วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฉีดยาแรงสร้างภูมิป้องกันปฏิวัติ : อภัยโทษนำร่องปรองดอง

ฉีดยาแรงสร้างภูมิป้องกันปฏิวัติ : อภัยโทษนำร่องปรองดอง

  • Share:

“ทำงานมาถึงวันนี้แล้วรู้สึกมีทางออก มีทางไป”

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (คศป.) ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง แสดงถึงความมั่นใจจะทำให้สังคมไทยเกิดความปรองดอง

โดยเฉพาะเมื่อเห็นความสามัคคีของคณะกรรมการฯ ซึ่งร่วมแรงร่วมใจผลักดันการปรองดองไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่ท้อ ไม่หวั่นใจใดๆ

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญก็เอาจริงเอาจัง ว่าด้วยหมวดปรองดอง และตั้งคณะอนุกรรมาธิการสร้างความปรองดองแห่งชาติ และศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองจากประเทศต่างๆ มีผมเป็นประธาน

แต่ไม่อยากคาดหวังมากเกินไป ค่อยๆปรับตัวตามการทำงานเป็นลำดับ ล่าสุด มาเห็นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยืนยันเรื่องปรองดองสำคัญเท่ากับการปฏิรูปประเทศ ถ้าจะปฏิรูปโดยไม่ทำควบคู่กับการสร้างความปรองดองก็ไร้ประโยชน์

เช่นเดียวกัน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ที่เห็นด้วย แถมฝากเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองเป็นหลัก ส่วนการเยียวยา สร้างกระบวนการยุติธรรมให้เสนอมา ท่านจะเสนอไปยังรัฐบาลและแม่น้ำสายอื่น

เมื่อประธานแม่น้ำ 2 สายเอาจริงเอาจัง คศป.ที่เหมือนเรือลำน้อยก็กล้าออกจากฝั่งมากขึ้น ทำหน้าที่ไปได้สักพักก็ได้พบคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปของ คสช.

ซึ่งมีผู้ใหญ่มาช่วยคิด ช่วยสั่งการอำนาจ บริการอำนาจ อำนวยความสะดวกให้ด้วย ยิ่งรู้สึกว่ามีคนอยากให้คนไทยรู้รักสามัคคี รู้ปรองดองอย่างมีหลักการ ไม่ได้คิดเฉพาะว่าการปรองดองเป็นเรื่องการนิรโทษกรรมอย่างเดียว

ความหวัง ความตั้งใจมีมากขึ้นเป็นลำดับ เมื่อเราเสนออะไรขึ้นไป ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีบัญชาให้เยียวยาเชิงมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบความเสียหายจากการชุมนุมปี 56-57 โดยหลักการจะไม่น้อยกว่าผู้ที่เคยได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลที่ผ่านมา

ความรู้สึกยิ่งดีขึ้นเมื่อบุกไปเรือนจำลาดยาว กทม. เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังคดีทางการเมือง 18 คน เห็นความลำบากของผู้ต้องขัง บางคนรูปร่างหน้าตาและวุฒิการศึกษาเหมาะที่จะเป็นรัฐมนตรี บางคนรูปร่างกำยำสูงเหมือนนักรบโบราณ เคยอยู่หน่วยซีล

แต่ต้องมาสูญเสียอิสระ สูญเสียอะไรไปเยอะ หรือบางทีสูญเสียครอบครัวไปด้วย ทุกคนทุกสีอยู่ในนั้นรักใคร่กันดี เป็นพวกเดียวกันหมด อยู่คนละสียังช่วยพูดให้นำผู้ต้องขังซึ่งตาบอดเกือบสองข้าง เกิดจากดินระเบิดที่ตัวเองเข็นไปแล้วเกิดตูมขึ้นมา ขอให้ช่วยนำออกไปรักษา

เพราะทั้งหมดไม่ถือโทษโกรธเคืองแค้นกัน ถ้าออกไป ไม่เอาแล้วที่ทำให้ต้องถูกขัง แต่จะไม่ละทิ้งอุดมการณ์ทางการเมือง และสัญญาจะแข่งขันอย่างสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย

