วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศาลอาญา เลื่อนตรวจหลักฐานชายชุดดำ ปี 53 เป็น 23 มี.ค.

ศาลอาญา เลื่อนตรวจหลักฐานชายชุดดำ ปี 53 เป็น 23 มี.ค.

  • Share:

ศาลอาญาเลื่อนตรวจหลักฐานคดีชายชุดดำครอบครองอาวุธเป็น 23 มี.ค. รออัยการฟ้องข้อหาก่อการร้ายเพิ่มหรือไม่

วันที่ 2 มี.ค. ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรือ อ้วน สุ่มศรี อายุ 46 ปี ชาวกรุงเทพฯ นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 25 ปี ชาวเชียงใหม่ นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 34 ปี ชาวอุบลราชธานี นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 46 ปี ชาวกรุงเทพฯ และนางปุนิกา หรือ อร ชูศรี อายุ 40 ปี ชาวกรุงเทพฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกัน พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ หรือชุมชน และมีอาวุธ เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ 2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 55, 72 ทวิ และ 78

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 จำเลยทั้งห้า กับพวกที่ยังหลบหนี และพวกที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว ร่วมกันพกอาวุธ เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด ที่สามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินให้เกิดความเสียหายได้ อาทิ เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ปืนเอ็ม 16 ปืนเอชเค (HK) 33 หรือปืนอาก้า ซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ไปตามบริเวณแยกคอกวัว ถนนตะนาว ถนนประชาธิปไตย แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร ในช่วงที่มีกลุ่มชายชุดดำ ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขณะที่ระหว่างพิจารณาชั้นศาลทั้งหมดไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความศูนย์กฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ซึ่งดูแลคดีให้กลุ่มจำเลย เปิดเผยว่า ศาลได้เลื่อนตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากรอฟังคำสั่งพนักงานอัยการเกี่ยวกับจำเลยทั้งหมดในคดีนี้ว่า จะฟ้องข้อหาก่อการร้ายเพิ่มอีกหรือไม่ ซึ่งเดิมพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนควรฟ้องจำเลยทั้งห้า ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและก่อการร้าย แต่ชั้นอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเฉพาะข้อหาครอบครองอาวุธปืน แล้วสั่งไม่ฟ้องข้อหาก่อการร้าย

ดังนั้น อัยการจึงต้องส่งความเห็นและสำนวนกลับไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) พิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนกฎหมายว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ หากอธิบดี ดีเอสไอ เห็นแย้ง โดยยืนยันว่าจะให้ฟ้องจำเลยทั้งห้าในข้อหาก่อการร้ายตามสำนวนการสอบสวนเดิม อัยการก็จะต้องแก้ไขคำฟ้องคดีนี้โดยเพิ่มข้อหาก่อการร้าย แต่หากอธิบดีดีเอสไอ เห็นด้วยตามคำสั่งอัยการที่ไม่ฟ้องข้อหาก่อการร้าย คดีในส่วนนี้จะยุติไป แล้วจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปในส่วนเฉพาะข้อหาครอบครองอาวุธปืน ซึ่งศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐาน คดีครอบครองอาวุธฯ อีกครั้งในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้