วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“รายงานวันจันทร์”-6 ชุมชน 3 ศาสนาร่วมฟื้นฟูย่านเมืองเก่า แผนพัฒนากะดีจีน-คลองสาน

“รายงานวันจันทร์”-6 ชุมชน 3 ศาสนาร่วมฟื้นฟูย่านเมืองเก่า แผนพัฒนากะดีจีน-คลองสาน

  • Share:

เพราะกรุงเทพมหานครมีนโยบายพัฒนาเมืองและอนุรักษ์เมืองควบคู่กันไป ด้วยเหตุนี้ สำนักผังเมือง กทม.ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดทำผังแม่บทการฟื้นฟูย่านเมืองเก่ากรุงเทพมหานคร จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ในฐานะที่ปรึกษา เป็นผู้ดำเนินการการจัดทำแผนแม่บทการฟื้นฟูย่านเมืองเก่าและการอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน–คลองสาน

“กุฎีจีน” หรือ “กะดีจีน” เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี มีความผสมผสานของหลายชาติพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในฐานะเป็นที่พำนักของ “สมเด็จย่า” ที่ทรงเคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักผังเมืองและศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวางผังออกแบบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูเมืองนำร่องย่านกะดีจีน-คลองสาน โดยวิธีการสร้างภาพอนาคต ในปี 2575 โดยได้เชิญภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและตัวแทนชุมชน เพื่อร่วมกันวางผังและออกแบบโครงการทำไมต้องฟื้นฟูเมือง?...ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมืองกล่าวว่า เพราะการขยายตัวของเมืองที่ไม่มีระบบ ปัจจุบันการกระจายตัวของเมืองออกไปสู่รอบนอกอย่างไร้ทิศทาง ทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการรองรับพื้นที่ที่มีการกระจายตัวออกไปยังรอบนอก ทั้งระบบสาธารณูปโภค และการจราจร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหันกลับมาพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมืองให้มีประสิทธิภาพ

วันชัย ถนอมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. กล่าวกับ “รายงานวันจันทร์” ว่า ย่านกะดีจีน–คลองสาน มีทั้งหมด 6 ชุมชน 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 เขต คือ เขตธนบุรี และเขตคลองสาน มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางอารยธรรมหลากหลาย แต่มีความเป็นเอกลักษณ์ และมีความเสี่ยงต่อการสูญหายทางวัฒนธรรมได้ง่าย หากไม่มีการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง

โดยการประชุมในครั้งนี้ มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม อาทิ ข้าราชการ พระ นักบวช ชาวชุมชนในพื้นที่ และองค์กรจากภายนอก เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ว่าในอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทั้งในระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น โดยแบ่งออกเป็น ด้านกายภาพเมือง จะมีความเปลี่ยนแปลงด้านระบบคมนาคมขนส่ง และการใช้ประโยชน์ที่ดินอาคารเปลี่ยนไป เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตคนเมือง อาทิ สวนสาธารณะลอยฟ้า หอศิลป์ลอยฟ้า โบสถ์ลอยฟ้า การเดินทางจะสะดวกสบายมากขึ้นด้วยระบบราง เป็นต้น

ด้าน สังคมเมือง จะมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ การอพยพย้ายถิ่นฐานของแรงงานต่างชาติในภูมิภาคอาเซียน ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ ประชากรในกรุงเทพฯกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัย ภาครัฐจึงมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข รวมทั้งการบริการทางด้านเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้สูงอายุเป็นหลัก

ด้านเศรษฐกิจเมือง มีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายด้าน เพราะธุรกิจการส่งสินค้าตรงไปยังบ้านได้รับความนิยม พื้นที่การค้า อาทิ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ร้านโชห่วย ตลาดสด ตลาดนัด จะถูกพัฒนาปรับสภาพให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว หรือสวนสาธารณะ รวมถึงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจให้กับคนในเมือง

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทางคณะที่ทำงานของศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมืองจะรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปกระบวนการ ก่อนนำเสนอให้สำนักผังเมือง กทม.เพื่อนำไปเป็นแนวทางพิจารณาต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้