วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อชิรญา-ชนานิศ ธรรมปริพัตรา สองตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำ เพื่อสังคม

อชิรญา-ชนานิศ ธรรมปริพัตรา สองตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำ เพื่อสังคม

  • Share:

ตั้งใจสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน อชิรญา–ชนานิศ ธรรมปริพัตรา 2 พี่น้องตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่กล้าคิด กล้าทำ โดยสร้างธุรกิจเทรนด์ใหม่ HIVESTERS เว็บไซต์ที่นำเสนอกิจกรรมไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เน้นกิจกรรมสนุก มีความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เติมด้วยไอเดียและความตั้งใจ ผลของงานจึงเตะตาจนได้รับทุนจาก “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

สาวผู้บริหารรุ่นใหม่คู่นี้ เป็นลูกสาวของ กิตศักดิ์–อรุณี ธรรมปริพัตรา เจ้าของธุรกิจรุ่งทองทัวร์ ซึ่งมีความต่างไปคนละขั้ว อชิรญา หรือ อชิ พี่สาวคนโต และ ชนานิศ หรือ มิ้นต์ เล่าว่า อชิจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ ด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานอยู่ที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด 4 ปี แล้วไปเรียนต่อปริญญาโท ด้าน Luxury Brand Management ที่ประเทศฝรั่งเศส ส่วนมิ้นต์จบปริญญาตรีนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แล้วได้ทุนฟูลไบรท์ไปเรียนปริญญาโท ด้าน International Law and Human Right ที่ Georgetown University Law Center พอจบก็ทำงานด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และการพัฒนา ที่สหประชาชาติ อยู่ 2 ปี แล้วไปทำงานด้านเอ็นจีโอ เป็นผู้สังเกตการณ์คดี ที่กัมพูชา เมื่อมิ้นต์ เห็นข่าวโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 4 ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงสนใจพร้อมชวนพี่สาวมาร่วมสร้างโครงการส่งเข้าประกวด และได้รับการคัดเลือก ได้รับเงินทุนจำนวน 200,000 บาท ในการสร้างธุรกิจเพื่อสังคม

“ตอนที่มิ้นต์อยู่อเมริกาได้เห็นธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise กำลังบูมมาก เรียกว่าเทรนด์กำลังมาเลยอยากที่จะมาลองทำในเมืองไทยบ้าง และด้วยธุรกิจที่บ้านทำทัวร์เลยมีไอเดียที่จะทำทัวร์รูปแบบใหม่ ที่ลดการท่องเที่ยวที่ส่งผลลบต่อสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม อชิกับมิ้นต์เลยคุยกันว่า ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ วันหยุดนอกจากเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าแล้ว น่าจะมีอย่างอื่นทำ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีคุณภาพ เราเลยจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแบบวันเดียว เช่น การเรียนโยนข้าวออร์แกนิก พาไปเรียนรู้การทำนาข้าว ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เข้าใจว่า การทำนาเคมีเป็นอย่างไร เพื่อทำให้หันมาบริโภคข้าวออร์แกนิกที่มีประโยชน์มากขึ้น หรือกิจกรรมทำซูชิ กับเชฟที่แข่งเชฟกระทะเหล็ก โดยไม่ใช้ปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือการดูปลาวาฬในท้องทะเลจริง เพื่อลดการดูปลาวาฬในที่กักขัง ที่จะทำให้ปลาอายุสั้นลง 4 เท่า รวมถึงกิจกรรม กากี่นั้งกับอาอี้ พาเที่ยวชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนที่ตลาดน้อย ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสนใจจำนวนมาก”

ในการทำธุรกิจเพื่อสังคมให้ยั่งยืนนั้น ทั้งคู่บอกว่า มีแต่คนบอกว่า การทำธุรกิจเพื่อสังคมนั้นจะไม่โต มีแต่จะตายลงไปในที่สุด เราเลยจะพยายามทำให้ธุรกิจนี้โตแบบยั่งยืนให้ได้ ซึ่งแต่ละกิจกรรมนอกจากการค้นหาข้อมูลแล้ว ที่เราเองยังได้สอนผู้ประกอบการให้รู้จักการทำธุรกิจด้วย เพื่อเราจะได้โตไปด้วยกัน ช่วงแรกลำบากบ้าง แต่เรามีลูกฮึดเยอะ ซึ่งเวลา 5-6 เดือนที่ได้ทำงาน เราทั้งคู่ได้เรียนรู้มากมาย อย่างมิ้นต์ไม่รู้เรื่องทางธุรกิจเลย ก็ทำให้มิ้นต์ได้รู้จักแง่มุมทางธุรกิจขึ้น ส่วนอชิไม่อินกับเรื่องเอ็นจีโอ ก็ได้มิ้นต์มาช่วย เรา 2 คนเลยต้องบาลานซ์คนละครึ่งทาง ซึ่งในอนาคต กิจกรรมเราอาจจะโกอินเตอร์ไปต่างประเทศด้วย เราจึงอยากพิสูจน์ให้คนทั่วไปได้เห็นว่า การทำธุรกิจเพื่อสังคมนั้น เติบโตได้ สามารถสร้างกำไรที่เป็นตัวเงินเพื่อให้องค์กรอยู่ได้แล้ว ยังสร้างกำไรให้แก่คนในสังคมได้ด้วย”

มีคนรุ่นใหม่แบบนี้ สังคมเราย่อมมีคุณภาพมากขึ้นแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้