วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตกแต่งบ้านอย่างมืออาชีพ! กับวอลล์เปเปอร์ที่จะทำให้บ้านเปลี่ยนไป

ตกแต่งบ้านอย่างมืออาชีพ! กับวอลล์เปเปอร์ที่จะทำให้บ้านเปลี่ยนไป

  • Share:

สิ่งสำคัญในการตกแต่งบ้านด้วยลวดลาย ทั้งจากผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ของตกแต่ง เช่น ปลอกหมอน หรือลวดลายวอลล์เปเปอร์ ก็คือ การนำมาใช้ให้พอดี ทั้งการเลือกรูปแบบ ขนาด และสีสัน อาจเริ่มจากมองหารูปแบบที่ชอบ จากนั้นสังเกตพื้นที่ที่จะนำไปใช้ว่ามีขนาดแค่ไหน และจะใช้กับส่วนใดของห้องบ้าง อาจถ่ายภาพและพิมพ์ลงกระดาษเพื่อวาดภาพคร่าวๆ ไว้ก่อนก็ได้ สุดท้ายคือการเลือกลวดลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากที่สุด แต่เรามีวิธีที่จะช่วยให้การเลือกลวดลายมาใช้ให้สวยเป็นเรื่องไม่ยากและน่าสนุกมาฝากกัน เทรนด์@โฮม ไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ จะพาไปหาคำตอบ...

ทำความรู้จักลวดลาย

ลวดลายมักมีหลายชื่อเรียก บางทีก็เป็นคำเรียกตามลักษณะรูปทรง ของลวดลายหรือเป็นคำไทยที่เราคิดกันเอง จนกลายเป็นชื่อเล่นของลายนั้นๆ เราเลือก 15 ลวดลายที่เห็นบ่อยๆ มาให้ดูกันว่าแต่ละลวดลายมีชื่อเรียก ที่ถูกต้องว่าอะไรบ้าง

1.Argyle

ลายตารางสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสลับกับลายสี่เหลี่ยมเส้นประ เห็นแล้วนึกถึงถุงเท้าและเสื้อสเวตเตอร์และยังใช้บ่อยกับผ้าคลุมเตียงหรือปลอกหมอน สร้างอารมณ์อบอุ่นได้ดี

2.Chevron

ลายซิกแซ็กสีสดสุดฮิต โดยมีพื้นขาวหรือจะเป็นสองสีสดใสมาสลับลายก็ดูสวย ในช่วงปลายยุค 1800 นิยมใช้เป็นลวดลายของถ้วยชามหรือถ้วยกาแฟตอนนี้ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะเข้ากับสไตล์อื่นๆ ได้ง่าย

3.Toile

ลวดลายสีทูโทนหรือใช้แค่สองสี เช่น น้ำเงิน ดำ หรือแดงตุ่น บนพื้นสีขาว ลวดลายส่วนใหญ่เป็นลายธรรมชาติ ซึ่งต้นกำเนิดเดิมมาจากต้นยุค 70 ในภาษาฝรั่งเศส คำว่า “Toile” หมายถึง ผ้าลินินหรือผ้าแคนวาส ซึ่งต่อมาใช้เรียกแทนลายนี้ไปในตัว 

4.Fleur de Lys

หรือที่เรียกติดปากว่า “ลายลูกเสือ” เป็นการคลี่คลายรูปทรงมาจากดอกลิลลี่ หรือไอริส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ในระบอบกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส ใช้กับธง สัญลักษณ์ เสื้อ หรือโล่ต่างๆ นิยมใช้เป็นลายวอลล์เปเปอร์ จานชาม หรือหมอนอิง

5.Chinoiserie

ลวดลายที่ผสมผสานระหว่างตะวันออก กับตะวันตก สีสันสวยงามบางสีมาจากงาน เครื่องเคลือบของจีน เช่น เขียวหยก แดง หรือดำเงา ลวดลายส่วนใหญ่เกิดจากภาพ ในจินตนาการ อาจเป็นภาพธรรมชาติ หรือเรื่องราวต่างๆ นิยมใช้ตั้งแต่ต้นยุค 80 หรือในช่วงของยุคนีโอคลาสสิก และโรโกโก มักใช้เป็นลวดลายของผ้าม่าน ผ้าบุ และวอลล์เปเปอร์

