วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครูบาศรีวิชัย

ครูบาศรีวิชัย

  • Share:

เรื่องขึ้นปกสารคดี ฉบับกุมภาพันธ์ 2558 ...ครูบาศรีวิชัย ศรัทธา อภินิหาร การเมือง ศรัณย์ ทองปาน ติดตามสืบค้นไว้หลายแง่มุม... ผมขอคัดย่อยั่วใจให้หาอ่าน...บางตอน

งานสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ เป็นงานใหญ่ รัฐบาลไม่มีเงินทำ 10.00 น. 9 พ.ย.2477 ครูบาศรีวิชัย ในฐานะประธาน ให้ฤกษ์ลงมือสร้าง...มีคนมาช่วยแรงไม่กี่สิบคน

ต่อมามีใบปลิวบอกบุญแจกจ่ายไปทั่วภาคเหนือ ไม่ช้าคนภาคเหนือ ทั้งฆราวาส ภิกษุสงฆ์ ชนกลุ่มน้อย ชาวเขา หลั่งไหลกันมาวันละกว่า 500 คน แต่ละคณะ “ศรัทธา” แบ่งงานรับกันไปทำ

ตัวอย่าง วัดป่าตึง ทำได้ 5 วา เวลา 15 วัน พวกที่มาจากเมืองพาน ทำได้ 60 วา แต่ไม่บอกว่ากี่วัน

งานสร้างถนนคืบหน้า ไปถึงโค้งสุดท้าย เชิงบันไดนาค เป็นโค้งหักศอกลาดชัน นายช่างกองทาง จะวางแนวถนนวกอ้อมไปทางเหนือ เลี่ยงความสูง แต่ครูบาฯไม่ยอม

“จะถึงพระธาตุอยู่แล้ว ทำไมต้องอ้อมไปให้ไกล” ท่านให้เหตุผล

ทางการถอย ครูบาฯมอบหมาย ขุนกันชนะนนถี คหบดีชาวไต (ไทยใหญ่) จากเชียงตุง รับทำได้เสร็จดังใจ...โค้งตรงนั้น เรียกกันถึงวันนี้ว่า โค้งขุนกัน

มีความทรงจำของคนร่วมสมัยนั้นมากมาย แทบทุกคนมีเรื่องเล่าของตัวเอง

“กำลังสำคัญ คือกะเหรี่ยงทำงานบริษัททำไม้จากพม่า เก่งตัดไม้ทำลายหิน หินก้อนผาขวางทาง...จะทำอย่างไร กลางคืนเขาสุมไฟเผา ตอนเช้าตักน้ำราด มันก็ยุ่ยออกเป็นทาง”

นับจอบแรก ระยะทาง 12 กม. ก็เสร็จลงเมื่อเมษายน 2478 รวมเวลาไม่ถึง 6 เดือน

ชาวเชียงใหม่มีประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพ เวลากลางคืน ลัดเลาะเหลี่ยมเขา ขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วันเพ็ญมาฆบูชา สำหรับครูบาฯ ถนนสายนี้มีความหมายซ้อนเหลื่อม คือเป็นมรรคหรือเส้นทางสู่พระนิพพาน

ระหว่างทาง ครูบาฯวางแผนสร้างวัดสามแห่ง วัดศรีโสดา วัดสกิทาคา และวัดอนาคามี

ส่วนวัดพระธาตุดอยสุเทพ คืออรหัตถผล หรือภาวะพระอรหันต์

วัดศรีโสดา วัดสกิทาคา สร้างเสร็จ ส่วนวัดอนาคามี ยังไม่ทันสร้าง ก็เกิดเหตุใหญ่

ผลการสร้างถนนได้เหมือนปาฏิหาริย์...เจ้าอาวาสวัดราว 90 วัด ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ส่งคืนใบสุทธิ ยื่นหนังสือลาออกจากการปกครองคณะสงฆ์ ขอขึ้นกับครูบาศรีวิชัย

ครูบาฯก็ออกใบสุทธิ ประทับตราหัวเสือ หมายถึงปีขาล ปีวันเกิดของท่านให้แทน

ซ้ำด้วยการต่อต้านการเรียนภาษาไทยภาคกลาง ที่อำเภอลี้ โต๊ะเก้าอี้โรงเรียนถูกเผา ถูกเอาไปโยนทิ้งในป่า ครูบาฯถูกเสนอให้เอาตัวไปปรับ ทัศนคติ ในกรุงเทพฯ

ศรัณย์ ทองปาน บอกว่า ข้อหาการเมือง การศาสนา ที่ครูบาฯเจอ ไม่ใช่ เรื่องใหม่ ท่านเจอมาแล้วสองครั้ง อายุ 42 พรรษา 21 พ.ศ.2463 ถูกเรียก

ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ต่อมาปรากฏพระมหาสมณสาส์น ฉบับหนึ่ง ว่า

วันนี้ ฉันได้พบตัวพระศรีวิชัย เห็นว่า เป็นพระอ่อนโยน ไม่ใช่ผู้ถือ กระด้าง ไม่ใช่เจ้าเล่ห์เจ้ากล ไม่ค่อยรู้ธรรมวินัย แต่มีสมณสัญญาพอจะประพฤติอยู่ได้อย่างพระ ที่ห่างเหินจากสมาคม เกือบไม่รู้ว่าเพราะความผิดอะไร

พระอย่างนี้ ต้องการอธิบายให้รู้จักผิดชอบ ดีกว่าจะลงโทษ

ในทางการเมือง ในทางศาสนา ในมุมมองของพระ ของชาวบ้าน ครูบาศรีวิชัย เป็นได้หลายอย่าง แต่ในสายตาสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ท่านเป็นพระประพฤติดี ปฏิบัติชอบ

จึงไม่แปลกใจ...ที่ท่านถูกปล่อยกลับภาคเหนือ...ปฏิบัติสมณกิจตามแบบของท่านต่อไปได้

ศรัณย์ ทองปาน มีเรื่องลึกซึ้ง ซับซ้อน ของครูบาศรีวิชัยให้อ่านอย่างระทึกใจได้อีกมาก...ใครที่กำลังมีปัญหาศรัทธาต่อพระ น่าจะต้องรีบไปหาซื้ออ่าน

ส่วนผู้มีอำนาจทางการเมือง...ถ้าไม่คิดว่าเป็นเรื่อง ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ ก็ควรศึกษา ปัญหาการศาสนานั้น...ถ้าบริหารจัดการไม่เป็น ก็ป่วนรัฐบาลได้ ไม่แพ้การเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้