วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งจับสึก! พระเฒ่าเมาสุรา บุกบีบคอแม่ชี ขอนอนด้วย

แจ้งจับสึก! พระเฒ่าเมาสุรา บุกบีบคอแม่ชี ขอนอนด้วย

  • Share:

เจ้าคณะตำบลพร้อมพระวินยาธิการ พาตำรวจไปจับสึกพระ วัย 64 ปี หลังเมาเหล้าอยู่ในสำนักสงฆ์ เจอหลักฐานเป็นเหล้าขาวใส่ขวด ส่วนในรถที่จอดอยู่มีทั้งมีดและขวานหลายเล่ม แม่ชี เผยเมาทุกวัน บางวันถึงกับเข้าบีบคอและขอนอนด้วย...

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 1 มี.ค. 2558 พระครูโอภาสวชิรานุกูล เจ้าคณะตำบลท่าขุนราม อ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ามีพระเมาสุราอาละวาดอยู่ที่สำนักสงฆ์หลวงพ่อเณร ตั้งอยู่ ม.3 ต.ท่าขุนราม อ.เมืองกำแพงเพชร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยพระปลัดชำนาญอินทะปัญโญ ซึ่งเป็นพระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระ และไปขอความร่วมมือจาก ด.ต.นิพิธพล จิตกสิกรรม ตำรวจประจำตู้ยามท่าขุนรามเดินทางไปที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวด้วยกัน

พบพระสำราญ สันตะมโน อายุ 64 ปี กำลังนั่งอยู่ที่หน้ากุฏิ จากการสอบถาม พระสำราญซึ่งมีอาการคล้ายคนเมา อ้างว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ดื่มสุรา และไม่ได้เมา เมื่อพระครูโอภาสวชิรานุกูล เจ้าคณะตำบลท่าขุนราม ขอดูใบสุทธิ พระสำราญไม่ยอมให้ดู แถมยังย้อนขอดูใบสุทธิพระครูโอภาสวชิรานุกูล โดยถามว่ามีหรือเปล่า ซึ่งมีการพูดคุยกันอยู่นานพอสมควร โดยพระสำราญต่อล้อต่อเถียงด้วยตลอด

จนในที่สุด เมื่อตรวจค้นในกุฏิและบริเวณข้างๆ กุฏิ พบขวดเหล้าขาวและขวดเครื่องดื่มชูกำลังภายในบรรจุเหล้าขาวหลายขวด พระสำราญจึงจนมุมจำนนด้วยหลักฐาน ยอมรับว่าดื่มสุราจนเมา และจากการตรวจค้นในรถกระบะยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียน 9 บ.6785 นครสวรรค์ พบอาวุธขวานและมีดหลายเล่มวางอยู่ในเบาะหน้ารถ ทางพระครูโอภาสวชิรานุกูล จึงได้ให้พระสำราญสึกจากการเป็นพระ

ด้านแม่ชีน้อย อายุ 75 ปี เปิดเผยว่า ตนกับหลวงพ่อเณร มาบุกเบิกสร้างสำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2525 จนหลวงพ่อมรณภาพไป ตนจึงเฝ้าสำนักสงฆ์แห่งนี้เรื่อยมา ต่อมาพระสำราญได้มาขออยู่ด้วย ตนเห็นว่าที่สำนักสงฆ์มีตนกับพระอีก 1 รูป จึงให้พักอยู่ในกุฏิหลังหนึ่ง แต่พระสำราญดื่มเหล้าเมาทุกวัน บางวันเมาแล้วยังอาละวาดด่าทอตนด้วย สร้างความเอือมระอาให้เป็นอย่างมาก

แม่ชีน้อยกล่าวด้วยว่า บางคืน พระสำราญ เมาแล้วมาเคาะประตูขอนอนด้วย และบางครั้งถึงกับมาบีบคอจนรู้สึกหวาดกลัว เช่นเดียวกับคืนเกิดเหตุ พระสำราญเมาสุรามาเคาะห้อง ตนทนไม่ไหวจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ และแจ้งให้พระครูโอภาสวชิรานุกูล มาจัดการจับสึก เพื่อให้ออกจากสำนักสงฆ์ไป โดยจะไม่เอาเรื่องราวใดๆ ขณะที่พระสำราญยอมรับว่าดื่มสุรา แต่ไม่ได้ทำร้ายและขอนอนกับแม่ชี

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พระครูโอภาสวชิรานุกูล ได้ทำการสึกให้พระสำราญแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายสำราญ ไปอยู่ที่ป้อม ต.ท่าขุนราม เพื่อรอญาติจาก จ.นครสวรรค์ มารับกลับไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้