คศป.ถามไปพบว่า ส่วนใหญ่ไม่หวังผลการนิรโทษกรรม อยากได้รับการไถ่โทษผ่านการอภัยโทษ ลดโทษจองจำมากกว่า เพราะการยอมรับให้คดีเด็ดขาดไปแล้ว ไม่ยอมอุทธรณ์ ไม่ไปรื้อฟื้นถกเถียงว่าผิด ไม่ผิด เขายอมรับหมดและรับโทษแล้ว ทนทุกข์มานานหลายปี

เขาไม่ใช่อาชญากรทางการเมือง แต่มาจากความเชื่อทางการเมือง บางคนร่วมชุมนุมตั้งแต่ปี 14 ปี 15 ปี 16 ทำตามความเชื่อตามอุดมการณ์ทางการเมือง

ฉะนั้น รัฐบาลหรือ คสช.น่าจะพิจารณาผู้ต้องขังคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-57 ควรได้รับการอภัยโทษ ส่วนจะทำได้แค่ไหน อย่างไร และมีข้อยกเว้นอย่างไรขึ้นอยู่ที่รัฐบาลและ คสช.ไปคิดรายละเอียด

ในส่วน คศป.เมื่อรับฟังข้อมูลจากหลายฝ่าย รวมถึงฝ่ายที่สูญเสีย แกนนำหลายสี ล้วนอยากเห็นความปรองดองเกิดขึ้น ดูแลบ้านเมือง ร่วมแก้ไขความขัดแย้ง แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างมีอุดมการณ์ทางการเมือง ต่อต้านในสิ่งที่ผิด จะทำอย่างไรให้คนที่มีอุดมการณ์เหล่านี้ต่อสู้กันอย่างสันติ

ในฐานะผมเป็นคณะ กมธ.ยกร่างฯ กฎหมายกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ชื่อของกฎหมายอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เนื้อหาจะต้องลงรายละเอียดมากขึ้น

ทั้งที่มาของคณะกรรมการสร้างความปรองดอง ประเภทของงาน อำนาจหน้าที่ และจะทำให้คนปรองดองกันอย่างไร หลักเกณฑ์เสนอให้มีการอภัยโทษ การเสนอความเห็นให้รัฐบาลตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้หรือไม่ กับใคร ต่อเหตุการณ์ไหน ซึ่งจะไม่มีอยู่ในกฎหมาย แต่จะปรากฏอยู่ในส่วนของการวิเคราะห์

รวมถึงจะทำอย่างไรให้เกิดการเผยแพร่ ในสิ่งที่เราเห็นภาพในเรือนจำ ผมสะเทือนใจกับการที่เราต่อสู้กันจนถูกจองจำ มันไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ควรใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ยังดีผู้ถูกจองจำมีโอกาสได้ออกมา มีลูกเมียมาเยี่ยม

แต่คนที่เสียชีวิตไปแล้วไม่สามารถฟื้นกลับมา ลูกหรือสามีจะมาเยี่ยมอะไรได้ ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว ขอให้มองด้านมนุษยธรรม ต้องคิดให้ดีต่อไปในอนาคต ต้องเกิดจิตที่สันติวิธี ซึ่งเป็นงานที่จะต้องศึกษา อบรม เสวนา การทำกิจกรรมเข้าค่ายอีกเยอะแยะไปหมด มันไม่ได้อยู่ในกฎหมาย ต้องอยู่ภายใต้จิตใจ

จากที่ทำงานได้สักพัก จิตใจของเราสั่นสะเทือนไม่น้อย เดิมเห็นแค่ข่าวเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่บอกว่าจะทำได้เหรอ ทำไม่สำเร็จ มันเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ควรสืบทอด

ควรสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาว่า ต้องทำให้ได้ แก้ปัญหาความขัดแย้งต้องเริ่มทำทันที ไม่ใช่แค่คุยหรือทำวิจัยเท่านั้น

