วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดึงมหาเศรษฐีทั่วโลกท่องเที่ยวเมืองไทย จัดมหกรรมเรือยอชต์โชว์

ดึงมหาเศรษฐีทั่วโลกท่องเที่ยวเมืองไทย จัดมหกรรมเรือยอชต์โชว์

  • Share:

“ประยุทธ์” สั่งจัดเรือยอชต์โชว์ดึงดูดบรรดาเศรษฐีจากทั่วโลกมาเที่ยวไทย พร้อมเล็งสร้างท่าเรือสำราญเพิ่ม 2 แห่ง ที่กระบี่ และสุราษฎร์ฯ หวังบูมท่องเที่ยวเรือหรู แข่งสิงคโปร์ ดึงเศรษฐีกระเป๋าหนักใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวเพิ่ม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านคมนาคมเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ครั้งที่ 1 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ประเทศไทยจัดมหกรรมเรือยอชต์ หรือยอชต์โชว์ คล้ายกับงานมอเตอร์โชว์รถ เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการนำเรือยอชต์รุ่นใหม่ และซุปเปอร์เรือยอชต์ ซึ่งมีขนาดยาวกว่าเรือยอชต์ทั่วไป มาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเรือหรูของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นเจ้าภาพร่วมกันจัดงาน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเลือกพัทยา หรือภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงานช่วงเดือน พ.ย.นี้ เพราะทั้ง 2 จังหวัด มีท่าเรือมารีนาอยู่แล้ว อีกทั้งยังตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี

“เราต้องวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อแจ้งให้สมาคมเรือต่างๆทราบ ทั้งการจัดอีเวนต์และการจัดเทศกาลท่องเที่ยวในเมืองไทยช่วงไฮซีซั่น เพราะถ้ามีการจัดยอชต์โชว์จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในไทยเพิ่มขึ้น เพราะกลุ่มคนมีเรือยอชต์เป็นผู้มีกำลังซื้อสูง อีกทั้งเราต้องการให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ในไทยยาวขึ้น จึงจะมีการสร้างท่าเรือลักษณะโฮมพอร์ต เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ ที่มีท่าเรือแบบโฮมพอร์ตด้วย”

นอกจากนี้ รัฐบาลมีแนวคิดสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (เรือครูสซ์) ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้อีก 2 แห่ง คือ ที่กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เพิ่มจากปัจจุบันที่มีแห่งเดียวในภูเก็ต โดยขณะนี้ได้ให้กรมเจ้าท่า เร่งศึกษาความเหมาะสมการสร้างท่าเรือสำราญและให้สรุปกลับมาโดยเร็วที่สุด “ปัจจุบันไทยมีท่าเรือครูสซ์ ที่รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้ที่ภูเก็ต แหลมฉบัง และกรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันรัฐบาลเห็นว่าเรือครูสซ์ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพมีการจับจ่ายสูง ฉะนั้น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถอำนวยความสะดวก ทั้งท่าเรือ เรือ รวมถึงวีซ่า และผู้โดยสารจะช่วยนำรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล”

นายอาคม กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งแรก ส่วนใหญ่เป็นการติดตามความคืบหน้าโครงการที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือกันก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย โดยเน้นการดูแลและพัฒนาท่องเที่ยวทางน้ำเป็นหลัก

ส่วนการปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการการท่องเที่ยวและเดินทางทางน้ำ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง เช่น การปรับปรุงข้อมูลท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา แผนที่การเดินเรือ และการเชื่อมต่อระหว่างการเดินทางทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ รวมทั้งยังพิจารณามาตรการความปลอดภัยทางน้ำ รณรงค์ให้ใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปดูแลแล้วใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และกระบี่ และยังมี โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างพัทยา-ชะอำ-หัวหิน โดยตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเดินเรือเฟอร์รีเส้นทางนี้ โดยใช้เรือตาบารังที่ขนผู้โดยสาร รวมถึงนำรถยนต์บรรทุกไปบนเรือได้ด้วย โดยต้องหาข้อสรุปใน 1 เดือน ส่วนการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาขอวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ขอความร่วมมือไปยังสายการบินไทย และบริษัททัวร์ ให้นักท่องเที่ยวกรอกแบบฟอร์มเอกสารล่วงหน้าตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดเวลาการตรวจสอบเอกสาร และความแออัดหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้