วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แม่อุ้มบุญโผล่กลางสภาฯ ร้องครูหยุย ช่วยนำลูกคืน

แม่อุ้มบุญโผล่กลางสภาฯ ร้องครูหยุย ช่วยนำลูกคืน

  • Share:

"แม่อุ้มบุญ" โผล่ร้องกลางสภาฯ แม้มี ก.ม.บังคับใช้ยังแอบทำ ทนายฯแฉเป็นหมอคนเดียวที่ทำอุ้มบุญเจ้าปัญหาให้ชาวญี่ปุ่น แม่วิงวอนผ่านสื่อขอลูกคืน "ครูหยุย" มึน ตั้งอนุกมธ.ศึกษาแก้ปมจ้างอุ้มบุญ 

วันที่ 2 มี.ค.เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.วีรุทัย มณีนุชเนตร กรรมาธิการบริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ผู้ให้คำปรึกษาคดีกรณี น.ส.ออย นามสมมติ อายุ 34 ปี เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวัลลภ ตังคนานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้ใช้มาตรการทางการกฎหมายคุ้มครอง ผู้รับอุ้มบุญและบุตรที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

โดย น.ส.วีรุทัย กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ออย ว่า ได้รับการติดต่อจากนายหน้าคนไทยเพื่อให้รับจ้างอุ้มบุญจากชายชาวสหรัฐอเมริกา วัย 40 ปี เศษ ที่อ้างว่า เป็นเจ้าของสเปิร์ม โดยติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊กที่ประกาศหาหญิงไทยที่รับจ้างอุ้มบุญซึ่งจะต้องเป็นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อน ซึ่งจะได้รับค่าจ้าง 3.8-4 แสนบาทต่อราย พร้อมค่าใช้จ่ายรายเดือน 1.4 หมื่นบาท จนถึงวันคลอด โดยได้รับเงินล่วงหน้าครึ่งหนึ่งก่อน

น.ส.วีรุทัย กล่าวว่า ​มีหญิงไทยหลายรายเข้าไปรับจ้าง ซึ่งมี นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล (คนเกียวกับที่ทำอุ้มบุญให้ชาวญี่ปุ่น) ที่เคยรับจ้างอุ้มบุญให้กับชายชาวญี่ปุ่นที่มาจ้างหญิงไทย และเป็นปัญหาอยู่จนถึงเวลานี้อีก 13 ราย โดย นพ.พิสิฐ ได้เรียกตัว น.ส.ออย ไปทำการอุ้มบุญที่ ห้องเช่าย่านเพลินจิต ทั้งที่ช่วงดังกล่าว นพ.พิสิฐ ยังอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี

อีกทั้งระหว่าง​ที่ น.ส.ออย เข้ามาร้องกับตนก็มีการติดต่อจาก นพ.พิสิฐ เพื่อขอให้รับเงินค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่งและให้จบคดีเรื่องนี้ แต่ น.ส.​ออย อยากได้เด็กคนดังกล่าวคืนเพราะเชื่อว่า เป็นลูกของตัวเอง จึงขอเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดี ประสานสถานทูตสหรัฐฯ-ตม.ห้ามนำเด็กออกนอกประเทศ

น.ส.วีรุทัย กล่าวต่อว่า กรณีนี้แม้จะมีการทำสัญญารับจ้างอุ้มบุญ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ และน.ส.ออย ก็เซ็นไปด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ถือเป็นโมฆะ เพราะเป็นสัญญาซื้อขายมนุษย์ขัดต่อกฎหมาย ที่สำคัญทางสหรัฐฯได้ประกาศให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่ติดอยู่ในกลุ่มปัญหาค้ามนุษย์ระดับ เทียร์ 3 แต่คนสหรัฐฯเองกลับมาทำเรื่องนี้ที่ประเทศไทย ซึ่งทางสมาคมได้ทำหนังสือร้องถึงสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และตม. ขอให้สกัดไม่ให้ชายชาวอเมริกันที่อ้างเป็นพ่อนำเด็กคนดังกล่าวออกนอกประเทศพร้อมเด็ก เพราะคาดว่า จะมีอีกหลายรายเนื่องจากทราบว่า มีการว่าจ้างหญิงไทยให้รับอุ้มบุญอีกจำนวนมาก ​ซึ่งทราบว่า เวลานี้ชายชาวอเมริกันยังอาศัยอยู่ในประเทศไทย

น.ส.ออย กล่าวว่า ในวันที่ 17 ม.ค. 2558 หลังจากตนได้คลอดบุตร ผู้ที่อ้างว่าเป็นพ่อชาวอเมริกันได้รับตัวบุตรและออกจากโรงพยาบาล และขาดการติดต่อไปเลยนับจากนั้น ซึ่งตนอยากได้ลูกคืน เพราะสงสัยว่าเด็กคนดังกล่าวจะเป็นลูกของตนเอง เพราะขั้นตอนการดำเนินการก็ไม่ทราบว่า เป็นการนำไขคนอื่นมาผสมกับสเปิร์ม หรือ ฉีดสเปิร์มเข้าไปผสมกับไข่ของตัวเองก็ไม่ทราบเพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้ ทั้งนี้ระหว่างที่ยื่นเรื่อง น.ส.ออย ได้คุกเข่าลงกราบ นายวัลลภ จนนายวัลลภเองต้องรีบคุกเข่ารับไหว้ตอบ

นายวัลลภ กล่าวว่า แม้กฎหมายอุ้มบุญจะมีผลใช้บังคับแล้วแต่ไม่มีผลย้อนหลัง แต่ทางกรรมาธิการได้ตั้งอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ ซึ่งประกอบด้วย กมธ.​ แพทยสภา สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อช่วยคลี่ปัญหาเรื่องนี้ รวมทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้แก่ กรณี ชาวญี่ปุ่นมาจ้างอุ้มบุญและมีเด็กตกค้างอยู่ 13 ราย 2.กรณีชาวออสเตรเลีย ยังมีปัญหาอีก 400 ราย และ 3 กรณีล่าสุดชาวสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาจ้างอุ้มบุญ และคาดว่าจะมีอีกจำนวนไม่น้อย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้