วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ แจงงานเศรษฐกิจ อนุมัติช่วยเหลือหนี้เกษตรกร 8 แสนราย

นายกฯ แจงงานเศรษฐกิจ อนุมัติช่วยเหลือหนี้เกษตรกร 8 แสนราย

  • Share:

“ประยุทธ์” แจงรื้อ ก.ม.เสร็จค่อยเปิดสัมปทานพลังงาน เชื่อใช้เวลาไม่นาน วอน คกก.ร่วมคุยกันหาข้อยุติ ไม่ขยายความขัดแย้ง รับเตรียมตั้งกรรมการสางปมร้อนศาสนา ส่วนคดีความว่าไปตามเนื้อผ้า ขอร้องอย่าสร้างกระแสปลุกระดม พร้อมอัพเดตงานแม่น้ำ 5 สาย...

วันที่ 27 ก.พ. เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคง ถ้ามีความมั่นคงสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ทั้งการเมือง ทั้งรัฐบาล ทั้งความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินนั้น เศรษฐกิจต่างๆ ก็จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี ประเทศชาติก็มีความสุข

โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อนุมัติหลักการที่เสนอโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. ในการช่วยเหลือบรรเทาภาระหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมีพี่น้องเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 8 แสนรายทั่วประเทศ และยังอีกหลายโครงการ คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาขนส่งระบบรางว่า จะมีการพัฒนาคู่ขนานเพื่อเชื่อมโยงไทยกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค สร้างการเชื่อมต่อโดยให้เราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง ทั้งในส่วนของทางคู่ 1 เมตร โครงการเร่งด่วน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 903 กิโลเมตร ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปีนี้ และโครงการระยะ ซึ่งจะดำเนินการศึกษาอีก 8 เส้นทาง สำหรับระบบรางขนาด 1.435 เมตรนั้น ก็จะเป็นการพัฒนาโครงข่ายรถไฟที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ โดยรัฐบาลไทยจะร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่สนใจ อันได้แก่ เช่น จีน ญี่ปุ่น หรืออื่นๆ ในส่วนของเส้นทางรถไฟที่จะร่วมมือกันกับรัฐบาลจีน

ขณะนี้ได้มีการหารือคณะทำงานร่วมไปแล้ว จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปีนี้ มีแผนจะให้แล้วเสร็จและเริ่มเดินรถได้ภายในปี 2561 สำหรับเส้นทางร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นกำลังอยู่ระหว่างร่วมกันทำการศึกษาแนวทาง ความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์และแนวทางการลงทุนร่วมกันอยู่

นายกฯ กล่าวต่อว่า แนวคิดเส้นทางความเร็วสูงนั้นก็มีข้อเสนอของเอกชนไทย ที่อยากจะให้ประเทศมีความทันสมัย และเพื่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนเมือง ตนก็ได้ให้พิจารณาหาข้อมูล และหาข้อสรุป ทั้งเส้นทางระยะสั้น และเส้นทางที่มีประชาชนเดินทางคมนาคมจำนวนมาก เช่น กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง-อู่ตะเภา หรือ กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งก็อาจจะต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการดำเนินการ โดยแนวทางนั้นอาจเป็นในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุน หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะเร่งพิจารณาให้เห็นผลชัดเจนในปีนี้

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ด้วยว่า ในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและฟังความเห็นประชาชนอันเป็นประโยชน์ อะไรที่เป็นปัญหา ความขัดแย้ง เห็นไม่ตรงกัน ต้องนำมาพูดคุยหารือกัน และทำให้ได้ข้อยุติ โดยในเรื่องนี้ให้มีการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเปิดสัมปทานรอบต่อไป เชื่อว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน ในส่วนการพูดคุยเจรจาของคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาโดยมีตัวแทนของภาครัฐและภาคประชาชนมาคุยกันนั้น จะถือว่าเป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้ได้ข้อยุติ ไม่ใช่ขยายความขัดแย้ง ก็ขอให้พูดจากันให้ดีๆ และแก้ไขกฎหมายให้เรียบร้อย

สำหรับความขัดแย้งในแวดวงศาสนานั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ตนได้มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ไปศึกษาทำความเข้าใจกับประเด็นปัญหา เรื่องใดที่เป็นการกระทำผิดข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องระบบการเงิน การคลัง หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของรัฐจะต้องดำเนินการ ปัจจุบันมีคดีความต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ทั้งสองฝ่ายดูแลไปพร้อมๆ กัน อย่าไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความโปร่งใส คิดว่าทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ต้องยอมรับ แล้วก็ฝ่ายประชาชน ก็ต้องยอมรับในการพูดคุยหารือกันในเรื่องนี้ ก็มีองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว

“ในส่วนของทางศาสนา ก็อาจจะต้องตั้งคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์มาช่วยดูแล ตอนนี้กำลังคิดอยู่นะครับ ก็จะได้ช่วยการทำงานของคณะสงฆ์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ ได้รับความเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะเป็นศาสนาของประเทศ ขอความร่วมมือทุกพวกทุกฝ่าย ช่วยกันขจัดความขัดแย้งให้ได้ พูดจาหารือหาทางออกกัน ใครผิดก็ว่าไปนะครับ อย่าใช้กระแส อย่าใช้การชุมนุม อย่าใช้อะไรมาทำให้เกิดความวุ่นวายอีกก็แล้วกัน นะครับ ขอร้อง ขอร้องจริงๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้