วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พุทธะอิสระโร่จับ 2เถระมส. เขย่าศาสนจักร

พระพรหมโมลีกับพระพรหมเมธี พ่วงด้วยโฆษกพศ.ผิดมติปาราชิก คณะสงฆ์ขู่ชุมนุมจี้ปลด‘ไพบูลย์’ ตามบี้วัดธรรมกายปมเงินบริจาค

ศึกศาสนจักรกำลังระทึก พระสงฆ์ขู่เคลื่อนไหวใหญ่ทั่วประเทศ หากยังให้ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการปฏิรูป แนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ที่ก้าวล่วงกิจการสงฆ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้านรักษาการนายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เตรียมนำคลิปคำให้สัมภาษณ์ของพุทธะอิสระให้เจ้าคณะผู้ปกครองของพุทธะอิสระ ตรวจสอบ เข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่

ขณะที่ “พุทธะอิสระ” เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งถอนฟ้องธัมมชโย เมื่อปี 49 และร้องกองปราบฯ ให้ดำเนินคดีกับพระพรหมโมลี และพระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม กับโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรณีมติมหาเถรฯเรื่องปาราชิกธัมมชโย กำลังจะกลายเป็นศึกในศาสนจักร กรณีปัญหามติมหาเถรสมาคมเรื่อง “ธัมมชโย” จนมีพระออกมาขู่เคลื่อนไหวใหญ่ โดยอ้างเหตุผลในคำขู่ครั้งนี้ว่าหากรัฐบาลยังมีการปล่อยให้ฆราวาสมาก้าวล่วงคณะสงฆ์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ขณะนี้องค์กรพุทธและสมาคมนักวิชาการฯ ได้ประชุมหารือถึงท่าทีของทุกฝ่าย ประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมทั้งงานที่จะเดินต่อไปข้างหน้า โดยเฉพาะการติดตามเรื่องที่ไปยื่นเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ถึงการยกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการใดและปล่อยให้มีการก้าวล่วงคณะสงฆ์ คณะสงฆ์ทั่วประเทศจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลกับประธาน สปช.คุยกันได้ ทำไมถึงไม่ปรึกษากัน เมื่อตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาแล้วเกิดปัญหา ไม่ได้รับการยอมรับก็ควรมีการแก้ปัญหา หรือควรยกเลิกเสีย ฝ่ายรัฐบาลเป็นการพูดผ่านสื่อ แต่ไม่มีการตั้งผู้ประสานงานกับคณะสงฆ์ โดยเฉพาะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี สามารถที่จะมากราบหารือกับมหาเถรสมาคมได้ คณะสงฆ์ขอเน้นย้ำว่า ไม่ได้ปฏิเสธการปฏิรูป เนื่องจากที่ผ่านมาคณะสงฆ์ได้เคยเสนอปรับแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ หรือระบบการปกครองคณะสงฆ์หลายครั้ง แต่ก็ติดปัญหาทุกครั้ง

พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวอีกว่า อยากอธิบายให้สังคมเข้าใจระบบการปกครองคณะสงฆ์ สงฆ์อยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม ที่เปรียบเหมือนคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่เห็นชอบนโยบาย ออกนโยบายด้านการบริหาร ตรากฎระเบียบต่างๆ รับฟังปัญหาของคณะสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมทั้งมีการกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาค โดยมีเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะหน ทำหน้าที่กลั่นกรองเรื่องหรือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่อีกครั้ง เหมือนกับกระทรวงต่างๆที่กระจายอำนาจไปในแต่ละจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ พร้อมทั้งรายงานมายังส่วนกลางให้มหาเถรฯได้รับทราบ จึงอยากให้สังคม โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนได้เข้าใจในระบบการปกครองคณะสงฆ์อย่างถูกต้องอีกด้วย

นายเสถียร วิพรมหา รักษาการนายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา ได้รับคลิปวีดิโอขอพุทธะอิสระ ขณะกำลังให้สัมภาษณ์รายการทีวีรายการหนึ่งว่าจะปฏิบัติธรรม จนถึงขั้นบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้นำคลิปวีดิโอดังกล่าวส่งต่อไปยังส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองของพุทธะอิสระ ให้ตรวจสอบว่าการกล่าวอ้างดังกล่าว จะเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรมหรือไม่

ขณะเดียวกัน เครือข่ายพระสงฆ์เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง หยุดทำลายพระพุทธศาสนา โดยระบุถึงพฤติกรรม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานกรรมการฯ ว่ามีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคามต่อกรรมการมหาเถรสมาคม และคุกคามว่าจะเข้าไปตรวจสอบ เอาผิดทางพระธรรมวินัยและกฎหมาย จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้พระสงฆ์จำนวนมากเคลือบแคลงสงสัยต่อพฤติกรรมของนายไพบูลย์ ว่ามีวาระซ้อนเร้นที่จะทำลายพระพุทธศาสนา ดังนั้น เครือข่ายพระสงฆ์เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงเรียกร้องให้นายไพบูลย์หยุดพฤติกรรมข่มขู่คุกคามมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

บ่ายวันเดียวกัน พุทธะอิสระประธานคณะสงฆ์ วัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งถอนฟ้องคดีธัมมชโย เมื่อปี พ.ศ.2549 โดยพุทธะอิสระกล่าวว่า คดีดังกล่าวพนักงานอัยการชุดแรกได้มีคำสั่งฟ้องธัมมชโยในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินไปเป็นของตนโดยทุจริต แต่เมื่อศาลจะมีคำพิพากษาธัมมชโยได้มีการโอนทรัพย์สินทั้งหมดคืนให้กับวัดพระธรรมกาย ซึ่งขณะนั้นก็มีการเปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุดในขณะนั้น กลับมีคำสั่งให้พนักงานถอนฟ้องคดี