6.Quatrefoil

ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ใบไม้ 4 ใบ ลวดลายนี้มาจากสถาปัตยกรรม หรือโบสถ์ในยุคกอทิกและเรอแนซองซ์ ยังมีกลิ่นอายของสไตล์มัวร์และโมร็อกโกด้วย นิยมใช้เป็นลวดลายวอลล์เปเปอร์หรือเป็นรูปทรงของกระเบื้องปูพื้น

7.Harlequin

ลวดลายที่ทำให้นึกถึงเสื้อผ้าของตัวตลก หรือโจ๊กเกอร์หรือลายข้าวหลามตัดในไพ่ นิยมใช้กันมากกับผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ปลอกหมอน และพรมจะนำไปใช้กับสไตล์โมเดิร์นก็ได้หรือหากเป็นสไตล์คลาสสิกก็ยิ่งสวย

8.Cabana Stripe

ลายเส้นแนวตั้งที่เห็นบ่อยตามชายหาดและริมสระว่ายน้ำนิยมนำมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์เป็นลวดลายของทั้งปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว และเบาะที่นั่ง

9.Houndstooth

ต้นกำเนิดมาจากลวดลายผ้าวูลพื้นถิ่นของคนเลี้ยงแกะในประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งมองดูแล้วคล้ายรอยฟันแทะของสุนัขเป็นที่นิยมมากในปี 1940 จากการที่แบรนด์ Chanel นำกลับมาใช้กับเสื้อผ้าได้อย่างสวยหรู ทำให้ลายนี้เป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้

10.Paisley

ลวดลายหยดน้ำ มีต้นกำเนิดจากยุคเปอร์เซียนิยมใช้เป็นลวดลายสำหรับปักผ้าแคชเมียร์ จนนำมาลดทอนเป็นลวดลายในงานพิมพ์ของบริษัทผ้าในเมืองมาร์เซย์ ประเทศฝรั่งเศสและเป็นที่นิยมต่อมาในอีกหลายประเทศ มักใช้กับผ้าบุเฟอร์นิเจอร์และชุดเครื่องนอนต่างๆ

11.Gingham

ลายตารางที่เราเรียกกันติดปากว่า “ลายสกอต” ชื่อของลายนี้มาจากผ้าของชนพื้นเมืองมาเลย์ที่เรียกว่า “Genggeng” ซึ่งส่งออกไปยังยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะใช้เป็นผ้าปูยามไปปิกนิกหรือเป็นผ้าปูอเนกประสงค์ภายในบ้าน

12.Damask

ลวดลายผ้าที่เรียกชื่อตามแหล่งที่มาคือ เมืองดามัสกัส เมืองที่ทอผ้านี้ส่งออก ไปยังยุโรป สมัยก่อนวัสดุหลักเป็นไหม จากประเทศจีน ซึ่งส่งผ่านเส้นทางสายไหม ปัจจุบันเป็นลวดลายที่แทน ความหรูหรา มักใช้กับวอลล์เปเปอร์ ผ้าปูโต๊ะ หรือผ้าบุเฟอร์นิเจอร์

13.Ikat หรือ Ikkat

กลับมาเป็นที่นิยมมากๆ ในบ้านเราในช่วงสองปีที่ผ่านมา ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจ จากงานมัดย้อมและผ้าบาติกที่ใช้กันมาก ในประเทศอินโดนีเซียและทางใต้ของ ประเทศอินเดีย รวมถึงบนเกาะโอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น แม้แต่ลายผ้าพื้นถิ่นในไทย บางลวดลายก็ให้อารมณ์ใกล้เคียงกัน นิยมใช้เป็นลายผ้าบุ หรือผ้าม่าน เพราะมักใช้สีสันสดใส ซึ่งสร้างความรู้สึกสดชื่นให้ห้องได้ดี

