วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"หนูลองยา" วุฒิสภารูปแบบใหม่

"หนูลองยา" วุฒิสภารูปแบบใหม่

โดย สายล่อฟ้า
2 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

เป็นอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการถกเถียงกันมากพอสมควร ก็คือโครงสร้างของ “วุฒิสภา” เมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดที่มา ซึ่งเรียกว่า “การเลือกตั้งโดยอ้อม” ไม่ใช่การ เลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง

ทั้งนี้ที่มาของ ส.ว.ชุดใหม่จะมาจาก 5 ช่องทาง

1.อดีตนายกฯ อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานศาลฎีกา เลือกกันเองให้เหลือ 10 คน

2.อดีตข้าราชการพลเรือน ที่เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า อดีตข้าราชการทหาร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์กร เลือกกันเองในแต่ละประเภทไม่เกิน 10 คน

3.ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ หรืออาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้งเลือกกันเองไม่เกิน 10 คน

4.บุคคลที่มาจากการเลือกกันเอง ขององค์กรด้านเกษตรกรรม แรงงาน วิชาการ ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ จำนวนไม่เกิน 50 คน

5.ผู้ทรงคุณวุฒิในหลายๆด้าน เช่น การเมือง ความมั่นคง การ บริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น จำนวนไม่เกิน 100 คน โดยผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหา สมัชชาพลเมืองและองค์กรท้องถิ่น

“วุฒิสภา” จะมีจำนวนไม่เกิน 200 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี แต่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

คุณสมบัติยังคงยึดหลักตามรัฐธรรมนูญปี 50

เช่นการห้ามมิให้เครือญาติของนักการเมืองมาเป็น ส.ว. และเพิ่มหลักการใหม่ เช่น ห้ามมิให้อดีตกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่ยังพ้นตำแหน่งไม่เกิน 2 ปี เป็น ส.ว. และ ส.ว.ที่พ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 2 ปี จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไม่ได้

อำนาจหน้าที่มี 2 ด้าน

1.ให้ ส.ว. จำนวน 40 คน เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ จากเดิมมีแค่หน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย

2.ให้ ส.ว.พิจารณารายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี

การพิจารณารายชื่อว่าที่รัฐมนตรีของ ส.ว.จะดำเนินการตามขั้นตอน เรียงลำดับตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ต้องเสนอชื่อรัฐมนตรีมาให้วุฒิสภา จากนั้นจะตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติ พฤติกรรมทางจริยธรรม แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จและเสนอให้นายกฯ ทราบ และประกาศอย่างเป็นทางการภายใน 15 วัน

การแต่งตั้งปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง จะต้องเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาเช่นเดียวกัน

แต่วุฒิสภาไม่มีอำนาจลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับรายชื่อรัฐมนตรี และข้าราชการที่เสนอมา

มีเงื่อนไขอันหนึ่งก็คือ แม้ว่าวุฒิสภาตรวจสอบแล้วเห็นว่า มีรัฐมนตรีบางคนไม่เหมาะสม นายกฯยังสามารถแต่งตั้งได้ แต่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคม

พูดง่ายๆว่าอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาตามโครงสร้างค่อนข้างมาก และครอบคลุมไปถึงรัฐบาลและข้าราชการประจำทั้งหมด

เพียงแต่ไม่ได้มาจากเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้น

การออกแบบในลักษณะนี้คงมาจากบทเรียนที่ผ่านมา ซึ่งวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งหรือลากตั้ง มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและผสมผสานทั้งเลือกตั้งและแต่งตั้ง

ปรากฏว่าส่วนใหญ่แล้วจะถูกครอบงำจาก “นักการเมือง” ซีกรัฐบาลมาตลอด จนไม่สามารถทำหน้าที่ที่ควรจะเป็นหรือตามที่คาดหวัง

นี่ก็คงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่นำมาทดลองใช้เป็น “หนูลองยา” อีกวาระหนึ่ง.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้