วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงเวลาชำระประวัติศาสตร์

ถึงเวลาชำระประวัติศาสตร์

โดย สายล่อฟ้า
3 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

คงจะทำให้เสียงครหานินทาว่า ป.ป.ช. 2 มาตรฐานจางลงไปได้บ้าง เมื่อมีมติแจ้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พระสุเทพ) อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มาแจ้งข้อกล่าวหาใน 15 วัน

จากพฤติกรรมส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่อันเป็นเหตุให้ถอดถอน กรณีสั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ 10-19 เม.ย. 2553

ภายหลังจากที่ได้มีการใช้กำลังทหารเพื่อขอคืนพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 53 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
เรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้รับไว้พิจารณามานานพอสมควร ทำให้เกิดปัญหาทำนองว่า ป.ป.ช.ดองเรื่องเอาไว้ไม่ยอมพิจารณาเสียที
ที่สุดก็มีมติดังที่กล่าวมาแล้ว

แน่นอนว่าการสั่งการดังกล่าวนั้น ต้องมีบุคคลที่ได้รับรู้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะบรรดานายทหารที่ร่วมปฏิบัติการด้วย

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นรอง ผบ.ทบ.

จึงไม่ต้องแปลกใจที่นายอภิสิทธิ์ได้กำหนดให้บุคคลเหล่านี้มาเป็นพยานเพื่อให้การเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

ว่าที่จริงแล้วเรื่องนี้แม้จะนานมาแล้ว แต่เชื่อว่าประชาชนโดยทั่วไปน่าจะได้ทราบข้อมูลกันดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นในขณะนั้น

แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เอามาใช้ยืนยันในแง่กฎหมายไม่ได้ นอกจากจะต้องพึ่งพาศาลหรือการที่ ป.ป.ช.ออกมาชี้มูล

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนี้ได้มีการแต่งแต้มเติมสีกันหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการสร้างขาวให้เป็นดำของแต่ละฝ่าย

เน้นไปที่ว่ามีอาวุธหรือไม่ มีชายชุดดำหรือไม่ ใช้อาวุธตอบโต้กันหรือไม่

ซึ่งในความจริงแล้วมีทุกอย่างที่ปรากฏในข้อเท็จจริง แต่ก็มีการบิดเบือนไม่มี มีแต่เจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

แต่ประเด็นที่ ป.ป.ช.ต้องการชี้มูลก็คือในฐานะเจ้าพนักงานได้ใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติมิชอบหรือไม่ ออกคำสั่งเหมาะสมหรือไม่ มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างนั้นหรือไม่

นั่นเป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะต้องตอบคำถามให้ได้ รวมถึงมีพยานหลักฐานและเอกสารที่จะยืนยันได้มากน้อยแค่ไหน
จะยืนยันได้หรือไม่ว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน

ฉากหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ยังเป็นปัญหาอยู่นั้น จึงต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่จะได้จารึกเอาไว้

ก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องมีการชำระความกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และนำไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าได้เกิดอะไรขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนั้น

คงมิใช่แค่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเท่านั้น เพราะบรรดานายทหารที่เกี่ยวข้องต่างก็ตกอยู่ในฐานะที่ไม่ต่างกัน คือถูกข้อกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม

เมื่อช่องทางเปิดให้อย่างนี้ น่าจะเป็นการดีเสียด้วยซ้ำ เพราะจะได้ทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

ผลออกมาอย่างไรทุกฝ่ายจะต้องให้การยอมรับ.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้