วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ประกาศทำสงคราม 'หมอกควัน-ไฟป่า'

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ประกาศทำสงคราม 'หมอกควัน-ไฟป่า'

  • Share:

เชียงใหม่ยังอ่วม เจอหมอกควันไฟป่าเกินค่ามาตรฐานเป็นวันที่ 2 พ่อเมือง สั่งประกาศทำสงครามกับหมอกควันไฟป่า พร้อมสั่งจัดการเด็ดขาดกับผู้ที่ลักลอบเผาป่า เร่งระดมรถน้ำฉีดพ่นละอองน้ำ บรรเทาปัญหาเบื้องต้น ...

จากกรณีที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟป่า ติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ประชาชนเริ่มสวมหน้ากากอนามัยในการขับขี่ยานพาหนะ โดยเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย วัดคุณภาพอากาศในจังหวัด พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศหรือ PM10 สูงขึ้นถึง 181 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

และเมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 3 มี.ค. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เร่งระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยขบวนรถฉีดพ่นละอองน้ำ จากบริเวณข่วงประตูท่าแพ ไปสู่พื้นที่โดยรอบคูเมืองเชียงใหม่ และสถานที่ต่างๆ รอบตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อรดน้ำ และพ่นละอองน้ำสู่ที่สูงเพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นการบรรเทาแก้ไขปัญหาหมอกควันที่ลอยอยู่ในอากาศได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ และให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสร้างความเข้ากับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนได้ร่วมกันแจ้งเบาะแส ซึ่งจะมีรางวัลนำจับให้รายละ 5,000 บาท

ระดมรถน้ำ ฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาเบื้องต้น


ผวจ.เชียงใหม่ ยังบ่นด้วยว่า ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจยังพบว่าในพื้นที่ อ.แม่แตง มีการลักลอบเผาป่าจำนวนมาก ตอนนี้ก็ได้แจ้งหน่วยภาคพื้นดินเข้าไปดับแล้ว ในส่วนของการเปรียบเทียบฮอตสปอตจากแผนที่ดาวเทียม ปีนี้ถือว่ามีน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะจากการดูแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าทางประเทศพม่า มีการเผาป่ากันเยอะมาก และทิศทางลมตะวันตกยังพัดพามาซึ่งเชียงใหม่เป็นหุบของร่องเขาพอดี และประชาชนของเราก็ต้องไม่เผาเพิ่มเข้าไปอีก ขณะนี้ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ ไฟป่าและหมอกควันตลอด 24 ชม. หากพบว่ามีการเผาในพื้นที่ต้องเข้าไปดับไฟได้ และให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาป่าอย่างเด็ดขาดอีกด้วย

"สิ่งเราเป็นห่วงตอนนี้มากที่สุดคือเรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปใครๆ ก็ไม่อยากมาเที่ยว ซึ่งตอนนี้เพิ่งเริ่มมา 2-3 วัน ยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน ส่วนเรื่องการบินขึ้น-ลงของเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่ จากการที่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบินพบว่า ขณะนี้ทัศนวิสัยการมองเห็นยังอยู่ที่ 2 กม. และสนามบินเชียงใหม่ มีระบบนำร่องอัตโนมัติในการขึ้น-ลงของอากาศยาน ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าทัศนวิสัยมันต่ำกว่า 2 กม. อาจจะมีผลต่อเครื่องบินขณาดใหญ่ เครื่อง 747 อาจมีผลกระทบ ซึ่งเครื่องบินขนาดใหญ่ก็บินมาลงไม่มาก จึงขอยืนยันว่าการเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ ไม่ว่าทั้งทางอากาศยาน และทางรถยนต์ยังมีความปลอดภัย ขณะนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศสงครามสู้กับหมอกควันแล้ว ซึ่งเราจะทำอย่างเต็มที่ ผวจ.เชียงใหม่กล่าวในที่สุด" นายสุริยะกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้