้ “วีไอพี ดรีมทีม” ของ “พี่ป๊อก–พงษ์ระวี” อดีตคอลัมนิสต์นามอุโฆษของกราวกีฬาไทยรัฐ ผู้บุกเบิกคอลัมน์ตะลุยฟุตบอลโลกที่ผมเขียนให้ท่านอ่านกันอยู่ทุกวันนี้

ผมเชื่อว่า วันนี้ วันที่ “น้าหลิม” เกรียงศักดิ์ ขึ้นสู่ทำเนียบเกียรติยศนักกีฬาไทย ถ้า “พี่ป๊อก” ยังมีชีวิตอยู่

รับประกันว่า “ไซด์โค้ง” ซี้ของน้า ต้องเขียนแซว 3 วัน 7 วันไม่เลิกแน่!!!

บี บางปะกง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้