14.Polka Dot

หรือลายจุด คำว่า “Polka” เป็นชื่อเรียกจังหวะการเต้นเพลงพื้นเมืองในโบฮีเมีย และข้ามมาเป็นที่นิยมมากที่สหรัฐอเมริกาในปี 1854 ทำให้ยุคนั้นสินค้าอะไรก็ขึ้นต้นด้วยคำว่า Polka เหมือนเป็นตัวแทนของคำว่าสนุกสนาน จนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 เจ้าหนู Mickey และ Minnie Mouse ก็โด่งดัง และเป็นที่จดจำกับภาพกระโปรงลายจุดขาว บนพื้นสีแดง จนทำให้ของใช้และเฟอร์นิเจอร์เด็ก รวมถึงสินค้าอื่นๆ ใช้ลวดลายผ้าจุดสีต่างๆ ตามกันมา

15.Caning หรือ Wicker

คำนี้ไม่ใช่แค่ใช้เรียกชื่อลายหวายสานเท่านั้นแต่ใช้เรียกชื่อลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้หวายสานด้วย นิยมใช้เป็นลวดลายของปลอกหมอนหรือผ้าบุ

4 แบบที่ใช้ด้วยกันแล้วลงตัว

1.Toile/ Quatrefoil/ Cabana Stripe

2.Chinoiserie/ Ikat/ ผ้าสีเรียบๆ

3.Houndstooth/ Polka Dot/ Toile

4.Gingham/ Quatrefoil/ Chevron

ใช้ลวดลายอย่างไรให้สวยพอดี

การเลือกใช้ลวดลายไม่มีหลักการตายตัว แต่สิ่งแรกที่ควรทำคือ ถามใจตัวเองให้แน่ชัดว่าชอบลวดลายแบบไหน ลองสังเกตจากสิ่งใกล้ตัว ของใช้ ในบ้าน จานชามต่างๆ ว่าเป็นลายดอกไม้ ลายจุด หรือลายเรียบๆ รวมถึง สังเกตจากเสื้อผ้าที่ชอบซื้อ หรือจะหาไอเดียจากหนังสือที่ชอบมาดูเป็นตัวอย่างก็ได้ และหากได้คำตอบแล้วว่าชอบลวดลายมากๆ อยากให้ทุกอย่างในห้องมี ลวดลายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องน่าสนุก เพราะมีเทคนิคเล็กๆ ที่ทำให้หลายๆ ลวดลายอยู่ด้วยกันได้แบบสบายตาดังนี้

สามลายดีที่สุด

ลายเดียวอาจดูเหงาไปสักนิด สองลายก็เหมือนยังดูไม่เต็มที่ สามลายในหนึ่งห้องนี่ละที่ตกแต่งแล้วดูสวยโดดเด่น โดยแบ่งเป็นลายเรียบ ลายเรขาคณิต (ลายลดทอน) และลายดอกไม้ คละทั้งสามลายในส่วนต่างๆ ของห้องตามความชอบ เช่น กรุผนังด้วยวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้ โซฟาเป็นผ้าบุสีเรียบ และเลือกหมอนอิงลายกราฟิกคละกับลายดอกไม้ ก็ทำให้ห้องนั้นดูสวยแบบพอดี

บ้านคุณอนุรักษ์ ฆ้องวงษ์

www.goodrichglobal.com

แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ของที่อยู่ในห้อง

เฟอร์นิเจอร์ หมอนอิง พรม ผนัง และผ้าม่าน ห้าสิ่งนี้สามารถใช้ลวดลายได้เต็มที่ หากยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ลายไหนตรงไหน ให้ลองสเกตช์ภาพห้องบนกระดาษ ขอตัวอย่างผ้าหรือวอลล์เปเปอร์ลวดลายที่ชอบจากร้านแล้วนำมาแปะดูคร่าวๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่คิดอยู่นั้นคือภาพที่ใช่ ก่อนจะลงมือตกแต่งจริง

