วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ดีเอสไอ' รื้อคดีสอบใหม่ ฆ่าปาดคอสาวยุ่น ทิ้งอุทยานฯสุโขทัย

'ดีเอสไอ' รื้อคดีสอบใหม่ ฆ่าปาดคอสาวยุ่น ทิ้งอุทยานฯสุโขทัย

  • Share:

พ่อชาวญี่ปุ่น โร่พบ ตร.สุโขทัย ทวงถามความคืบหน้า กรณีคนร้ายฆ่าปาดคอลูกสาว ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเมื่อ 7 ปีก่อน ขณะที่ DSI ขอรื้อคดี เริ่มต้นสอบสวนใหม่อีกครั้ง

วันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่น ถูกฆาตกรรม คนร้ายใช้อาวุธมีดปาดคอและแทงบริเวณลำตัว แล้วทิ้งศพไว้บนทางขึ้นวัดสะพานหิน ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ม.10 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ขณะผู้ตายเดินขึ้นไปไหว้พระที่วัดดังกล่าว ช่วงงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟของ จ.สุโขทัย เหตุเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 50 ที่ผ่านมา นับเป็นคดีครึกโครม กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศเป็นอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ ผ่านมากว่า 7 ปีแล้ว แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า แม้เจ้าหน้าที่จะมีการตั้งรางวัลนำจับถึง 3 แสนบาท แล้วก็ตาม

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (3 มี.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ ผอ.ส่วนคดีความมั่นคง 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมชุดเฉพาะกิจ และนายยาสึอากิ คาวาชิตะ บิดาของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ ผู้ตาย ได้เข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.รังสรรค์ คชไกร ผบก.ภ.จ.สุโขทัย และ พ.ต.อ.ศิรินทร์ จันทวานิช รอง ผบก.ภ.จ.สุโขทัย เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี

พ่อชาวญี่ปุ่น เดินทางไปที่เกิดเหตุ เพื่อทำพิธีไว้อาลัยให้บุตรสาว

ในการประชุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะรื้อฟื้นคดีและเริ่มต้นสอบสวนใหม่อีกครั้ง โดยแยกออกเป็น 2 แนวทาง คือ จากพฤติกรรมที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่การเดินทางเข้ามาพักใน จ.สุโขทัย การเช่าจักรยาน 2 ล้อ จากใกล้ที่พักไปยังเชิงเขาทางขึ้นวัดสะพานหิน และการตรวจดีเอ็นเอ ที่พบจากซอกเล็บและเสื้อผ้าของผู้ตาย โดยจะประสานกับ พ.ต.อ.นพเก้า โกกิละวาที ผกก.6บก.กฝ.บช.ตชด. เพื่อเปรียบเทียบกับของ ตชด.ค่ายรามคำแหงมหาราช จำนวน 160 นาย ที่มีการฝึกภาคสนามใกล้กับสถานที่เกิดเหตุในช่วงเวลานั้น ซึ่งจะเป็นการตรวจโดยใช้เทคโนโลยีพิเศษจากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ โดยดีเอสไอ จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยที่ตลอดเวลาการประชุม นายยาสึอากิ คาวาชิตะ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เวลาต่อมา นายยาสึอากิ คาวาชิตะ พร้อมคณะได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณทางขึ้นวัดสะพานหิน ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง โดยมี พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์ พร้อมชุดสืบสวน คอยอำนวยความสะดวก เพื่อทำพิธีไว้อาลัยให้แก่ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ บุตรสาว โดยนายยาสึอากิ ได้จุดธูปและวางดอกไม้บนบริเวณที่พบศพ ด้วยใบหน้าเศร้าหมองและแววตาแดงก่ำ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

"ตนรู้สึกเสียใจที่บุตรสาวต้องมาเสียชีวิตที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ลูกสาวชื่นชอบและใฝ่ฝันที่จะมาเที่ยวตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เมื่อถึงวันที่ 25 พ.ย. ตนและครอบครัว จะเดินทางจากญี่ปุ่นมาจุดธูปไว้อาลัยบริเวณที่เกิดเหตุ และสอบถามความคืบหน้าของคดีจากทางตำรวจ แต่ปีที่แล้ว นางเอโกะ ยามาชิตะ ภรรยาเสียชีวิต ตนจึงไม่ได้มา และหวังไว้ว่ากลับไปญี่ปุ่นคราวนี้ อีกไม่นานคงจะมีข่าวดีเกี่ยวกับการจับกุมตัวคนร้ายที่ฆ่าบุตรสาวของตน" นายยาสึอากิ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้