วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจอทอง3แสน แจ้งคืนเจ้าของ

เจอทอง3แสน แจ้งคืนเจ้าของ

  • Share:

คอมพิวเตอร์กราฟฟิกหนุ่มแจ้งตำรวจ หลังมารดาเก็บกล่องกำมะหยี่ใส่เครื่องประดับทองหนัก 16 บาทกว่า ได้ระหว่างเดินออกไปทิ้งขยะหน้าบ้านตอนเช้า เจอหล่นอยู่บนถนนหมู่บ้านเลยอยากประสานคืนหาเจ้าของทรัพย์มูลค่านับ 3 แสนบาท เวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าของเต็นท์รถโผล่ขึ้นโรงพักแจ้งความทำทองที่เตรียมไปงานแต่งลูกสาวหล่นหาย พนักงานสอบสวนซักจนแน่ชัดเลยบอกข่าวดี ทำเอาโผกอดพลเมืองดีจนน้ำตาไหล ยื่นทอง 1 บาทให้ตอบแทน เจ้าตัวปฏิเสธ ยืนยันเหตุผลทำไปไม่หวังสิ่งตอบแทน แค่อยากคืนเจ้าของ

หนุ่มพลเมืองดีเก็บทองตามหาเจ้าของ เปิดเผยเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 มี.ค. พ.ต.ท.วิเชียร คำเนียม พนักงานสอบสวน ผู้ชำนาญการ สน.ร่มเกล้า รับแจ้งจากนายสยม ด่านศิลาหยก อายุ 35 ปี พนักงานแผนกคอมพิวเตอร์กราฟฟิก อยู่บ้านเลขที่ 312/25 หมู่บ้านศิรินทรา ซอยร่มเกล้า 19/7 แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. พบกล่องใส่ทองคำภายในมีสร้อยคอทองคำฝังเพชร เลสข้อมือ แหวนทอง ต่างหู มูลค่าหลายแสนบาท ตกอยู่ใกล้ถังขยะหน้าบ้านอยากให้มารับส่งคืนเจ้าของ

เมื่อไปถึงพบนายสยมยืนรออยู่หน้าบ้านนำกล่องกำมะหยี่สีแดง ที่มีตลับใส่สร้อยทอง แหวนทอง และเครื่องประดับทองอีกหลายรายการส่งมอบให้ตำรวจ ก่อนพากันเดินทางไปลงบันทึกที่โรงพักระบุรายละเอียดทรัพย์สิน 9 รายการ มีสร้อยทองฝังเพชรแกะลาย สร้อยข้อมือ ต่างหู แหวนเพชร กำไลข้อมือ รวมน้ำหนัก 16 บาท 50 สตางค์ ได้เจ้าของร้านทองร่วมลงบันทึกเป็นพยานยืนยันเป็นทองคำแท้ทั้งหมดมูลค่ากว่ า 3 แสนบาท ทั้งนี้ นายสยมให้การว่า ขณะที่นางอรวรรณ ด่านศิลาหยก มารดาเดินเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้านตอนเช้าพบกล่องตกอยู่ริมถนน ฝาเปิดออกเห็นมีตลับใส่ทองจึงรีบแจ้งตำรวจหาเจ้าของ

ระหว่างนั้นเอง นายมนัส บินดาเซ็น อายุ 57 ปี เจ้าของเต็นท์รถมือสอง อยู่บ้านเลขที่ 132/79 หมู่บ้านศิรินทรา ซอยเดียวกัน พร้อมภรรยาและลูกสาว เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิเชียร คำเนียม พนักงานสอบสวนคนเดิมว่า ทำกล่องบรรจุสร้อยและเครื่องประดับทองหล่นหายขณะขับรถออกจากหมู่บ้าน ไปบ้านลูกสาวที่ห่างกันราว 10 กม. คาดว่าจะหล่นตอนขนนกกรงหัวจุกขึ้นรถเตรียมไปงานแต่งลูกสาว นายมนัสยืนยันว่าเมื่อขับรถออกมาสักพักถึงนึกได้ว่าลืมกล่องทอง ย้อนกลับเข้ามาบ้านหาไม่เจอ ภรรยาก็ยืนยันว่าหยิบมาแล้ว สงสัยเผลอวางบนหลังคารถ ลูกเลยให้รีบมาแจ้งความ และนำภาพถ่ายรูปพรรณทองมาให้เป็นหลักฐาน

พ.ต.ท.วิเชียรสอบปากคำจนชัดเจนว่า นายมนัสเป็นเจ้าของทองของกลางจริงที่นายสยมเก็บกล่องทองได้หน้าหมู่บ้านจึงแจ้งข่าวดีให้ทราบ นายมนัสและครอบครัวถึงกับกระโดดสวมกอดหนุ่มพลเมืองดีด้วยความตื้นตันจนน้ำตาไหล ไม่คิดว่าจะได้ของคืน พร้อมกล่าวขอบคุณและมอบทองหนัก 1 บาท ให้เป็นรางวัลตอบแทนคุณงามความดี แต่นายสยมไม่รับอ้างเหตุผลว่า ที่ทำไปไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน คิดถึงแต่หัวอกเจ้าของทรัพย์สินมากขนาดนี้ต้องจำเป็นต้องนำไปใช้ธุระที่สำคัญแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่เอาทองออกจากบ้านจำนวนมาก ตนคิดเพียงแค่ได้คืนเจ้าของตัวจริงก็พอแล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้