ขนาดของลวดลายและสีสัน

ขณะที่ยังเลือกลวดลายไม่ได้ ให้ท่องไว้ในใจว่าเลือกขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หากเลือกลายดอกไม้ขนาดใหญ่ไปแล้ว ก็ควรเลือกลายเรขาคณิตที่เล็กลงมา ไม่ควรเลือกลายใหญ่มาชนกัน เพราะจะทำให้ห้องดูอึดอัด รวมถึงสีสันด้วย
หากใช้หลายสี ลองเลือกสีที่เป็นสีกลาง เช่น ขาว น้ำตาล หรือดำ เมื่อนำมาใช้ร่วมกันก็ให้มีสีกลางเหล่านี้ผสมเข้าไปด้วย จะทำให้ห้องดูมีความเชื่อมโยงและกลมกลืนกัน

Find the Right One

เราแนะนำแหล่งเลือกสรรผ้าและวอลล์เปเปอร์ชั้นดี มีรูปแบบให้เลือกหลากหลายและจุใจ ซึ่งมีทั้งลายผ้านำเข้าอารมณ์ยุโรปและลายผ้าอารมณ์อาเซียน ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองซื้อเป็นผืนมาวางพาดกับโซฟาสักตัวแค่นี้อารมณ์ห้องก็เปลี่ยนได้อย่างง่ายๆ แล้ว หรือจะขอตัวอย่างผ้าชิ้นเล็กๆ ติดมือกลับมาลองมิกซ์แอนด์แมตช์กับบ้านดูก่อนตัดสินใจก็ได้

- Nitas Tessile สุขุมวิท 89 โทรศัพท์ 0-2333-0666

- VC Fabric สุขุมวิท 71 โทรศัพท์ 0-2769-6000

- Goodrich สุขุมวิท 63 โทรศัพท์ 0-2381-7778

- Jim Thompson สุขุมวิท 93 โทรศัพท์ 0-2332-6530-4

บริเวณหัวเตียงกรุวอลล์เปเปอร์ลาย Toile สีน้ำเงิน ใช้ตัดสลับกับของตกแต่งอย่างปลอกหมอนสีเหลืองสด ซึ่งเป็นสีคู่ตรงข้ามที่นำมาใช้ด้วยกันแล้วดูโดดเด่น ทำให้ห้องมีเอกลักษณ์และดูสดชื่นด้วย

หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้ลายไหนร่วมกันดี การใช้เพียงลายเดียวก็ไม่ผิด อย่างในภาพออกแบบ หัวเตียงและผ้าม่านเป็นลวดลาย Paisley สีเทา หากกลัวจะดูน่าเบื่อ ก็เติมรายละเอียดของปลอกหมอนและของตกแต่งร่วมด้วยก็ได้

ผนังด้านหลังหัวเตียงกรุลวดลาย Damask สีขาวดำ ซึ่งมีลายขนาดใหญ่ เมื่อนำมาใช้คู่กับเตียงสไตล์คอนเทมโพรารี ที่ตรงหัวเตียงมีรายละเอียดโค้งมนตัดกับสีน้ำเงินของปลอกหมอน ก็ดูสวยหรูหรา

ลวดลายไม่จำเป็นต้องมาจากผ้าบุและวอลล์เปเปอร์เท่านั้น องค์ประกอบอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่มีรายละเอียดของวัสดุธรรมชาติ ส่วนของงานสถาปัตยกรรมอย่างระแนงตรงระเบียง หากออกแบบเป็นลวดลายสวยๆ เมื่อแสงแดดส่องเข้ามาก็ช่วยสร้างอารมณ์ให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นได้

เรื่อง : “อัจฉรา จีนคร้าม” ภาพ : คลังภาพนิตยสาร room ภาพประกอบ : สุชาติ ขวัญหวาน

ข้อมูล : HGTV Magazine, Amy Atlas's Pattern Board for Design and Styling

ที่มา : บ้านและสวน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้