วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กลุ่มสยามหนุ่ม ต้น ร.5

กลุ่มสยามหนุ่ม ต้น ร.5

โดย บาราย
1 มี.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ในจำนวนเอกสารสำคัญ 21 แผ่น อันเป็นสมบัติส่วนตัวของ จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) แผ่นแรกมีข้อความ “เลขที่ 3 สมุดคำปฏิญาณ และสำเนาลายพระราชหัตถเลขา”

อาจารย์เกษม ศิริสัมพันธ์ ผู้เขียนเรื่อง แกนนำของกลุ่มสยามหนุ่ม เมื่อต้นรัชกาลที่ 5 (หนังสือจตุศันสนียยาจารย์ จัดพิมพ์เผยแพร่ โดยคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย กระทรวงวัฒนธรรม) ขอเรียกว่า เอกสารต้นเรื่อง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2411 ขณะทรงเจริญพระชันษาย่างเข้าปีที่ 16 โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการ

ต่อมา เมื่อ พ.ศ.2416 ทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา ทรงผนวชเป็นเวลา 15 วัน เมื่อลาผนวชก็ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใหม่ หลังขึ้นครองราชย์ครั้งที่ 2 มีพระบรมราชโองการ ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ ให้ผู้น้อยเลิกหมอบคลาน กราบไหว้เจ้านายและผู้มีบรรดาศักดิ์

พระบรมราชโองการฉบับนี้ นับว่าเป็นแนวหลักของพระราชดำริ ปฏิรูปบ้านเมือง และเป็นแก่นสำคัญของอุดมการณ์ของคณะสยามหนุ่ม

ปีเดียวกัน ได้มีประกาศแต่งตั้ง รัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการ ประกาศ พ.ร.บ.ที่ปรึกษาในพระองค์ ประกาศตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ จัดระเบียบใหม่ในการเก็บภาษีอากร เริ่มประกาศกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการเลิกทาส

ทรงมีพระราชหัตถเลขา...เมื่อแรกได้รับราชสมบัติว่า

“...ขอรวมใจความลงแต่เพียงว่า เมื่อพ่อได้รับราชสมบัติในเวลาอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น เหมือนตะเกียงริบหรี่จวนจะดับ...และอาศัยความอุตสาหะความพิจารณาเนืองนิจ จึงได้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงเพียงนี้”

“ฝ่ายญาติข้างพ่อ คือเจ้านายทั้งปวง ก็ตกอยู่ในอำนาจสมเด็จเจ้าพระยา และต้องรักษาตัว รักษาชีวิตอยู่ด้วยกันทั่วทุกองค์ ที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อการอันใดเสียก็มีโดยมาก ที่เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่มีกำลังสามารถอาจจะอุดหนุนอันใด”

ในสภาวะแวดล้อมนั้น ได้ทรงรวบรวมผู้คนซึ่งพอจะไว้ใจได้ เพื่อเป็นกำลังต่อไปภายหน้า ส่วนใหญ่เป็นพระอนุชา และมีข้าราชการรุ่นหนุ่มหัวสมัยใหม่ รู้จักกันในนามว่า คณะสยามหนุ่ม

ปี พ.ศ.2417 มีนิตยสารที่จัดทำโดยคนไทยเป็นฉบับแรก ชื่อ “ดรุโณวาท” ชื่อ “ดรุโณวาท” แปลตรงตัวว่า โอวาทของเด็ก เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่สอนคนรุ่นเก่า ลงเรื่อง “นิทานการเมือง” กระแหนะกระแหนติเตียนคนแก่เฒ่า ซึ่งอยู่ในตำแหน่งราชการสูงมานมนาน

ผู้ที่ถูกเปรียบเปรยอยู่ตลอดเวลา ก็คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

รายชื่อคณะสยามหนุ่ม เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เรียงตามรายพระนาม และนาม ดังนี้

พระเจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหมื่นภูเรศธำรงศักดิ์ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมหมื่นเทวะวงศ์วโรปการ เจ้าหมื่นไวยวรนาถ เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ (เล็ก) พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ พระองค์เจ้าปฤษฏาง นายเสน่ห์ หุ้มแพร

บุคคลเหล่านี้คือแกนนำกลุ่มสยามหนุ่ม ซึ่งทรงไว้วางพระราชหฤทัยคัดเลือก

บางตอนในคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

“ข้อ 2 ห้ามมิให้ผู้ที่เข้าร่วมความสัตย์ต่อกันนี้ พูดการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่เป็นการในพระองค์ ซึ่งทรงตั้งพระราชหฤทัย จะไม่อยากให้ความนั้นๆแพร่งพรายไป ข้าพเจ้าทั้งหลายจะไม่เอาความนั้นๆไปพูดกับผู้หนึ่งผู้ใด ฤาบุตรภรรยาของตัวเองเป็นอันขาด เว้นไว้แต่เพื่อนซึ่งเป็นผู้ร่วมความสัตย์ต่อกันเท่านั้น

มีบันทึกเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ไว้ตอนหนึ่งว่า

“...เหตุที่กระทำสัตย์ขึ้นครั้งนี้ เพราะกรมพระราชวังบวร มิสเตอร์น็อค กงสุลอังกฤษ คิดจะเอาพระโอรสองค์ใหญ่ มีพระนามว่า พระองค์เจ้าวิลัยฯ ส่งไปประเทศอังกฤษ เพื่อมิสเตอร์น็อคจะเปิดเผยที่อังกฤษว่า รัชกาลที่ 5 ไม่มีพระบรมราชโอรส มีแต่พระราชธิดาองค์ใหญ่ คือ กรมขุนสุพรรณ

ส่วนกรมพระราชวังบวรฯ มีพระโอรส พระโอรสองค์นี้ จะเป็นรัชทายาทต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทราบฯ จึงพระวิตก คิดให้สมเด็จวังบูรพา กำกับ ให้กรมขุนสุพรรณออกไปเรียนวิชา ณ ประเทศอังกฤษ ความที่ทรงหวังในเวลานั้น จะโปรดเกล้าฯ ให้กรมขุนสุพรรณเป็นควีนวิกตอเรีย

ในไม่กี่เดือนต่อมา ก็ได้ทราบเกล้าฯ ว่า สมเด็จพระพรรวษามาตุฉาเจ้า ทรงพระครรภ์ ในไม่ช้าก็ประสูติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

พระราชดำริดังกล่าวนี้ จึงเป็นอันระงับไป

แกนนำกลุ่มสยามหนุ่ม ถวายสัตย์ปฏิญาณ เดือน ก.ค.2424 อีกประมาณปีกว่า เมื่อ ม.ค.2425 สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ก็ถึงแก่พิราลัย

พ.ศ.2428 กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ พระชนมายุ 48 พรรษา ทิวงคต 7 วันต่อมามี พระบรมราชโองการ ไม่ทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใด ให้รับตำแหน่งนี้ต่อไป

พ.ศ.2429 ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เป็นตำแหน่งรัชทายาท แทนตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล

อาจารย์เกษม ศิริสัมพันธ์ จบเรื่องนี้ว่า “เมื่อปัญหาเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ ได้ยุติลงได้ด้วยความเรียบร้อยเช่นนี้แล้ว ก็นับว่าภารกิจของกลุ่มแกนนำสยามหนุ่ม ก็เป็นอันหมดสิ้น ถึงกาลอวสานไปด้วย”.

O บาราย O

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้