วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เชลซี-สเปอร์ส' ชิงแคปิตอลฯ ศึกศักดิ์ศรีแห่งลอนดอน

'เชลซี-สเปอร์ส' ชิงแคปิตอลฯ ศึกศักดิ์ศรีแห่งลอนดอน

  • Share:

เหลืออีกไม่กี่อึดใจ แชมป์แรกของปีแห่งเกาะอังกฤษ ก็จะเผยโฉมหน้าให้กับได้ทราบกันแล้ว สำหรับชิงชนะเลิศแคปิตัลวัน คัพ ซึ่งไม่ใช่แค่การชิงดำธรรมดา แต่มันคือการประกาศชัยเหนือคู่แข่งร่วมเมืองที่ไม่สามารถจะยอมกันได้ในทุกสังเวียน เมื่อสองคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนโคจรมาพบกันบนสนามอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง เวมบลีย์ สเตเดียม...

ในค่ำคืนของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม สองฟากฝั่งของสนามจะถูกฉาบด้วยสองเฉดสีอันน่าเกรงขาม ด้วยพลพรรคขุนพลยอด อาร์มี ซึ่งจะขนกองเชียร์ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ มาปะทะกับ กองเชียร์เหล่า "สิงโตแแห่งลอนดอน" เชลซี มาคำรามร้องเพลงเชียร์ประจำสโมสร และการปะทะคารมด้วยเพลงล้อเลียนคู่เเข่งด้วยสไตล์จิกกัดแสบๆ คันๆ ตามแบบฉบับแฟนบอลเมืองผู้ดี

ส่วนผลงานในสนามนั้น เส้นทางของทั้งสองทีมในรายการนี้ เริ่มกันที่ทีมเชลซีเริ่มเล่นตั้งแต่ในรอบที่สาม ซึ่งจะให้สิทธิ์ทีมที่ได้เล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปทั้งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เริ่มออกสตาร์ทเป็นเกมแรก

รอบ 3 ชนะ โบลตัน วันเดอรเรอร์ส 1-0
รอบ 4 ชนะ ชูว์สบิวรี ทาวน์ 2-1
รอบ 5 ชนะ ชนะดาร์บี เคาน์ตี้ 3-1
รอบรองฯชนะ เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (นัดแรก)
ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (นัดสอง)

ส่วนทีมเส้นทางของทีม "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ก่อนที่จะทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปีนี้ ออกสตาร์ทในรอบที่สาม เช่นกัน

รอบ 3 ชนะ นอตติงแฮม ฟอเรสต์ 3-1
รอบ 4 ชนะ ไบรท์ตัน 2-0
รอบ 5 ชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-0
รอบรองฯ ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-0 (นัดแรก)
เสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 (นัดสอง)

ด้านตัวผู้เล่น นัดนี้ลูกทีมของกุนซือเมาริซิโอ โปเชตติโน มีผลงานที่ไม่ค่อยถูกใจชาวคลับไก่สักเท่าไรนัก ในสี่นัดหลังสุด เพราะไม่สามารถชนะใครได้เลย ถึงแม้จะพาทีมขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก โดยมีแต้มตามหลังทีมที่อยู่ในโซนโควตา ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เพียงแค่ 3 คะแนนก็ตาม

ในนัดนี้อาจจะต้องใช้บริหารของ มิเชล ฟอร์ม เป็นนายด่านชั่วคราว นอกนั้นขุมกำลังยังคงมีตัวหลักยืนประจำการในตำแหน่งถนัดกันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น แยน แฟร์ตองเกน, แอนดรอส ทาวเซนด์, แดนนี โรส, เอริค ดายเออร์ รวมไปจนถึงพระเอกของงานที่หลายคนกำลังจับตามองอย่าง "แฮร์รี เคน" ก็จะลงล่าตาข่ายในนัดนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนทีมเชลซี ของกุนซือชาวโปรตุกีส ที่ขนานนามใหม่ให้ตัวเองว่า "เดอะ แฮปปี วัน" โชเซ มูรินโญ ยังคงคับคั่งไปด้วยผู้เล่นทั้งทีมที่สามารถทดแทนกันได้ทุกวินาที ไล่ตั้งแต่ ปีเตอร์ เช็ก ลงยืนปักหลักหน้าปากประตู ส่วนของหลังนัดนี้ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เคิร์ท ซูมา ปราการหลังดาวรุ่งวัย 20 ปี จะได้รับโอกาสจากเจ้านายลงทำพิสูจน์ตัวเองในเกมระดับแกรนด์ โอเพนนิง แบบนี้ โดยจะยืนคู่กับพี่เลี้ยงชั้นดีอย่างจอห์น เทอร์รี

ด้านแผงมิดฟิลด์ ถึงแม้ว่า เนมันยา มาติช จะไม่สามารถลงเล่นได้ แต่ผู้เล่นคนอื่นก็ยังคงทดแทนได้ โดยที่สมดุลบริเวณกลางสนามไม่เสียหายแม้แต่น้อย ขณะที่กองหน้าอาจจะยังคงเป็นดิเอโก คอสตา ลงไปขู่ก่อนในช่วงต้นเกม จากนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะได้ลงไปใช้ความเก๋าบดขยี้กองหลังของสเปอร์สในช่วงท้ายเกม

ความน่าจะเป็น : ถึงแม้การเจอกันนัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีก ทีมสเปอร์สจะเป็นฝ่ายบุกยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับจ่าฝูงชนิดหักปากกาเซียนถึง 5-3 แต่นั่นไม่ใช่ภาพหลอนที่ขุนพลเชลซีต้องหวาดกลัว จนจำติดตาแต่อย่างใด โดยเฉพาะการแก้เกมที่ชาญฉลาดของโชเซ มูรินโญ น่าจับตามองมากว่า จะจัดการกับหัวหอกฟอร์มแรง ที่ได้รับการเชิดชูว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอลัน เชียเรอร์ และเท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่ในคนๆ เดียวกันได้อย่างไร รวมถึงจุดที่น่าสนใจอีกอย่าง กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ของไก่เดือยทอง จะปลุกลูกทีมให้ตื่นจากอาการเมาหมัดจากสี่นัดที่ผ่านมาได้อย่างไร แต่ด้วยองค์ประกอบโดยรอบที่เชลซีเหนือค่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่างชัดเจน น่าจะทำให้ทีมสิงห์บลู ประเดิมศักราชด้วยแชมป์แรกได้อย่างไม่อยากเย็น 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, เคิร์ท ซูมา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี, ฟิลิปเป หลุยส์, รามิเรส, เซส ฟาเบรกาส, วิลเลียน, ออสการ์, เอเดน อาซาร์ด, ดิเอโก คอสตา

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ : มิเชล ฟอร์ม, ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค ดายเออร์, แยน แฟร์ตองเกน, แดนนี โรส, นาบิล เบนทาเล็บ, ไรอัน เมสัน, เอริค ลาเมลา, มุสซา เดมเบเล, คริสเตียน อิริคเซน, แฮร์รี เคน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้