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การปรองดองจะสำเร็จได้ขึ้นอยู่ที่การยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้มีการออกแบบกติกาลดทอนอำนาจการเมือง พรรคการเมืองใหญ่ ออกกฎเหล็กคุมเข้มนักการเมืองโดยกำหนดมาตรฐานจริยธรรมของผู้นำการเมือง

นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม การเพิ่มอำนาจ ส.ว.ให้มีมากขึ้น ประเด็นเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดองอย่างไร นายเอนก บอกว่า เมื่อคณะ กมธ.ยกร่างฯเสนอเรื่องใหม่ก็เลยตกใจกัน

เช่น กฎเหล็กจริยธรรมคุมเข้มนักการเมือง ใครทำดี ระมัดระวังตัวย่อมไร้ปัญหา แต่ยอมรับว่าทั้งหมดที่ออกมาเป็นยาแรงมาก เมื่อมันปฏิรูปย่อมมีคนเจ็บ คำว่าปฏิรูปเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเกลี่ยความเจ็บปวด บางครั้งเกลี่ยความเจ็บปวดไปฝ่ายหนึ่งมากเสียหน่อย ก็ต้องยอมรับ

เป็นตามที่ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯเคยระบุว่าเจตนารมณ์และหลักการของรัฐธรรมนูญ ต้องมีทั้งหลักสนับสนุนสังคมให้เกิดความเป็นธรรม หลักนำชาติสู่สันติสุข

หลักพลเมืองเป็นใหญ่ ซึ่งสร้างประชาชนให้เป็นพลเมือง โดยขยายสิทธิ เสรีภาพ เท่ากับเพิ่มอำนาจให้ประชาชน

หลักการเมืองใสสะอาดและสมดุล ปราศจากการทุจริตประพฤติมิชอบ แม้จะมีก็ให้น้อยที่สุด การเมืองมีความสมดุล ไม่ควรมีพรรคการเมืองใดได้ ส.ส.เกินจากคะแนนนิยมของประชาชน มีความสมดุลระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง

สมดุลระหว่างอำนาจของนักการเมืองและอำนาจพลเมือง สมดุลด้วยการมีบุคคลมาจากอาชีพที่หลากหลายเข้ามาอยู่ในสภานิติบัญญัติผ่านการเลือกตั้งทางอ้อม

ทันทีที่ยกร่างแล้วเสร็จก็เข้าสู่การทบทวนร่างรัฐธรรมนูญในช่วงเดือน มี.ค. โดยจะนำความเห็นของบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับประเด็นนั้นมาพิจารณาทบทวน ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม สปช.พิจารณา เบื้องต้นกำหนดวันประชุม 20-22 เม.ย. และวันที่ 24-26 เม.ย.

เพื่อพิจารณาแล้วเสร็จจะทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ 26 เม.ย.จะครบกำหนดในวันที่ 25 พ.ค. แล้ว กมธ.ยกร่างฯจะนำร่างรัฐธรรมนูญนำไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มต่างๆ

แรงต่อต้านต่อกติกาใหม่เริ่มแรงขึ้นจากฝ่ายการเมือง จะสร้างความมั่นใจกับสังคมอย่างไรว่าจะสร้างความปรองดองสำเร็จ นายเอนก บอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่การออกแบบรัฐธรรมนูญทำให้การเมืองสะอาด การเมืองไม่กลับไปอยู่ในวงจรแบบเดิม

ไม่กีดกัน ไม่ตัดพรรคที่ได้รับความนิยมออกจากอำนาจ พร้อมหาทางสนับสนุนให้พรรคอื่นๆเข้ามาดูแลบ้านเมืองด้วย ไม่ใช่ถูกกันไปเป็นฝ่ายค้าน และมีกลไกมาช่วยในกรณีเกิดความขัดแย้งกันอย่างหนัก

และไม่ให้ทหารมาปฏิวัติอีก.

ทีมการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้