วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล่าพราน ฆ่าช้าง-ตัดงา เขาใหญ่

ล่าพราน ฆ่าช้าง-ตัดงา เขาใหญ่

  • Share:

แก๊งพรานทมิฬเหิมหนัก ใช้ปืนไรเฟิลยิงช้างป่างางาม 2 ตัว ล้มตายกลางป่าลึกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-มรดกโลก ก่อนตัดงา งวง และอวัยวะเพศ ส่งขายให้นายทุนตามใบสั่ง ชาวบ้านไปเจอซากช้างรีบวิ่งโร่แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แต่ปิดข่าวกันเงียบจนผ่านไปหลายเดือน ซากช้างเน่าเหลือแค่โครงกระดูก ตำรวจพร้อมสัตวแพทย์กรมอุทยานฯเตรียมขึ้น ฮ. บินลงพื้นที่ตรวจสอบซาก แฉมีขบวนการล่าสัตว์ป่า ช้าง กระทิง และเสือโคร่ง ส่งขายตลาดมืดปรุงยาปลุกเซ็กซ์

ขบวนการล่าสัตว์ป่าเหิมเกริมหนัก ลอบล่าช้างในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ต.วีระชัย วิสุทธิอุทัยกุล ผบก.ภ.จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับรายงานจาก ร.ต.ท.เจนณรงค์ ละครลำ พนักงานสอบสวน สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นายตระกูล อาจอารัญ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ก่อนหน้าจะเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่ ด้าน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พบโครงกระดูกช้าง 1 ตัว ถูกฆ่าตายในพื้นที่หมู่ 5 บ้านป่าห้วยไทร ต.สะพานหิน อ.นาดี จากการตรวจสภาพโครงกระดูกพบช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างเพศผู้ ถูกฆ่าและตัดเอางาช้างไป จึงมาแจ้งความให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และจับกุมตัวผู้กระทำความผิด

ผบก.ภ.จ.ปราจีนบุรีกล่าวว่า ในวันที่ 3 มี.ค. พนักงานสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในป่าลึก เพื่อตรวจพิสูจน์ซากโครงกระดูกช้าง และค้นหาหลักฐานของคนร้ายต่อไป คดีนี้ถือว่าคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจมาก กล้าฆ่าช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติอันดับ 1 ของประเทศ และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก จากนี้จะเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน สาวไปให้ถึงตัวผู้กระทำผิดทั้งขบวนการ เพราะถือว่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า

ต่อมาผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจภูมิภาคไทยรัฐ ลงพื้นที่ อ.นาดี และ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งทั้ง 2 อำเภอมีพื้นที่ติดต่อกัน และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อสืบหาข้อมูลของขบวนการล่าสัตว์ป่า จากการพูดคุยกับแหล่งข่าว เป็นชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าคนหนึ่งให้ข้อมูลอ้างว่า ในพื้นที่ อ.นาดี และ อ.ประจันตคาม มีกลุ่มพรานป่าพวกหนึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล นิยมล่าสัตว์ป่าจำพวกช้าง กระทิง และเสือโคร่ง บนอุทยานฯเขาใหญ่ ส่งขายให้นายทุนตามใบสั่งเป็นประจำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะมีสัตว์ป่าออกมาหากินในทุ่งหญ้าจำนวนมากและล่าได้ง่าย โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 5 บ้านป่าห้วยไทร ต.สะพานหิน อ.นาดี เป็นพื้นที่ป่าดิบและมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก แต่หากจะเดินเท้าเข้าถึงพื้นที่ จะต้องใช้เวลา 3 วัน จึงเป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะลาดตระเวนไปถึง ทำให้กลุ่มพรานย่ามใจ

ชาวบ้านคนเดิมให้ข้อมูลอ้างว่า เมื่อราวกลางเดือน ก.ค.57 ระหว่างที่ตนออกหาปลาไหลและหาเห็ดป่าในพื้นที่หมู่ 5 บ้านป่าห้วยไทร ได้ไปพบซากช้างป่าเพศผู้ขนาดใหญ่ 2 ตัว ถูกยิงตาย ตัวแรก อายุราว 25 ปี นอนตายทับต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มอยู่ ส่วนอีกตัวอายุราว 20 ปี นอนตายห่างออกไปประมาณ 500 เมตร โดยช้างทั้ง 2 ตัว เพิ่งตายได้ไม่นาน และถูกพรานป่าตัดเอางา งวง และอวัยวะเพศไป ตนถึงกับน้ำตาไหลสงสารช้างทั้ง 2 ตัว เพราะช้างตัวแรกมีขนาดใหญ่มาก คาดว่างาทั้ง 2 ข้างที่ถูกตัดมีน้ำหนักราว 45 กก. ส่วนช้างอีกตัวคาดงามีน้ำหนักราว 30 กก. ราคาขายในท้องตลาด ตกประมาณกิโลกรัมละ 10,000 บาท ขณะที่งวงและอวัยวะเพศ จะถูกส่งขายในตลาดมืดในราคาที่สูงมากเพื่อนำไปทำยาโป๊ เชื่อกันว่าช่วยบำรุงกำลังทางเพศ ทั้งนี้ หลังพบซากช้างทั้ง 2 ตัว ได้แจ้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไปตรวจสอบ แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงล่าช้าจนซากช้างเน่าเหลือเพียงโครงกระดูก และอาจทำให้หลักฐานอื่นสูญหายด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รายหนึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ เนื่องจากกลัวจะถูกผู้บังคับบัญชาลงโทษ กล่าวว่า ตามแนวทางการสืบสวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่า พรานป่าที่ตัดงาช้าง ตัดงวง และอวัยวะเพศ เป็นพรานป่าในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี จะเข้าป่าล่าสัตว์ตามใบสั่งของนายทุน โดยใช้ปืนไรเฟิลและอาวุธสงคราม ออกล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเคยลาดตระเวนไปเจอร่องรอย และพยายามติดตามตัว แต่พรานป่ากลุ่มนี้มีความชำนาญพื้นที่ ประกอบกับมีอาวุธสงครามร้ายแรง หากเกิดปะทะกันขึ้นเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะมีอันตรายถึงชีวิต เพราะมีเพียงปืนลูกซอง 5 นัดเป็นอาวุธประจำกายเท่านั้น สำหรับสาเหตุที่เกิดความล่าช้าในการเข้าตรวจพิสูจน์ซากช้างนั้น เนื่องจากจุดที่ชาวบ้านมาแจ้งว่าพบช้างล้มอยู่กลางป่าลึกและไม่มีพิกัดแน่นอน ทำให้ยากต่อการค้นหา ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯทุกคนไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอให้สังคมเข้าใจการทำงานในพื้นที่ทุรกันดารด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้