ถึงเวลาชำระประวัติศาสตร์

ข่าว

    ถึงเวลาชำระประวัติศาสตร์

    สายล่อฟ้า

      3 มี.ค. 2558 05:01 น.

      คงจะทำให้เสียงครหานินทาว่า ป.ป.ช. 2 มาตรฐานจางลงไปได้บ้าง เมื่อมีมติแจ้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พระสุเทพ) อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มาแจ้งข้อกล่าวหาใน 15 วัน

      จากพฤติกรรมส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่อันเป็นเหตุให้ถอดถอน กรณีสั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ 10-19 เม.ย. 2553

      ภายหลังจากที่ได้มีการใช้กำลังทหารเพื่อขอคืนพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 53 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
      เรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้รับไว้พิจารณามานานพอสมควร ทำให้เกิดปัญหาทำนองว่า ป.ป.ช.ดองเรื่องเอาไว้ไม่ยอมพิจารณาเสียที
      ที่สุดก็มีมติดังที่กล่าวมาแล้ว

      แน่นอนว่าการสั่งการดังกล่าวนั้น ต้องมีบุคคลที่ได้รับรู้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะบรรดานายทหารที่ร่วมปฏิบัติการด้วย

      ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นรอง ผบ.ทบ.

      จึงไม่ต้องแปลกใจที่นายอภิสิทธิ์ได้กำหนดให้บุคคลเหล่านี้มาเป็นพยานเพื่อให้การเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

      ว่าที่จริงแล้วเรื่องนี้แม้จะนานมาแล้ว แต่เชื่อว่าประชาชนโดยทั่วไปน่าจะได้ทราบข้อมูลกันดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นในขณะนั้น

      แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เอามาใช้ยืนยันในแง่กฎหมายไม่ได้ นอกจากจะต้องพึ่งพาศาลหรือการที่ ป.ป.ช.ออกมาชี้มูล

      ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนี้ได้มีการแต่งแต้มเติมสีกันหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการสร้างขาวให้เป็นดำของแต่ละฝ่าย

      เน้นไปที่ว่ามีอาวุธหรือไม่ มีชายชุดดำหรือไม่ ใช้อาวุธตอบโต้กันหรือไม่

      ซึ่งในความจริงแล้วมีทุกอย่างที่ปรากฏในข้อเท็จจริง แต่ก็มีการบิดเบือนไม่มี มีแต่เจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

      แต่ประเด็นที่ ป.ป.ช.ต้องการชี้มูลก็คือในฐานะเจ้าพนักงานได้ใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติมิชอบหรือไม่ ออกคำสั่งเหมาะสมหรือไม่ มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างนั้นหรือไม่

      นั่นเป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะต้องตอบคำถามให้ได้ รวมถึงมีพยานหลักฐานและเอกสารที่จะยืนยันได้มากน้อยแค่ไหน
      จะยืนยันได้หรือไม่ว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน

      ฉากหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ยังเป็นปัญหาอยู่นั้น จึงต้องมีการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่จะได้จารึกเอาไว้

      ก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องมีการชำระความกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และนำไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

      จากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าได้เกิดอะไรขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนั้น

      คงมิใช่แค่นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเท่านั้น เพราะบรรดานายทหารที่เกี่ยวข้องต่างก็ตกอยู่ในฐานะที่ไม่ต่างกัน คือถูกข้อกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม

      เมื่อช่องทางเปิดให้อย่างนี้ น่าจะเป็นการดีเสียด้วยซ้ำ เพราะจะได้ทำความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

      ผลออกมาอย่างไรทุกฝ่ายจะต้องให้การยอมรับ.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 17:57 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์