ดังกล่าว แต่พนักงานอัยการไม่ยอมถอนฟ้อง นายพชรจึงสั่งเปลี่ยนตัวพนักงานอัยการและให้พนักงานอัยการชุดใหม่ดำเนินการ ถอนฟ้องคดีดังกล่าวโดยอ้างว่า ธัมมชโยได้ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชแล้ว จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจในการเรียกสำนวนหลักฐานมาพิจารณาว่า การมีคำสั่งฟ้องของอัยการชุดแรกมีเหตุผลอย่างไร และการถอนฟ้องในอัยการชุดที่สองมีเหตุผลอย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากในการพิจารณาของมหาเถรสมาคม อ้างเหตุที่ไม่ดำเนินการกับธัมมชโยก็เพราะอัยการมีคำสั่งถอนฟ้อง โดยอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรีบดำเนินการ

ด้านนายรักษเกชากล่าวว่า จะรีบนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาผู้ตรวจการแผ่นดินโดยเร็ว ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจ ในการขอดูเอกสารหลักฐานกรณีที่อัยการมีคำสั่งฟ้องและถอนฟ้องในภายหลัง ซึ่งหากไม่ได้รับความร่วมมือก็มีโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเมื่อพิจารณาหลักฐานแล้ว สามารถสั่งอัยการให้ฟ้องคดีได้หรือไม่ คงต้องดูรายละเอียดก่อน

จากนั้นพุทธะอิสระ เดินทางมายังกองบังคับการตำรวจปราบปราม เข้าพบ ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พงส. กก.1 บก.ป. ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับพระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระ พุทธศาสนาแห่งชาติ กรณีเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่พระพรหมเมธีและนายสมชายแถลงข่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติว่า ธัมมชโยไม่ต้องอาบัติปาราชิก ซึ่ง ร.ต.ท.ปรีชารับเรื่องไว้และส่งต่อให้ พงส.กก.5 บก.ป.รับไปสอบปากคำผู้ร้องและตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการในส่วนความคืบหน้าคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายนั้น วันเดียวกัน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รับผิดชอบด้านภารกิจปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ เปิดเผยกรณีที่ ปปง. ร่วมกับดีเอสไอ เปิดตู้เซฟที่ยึดได้จากบริษัท เอส ดับบลิว โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด พบโฉนดที่ดินและหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ว่า พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้า พงส.ชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงิน ระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าพบเพื่อวางแนวทางการสอบสวนขยายผล โดยเฉพาะเส้นทางการถ่ายโอนโฉนดที่ดินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปยังบุคคลอื่นๆก่อนหน้า รวมทั้งสอบสวนความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย และความเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย เบื้องต้นพบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างกันอย่างชัดเจน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยงทั้งหมด

สำหรับนายศุภชัยมีรายงานด้วยว่า มีตำแหน่งผู้บริหารทั้งในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ตั้งขึ้นเพื่อระดมฝากเงิน ให้เงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยสถาบันการเงินอื่น โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จะนำเงินลงทุนให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี นำเงินมาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกทอดหนึ่ง ให้กับผู้ที่มาทำบุญกับวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ ในการตรวจสอบงบดุลของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี พบมีการปล่อยกู้เพื่อการกุศลจริงเป็นจำนวนกว่า 500 ราย เป็นเงินกว่า 230 ล้านบาท ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบนายศุภชัยสั่งจ่ายเช็คให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี ระหว่างปี 52-55 รวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 46.5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบการโอนเงินให้กับพระหลายรูปในวัดพระธรรมกาย อาทิ พระธัมมชโย 225 ล้านบาท พระวิรัช 100 ล้านบาท พระปลัดวิจารณ์ จำนวน 119 ล้านบาท พระมนตรี 100 ล้านบาท รวมถึงนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล กรรมการบริษัท เอส ดับบลิว โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด 127 ล้านบาท โดยพบว่านายสถาพรเคยบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพระธรรมกายนานกว่า 20 ปี และนายศุภชัยเคยมีตำแหน่งเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกายด้วย

ขณะเดียวกันกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังตั้งคณะกรรมการสอบสวนหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชุดเก่า หลังมีคำสั่งไม่ฟ้องนายจิรเดช วงเพียงกุล อดีตผู้ช่วย รมว.คลัง และนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นักธุรกิจ ที่ได้รับการโอนเงินจากศุภชัย ศรีศุภอักษร กว่า 2,500 ล้านบาท รวมทั้งประเด็นการทำคดีล่าช้า กระทั่งผู้เสียหายร้องขอให้เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนในคดีนี้

กรณีมติมหาเถรฯเรื่องปาราชิกธัมมชโย กำลังจะกลายเป็นศึกในศาสนจักร กรณีปัญหามติมหาเถรสมาคมเรื่อง “ธัมมชโย” จนมีพระออกมาขู่เคลื่อนไหวใหญ่ โดยอ้างเหตุผลในคำขู่ครั้งนี้ว่าหากรัฐบาลยังมีการปล่อยให้ฆราวาสมาก้าวล่วงคณะสงฆ์ 27 ก.พ. 2558 07:43 27 ก.พ. 2558 07:46 ไทยรัฐ