ข่าว
100 year

มาฆบูชา 2558 วันเริ่มต้นปฏิรูปประเทศ

ซูม4 มี.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

วันนี้เป็น “วันมาฆบูชา” วันพระใหญ่ของชาวพุทธทั่วโลกเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญของพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อนโน้น ณ วัด “เวฬุวันมหาวิหาร” นอกกำแพงเมืองราชคฤห์ แห่งชมพูทวีป หรือประเทศอินเดียในปัจจุบัน

เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ 4 ประการที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” อันเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ผมขออนุญาตไม่นำมากล่าวซํ้า

เพียงแต่จะเรียนยํ้าเตือนว่า นอกจากเหตุการณ์สำคัญ 4 ประการแล้ว จากพุทธประวัติที่เราเล่าเรียนกันมา วันนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงพระ “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระภิกษุทั้งหลายด้วย

อันเป็นหลักคำสอนที่ถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพราะได้ทรงยํ้าถึงจุดมุ่งหมายแห่งพระศาสนา หลักแห่งศาสนาและพระวินัยที่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายพึงปฏิบัติต่อไปในภายภาคหน้า

ผู้รู้ได้สรุปใจความสำคัญของพระโอวาทปาติโมกข์ไว้ว่า พระคาถาแรกทรงกล่าวถึง “นิพพาน” ว่าเป็นจุดหมายและอุดมการณ์สูงสุด ทั้งของบรรพชิตและพุทธบริษัท

ช่วงต่อมาทรงกล่าวถึงวิธีการสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระศาสนา สำหรับพุทธบริษัททั่วไปอันได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง, การบำเพ็ญแต่ความดีอยู่เป็นนิจ และ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์

ช่วงสุดท้ายทรงกล่าวถึงหลักปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนาว่า จะต้องยึดมั่นอยู่ใน 6 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ การไม่กล่าวร้ายใคร, การไม่ทำร้ายใคร, การมีความสำรวมในปาติโมกข์ทั้งหลาย, การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร, การรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด และความเพียรในอธิจิต

ผิดถูกอย่างไรขอยกให้แก่ “วิกิพีเดีย” สารานุกรมเสรีในอินเตอร์เน็ตที่ผมคัดลอกมาเกือบทั้งดุ้นก็แล้วกัน

ถ้าจะว่าไปแล้ว ผมก็คัดลอกมาลงอยู่เสมอๆ 2 ปีครั้ง 3 ปีครั้ง สำหรับข้อเขียนในวันมาฆบูชา

ปีนี้ต้องคัดลอกมาอีกครั้งก็เพราะเห็นว่าเรากำลังอยู่ในช่วงปฏิรูปประเทศ ซึ่งสิ่งที่จะต้องดำเนินการก่อนอื่นก็คือ “การปฏิรูปจิตใจ” นั่นเอง

และปีนี้เราก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ผู้สืบศาสนาเกิดขึ้นเป็นข่าวหน้า 1 จนทำให้สาธุชนจำนวนไม่น้อยรู้สึกเศร้าหมอง จึงสมควรจะคัดลอกพระโอวาทปาติโมกข์มาลงเตือนสติผู้สืบพระศาสนาอีกสักครั้ง

ในส่วนของพวกเราชาวบ้านที่เป็นฆราวาส หรือพุทธบริษัททั้งหลายทั้งปวงนั้น หากทำตามหลักการที่เป็นแก่นแห่งคำสอน คือไม่ทำความชั่วทั้งปวง, บำเพ็ญแต่ความดีเป็นนิจ และทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ก็คงจะไม่ต้องปฏิรูปอะไรกันมาก

เพราะต่อให้เขียนแผนปฏิรูปโน่นปฏิรูปนี่มากมาย เขียนรัฐธรรมนูญฉบับที่คิดว่าปฏิรูปแล้วครอบคลุมโน่นนี่นั่นครบถ้วน หรือออกกฎหมายปฏิรูปออกมาอีก 108 ฉบับ

แต่ถ้าผู้คนยังคิดที่จะทำชั่วทุกวัน ไม่ทำความดีเลย หรือทำดีแต่เอาหน้า และจิตใจยังมากไปด้วยกิเลส...ทุกอย่างก็จบ

ปฏิรูปอะไรไปพวกบัวใต้น้ำทั้งหลาย ก็จะไม่ยอมทำตามที่ปฏิรูป และจะหาทางแหกกฎ ฉีกกฎ ทำแต่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ตัวเองร่ำไป

คำสอน 3 ประการนี้จึงสำคัญ และเราจะต้องหล่อหลอมให้คนไทยเรามีคุณงามความดีทั้ง 3 ประการนี้ให้จงได้

ไม่ต้องทำดีถึง 100 เปอร์เซ็นต์ครบทั้ง 3 ประการหรอกครับเดี๋ยวจะบรรลุนิพพานกันเสียหมด จะไม่มีใครเหลืออยู่พัฒนาประเทศชาติ ขอให้ทำสัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ พอให้ได้ชื่อว่าทำความดีมากกว่าความชั่ว และลดกิเลสลงมาบ้าง เพราะจะให้หมดเลยคงยาก ให้เหลือสัก 20-30 เปอร์เซ็นต์ก็แล้วกันครับ

ส่วนพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายนั้นไม่ว่าวัดใด สำนักใด หรือรูปใดที่ตกเป็นข่าวใหญ่หน้า 1 หนังสือพิมพ์มาโดยตลอด ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ผมก็กราบอาราธนาขอให้ใช้เวลาสักช่วงหนึ่งในวันมหามงคลวันนี้ทบทวนว่าวัตรปฏิบัติของท่านที่ผ่านมานั้นสอดคล้องหรือไม่กับหลัก 6 ประการ ในพระโอวาทปาติโมกข์ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงศีล 227 ด้วย

ผู้รู้น้อยอย่างผมตีความอย่างพื้นๆ ใน 6 ข้อก็เห็นว่า หลายวัดหลายสำนักและหลายๆรูปน่าจะผิดกฎ 6 ข้อนี้อย่างแน่นอน มากบ้างน้อยบ้าง

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวัน “มาฆบูชา” 2558 ที่เวียนมาถึงในวันนี้จะเป็นวันแห่งการทบทวนตัวเอง ตรวจสอบตัวเองของพวกเราชาวพุทธ ทั้งพระภิกษุและพุทธบริษัท

ว่าเราได้เดินตามรอยบาทของพระพุทธองค์กันครบถ้วนแล้วหรือไม่? หากไม่ครบถ้วน หรือผิดทิศทางไปมาก...สมควรจะปรับปรุงอย่างไร? ถือเอาวันนี้เป็นวันเริ่มต้นปฏิรูปประเทศไทยที่แท้จริงว่างั้นเถอะครับ.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหะหะพาทีซูมวันมาฆบูชาจาตุรงคสันนิบาตนิพพานโอวาทปาติโมกข์พระศาสนารัฐธรรมนูญไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้