วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหลืออยู่สักกี่คน

เหลืออยู่สักกี่คน

โดย สหบาท
3 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

หัวใจสำคัญของตำรวจอยู่ที่ประสบการณ์บนโรงพัก

พล.ต.ต.บริบูรณ์ วุฒิภักดี อดีตรอง ผบช.น.ตำนาน “ผู้การเหนือ” คนสุดท้าย อดเสียดายไม่ได้ เมื่อเห็นนโยบายปฏิบัติของตำรวจผู้ใหญ่สมัยนี้เหมือนมองภาพรวมของสภาพปัญหาไม่ขาด

นายพลวัยเกษียณบอกว่า ที่ไหนคดีเกิดมาก ชาวบ้านบ่นย่อมแสดงว่างานป้องกันไม่ดี เกิดคดีแล้วจับได้น้อยแสดงว่างานสืบสวนไม่ดี จราจรติดขัดมีผู้ฝ่าฝืนมาก แสดงว่าขาดความสนใจ หรือแก้ไขไม่เป็น

งานสอบสวนไปที่เกิดเหตุล่าช้า คดีค้าง ก็เพราะขาดการเร่งรัดตรวจสอบแนะนำจากผู้บังคับบัญชา

เวลาล้อมจับคนร้ายให้ลูกน้องนำหน้า เพราะกลัวโจรมากกว่า เนื่องจากขาดยุทธวิธี ไม่มีการฝึกฝน ไม่มีจิตวิญญาณ

เจ้าตัวยกตัวอย่างชัดว่า ยุคก่อนมีมือปืนคุมบ่อนดังก้าวเป็นถึงนักกีฬาแม่นปืนทีมชาติ ถ้าตำรวจไม่มีชื่อติดทำเนียบทีมชาติด้วยจะเกิดอะไรขึ้น แต่ปัจจุบันนี้ เหลืออยู่สักกี่คน

“มันต้องปลูกจิตวิญญาณตั้งแต่เป็นนายร้อยตำรวจ” พล.ต.ต.บริบูรณ์ว่า

การอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพผู้อาวุโสกว่าเป็นสมบัติของตำรวจที่ดีต้องมี การประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะเข้ารับการบริการจากตำรวจได้อย่างไรที่รวดเร็วถูกต้องสะดวกจะเป็นหัวใจมากกว่าการแถลงผลงาน

อดีตรอง ผบช.น.รับรู้ความเปลี่ยนแปลงองค์กรเก่าที่เคยอยู่ จากปากของลูกน้องเห็นว่า ยุคนี้มันอยู่ที่นาย ระบบที่ทำให้คนเก่งๆ

บางทีถูกลืม พวกสายสอบสวนสมัยตนเป็นผู้การยังเป็น พ.ต.ท. ปัจจุบันก็ยังเป็น พ.ต.ท.ไม่ได้ขึ้นผู้กำกับอีกหลายคน ควรต้องให้ความยุติธรรมที่เป็นรูปธรรม

ทั้งหมดเกิดจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่ผ่านงานสอบสวนจึงไม่เห็นความสำคัญของงานสอบสวน

“สมัยเก่าๆ เขาผ่านมาหมด ใครที่จะขึ้นมาได้ ต้องเคยผ่านงานสอบสวน เดี๋ยวนี้หายาก โตยาก ที่สำคัญ ถ้าไม่ได้โตจากงานสอบสวน งานก็ติดขัด สมัยก่อนใครจะเป็นสารวัตรใหญ่ต้องโต้คารมกับทนายความได้ ต้องปะฝีมือกับเขาได้ เดี๋ยวนี้ลำบาก” นายพลมากประสบการณ์ยุคเก่าถ่ายทอดความคิด

ฝากถึงรุ่นน้องที่มองข้ามความสำคัญของเนื้อแท้คนทำงาน.

สหบาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้