วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผูกคอตาย ไร้ทางทำกิน! เสียงสะอื้นอาชีพร่มเตียงภูเก็ต อ้างโดนพิษจัดระเบียบ

คสช.จัดระเบียบเตียงผ้าใบ...พลิกโฉมภูเก็ตหาดพาณิชย์ให้กลายเป็นอันดามันหาดสวรรค์ต่างชาติ แต่ในห้วงของความสงบยังมีเสียงร้องของเหล่าชาวบ้านร้านรวงต่างๆ โอดครวญถึงความไม่เป็นธรรมที่ภาครัฐกระทำกับพวกเขาอย่างไร้เยื่อใย โดยเฉพาะชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเตียงผ้าใบทั้งหลายแหล่ที่กำลังเดือดร้อนเข้าตาจนชนิดที่มีผู้คิดสั้น และหนีปัญหาผูกคอตายด้วยความเครียดไปแล้ว 1 ราย เพราะมีปมเหตุจากขาดเงินทองจุนเจือครอบครัว ไร้กำลังส่งเสียค่าเทอมลูกน้อย...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยกับ นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธานสภาองค์กรชุมชน เทศบาลเมืองป่าตอง ถึงสภาวะความเดือดร้อนที่เหล่าชาวบ้านกำลังเผชิญ จากครั้งหนึ่งที่เคยมีอาชีพเตียงผ้าใบมากว่าสิบปี แต่วันนี้กลับโดนรื้อถอนอย่างไม่แยแสและปราศจากแผนเยียวยา พวกเขาเป็นเช่นไรในวันที่ไร้อาชีพ ?

สุดรันทด...ไร้เงินหุงหา ขาดอาชีพเลี้ยงตัว
ปรีชาวุฒิ ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำชุมชนแห่งป่าตอง เล่าถึงความในใจอย่างหมดเปลือกว่า ตามที่ คสช. มีคำสั่งให้จัดระเบียบชายหาดคืนสู่ประชาชนนั้น เขาเหล่านี้ไม่ได้มีแผนเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการร่มเตียงแม้แต่น้อย จู่ๆ ก็เข้ามารื้อถอนเตียงผ้าใบ อันเป็นอาชีพที่ชาวบ้านยึดถือมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ มิหนำซ้ำยังไม่เข้ามาหารือกับชาวบ้าน เพื่อหาทางออกหรือแผนสำรองแม้แต่น้อย จนวินาทีนี้ชาวบ้านจำนวนมากต่างตกอยู่ในสถานะของผู้ว่างงาน ไร้เงินเลี้ยงปากท้อง

“กว่าที่จะหาทางออกให้ชาวบ้านในกลุ่มอาชีพร่มเตียงที่มีกว่า 60 เจ้า สามารถปูเตียงผ้าใบในพื้นที่หาดแค่ 10% ก็กินเวลานานกว่าจะออกมาตรการนี้ออกมา ส่วนชาวบ้านที่เคยมีรายได้จากอาชีพตั้งเตียงผ้าใบกว่า 2,000-5,000 บาทต่อวัน ตอนนี้ก็เหลือรายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียงแค่วันละไม่กี่ร้อย บางคนก็ไม่ถึงร้อยบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเตียงของแต่ละคน” ประธานสภาองค์กรชุมชน กล่าวถึงชีวิตชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนขีดสุด

สูญเงินลงทุนนับแสน รายได้หดหายจบสิ้น
โดยปกติแล้ว ผู้ประกอบการร่มเตียงไม่สามารถตั้งเตียงได้ทุกวันตลอดทั้งปี แต่จะสามารถตั้งเตียงกางร่มได้เพียงแค่ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนธันวาคม หรือเพียงแค่ประมาณ 6 เดือนเท่านั้น เพราะนอกจากช่วง 6 เดือนนี้ จะเข้าสู่ฤดูฝน ชาวบ้านจะไม่สามารถตั้งเตียงได้อีก จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูใหม่

“การประกอบอาชีพตั้งเตียงผ้าใบ ก็ต้องลงทุนและต้องใช้เวลาคืนทุนเหมือนกับอาชีพอื่นๆ ซึ่งการลงทุนในอาชีพก็จะต้องใช้เงินเหยียบแสนบาท หนึ่งชุดประกอบก้วย เตียง 2 ตัว เบาะ 2 ชิ้น ร่ม 2 คัน ก็ปาเข้าไป 3,000-4,000 เข้าไปแล้ว กว่าจะคืนทุนก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี แต่พอครบ 3 ปี ก็ต้องซื้อของใหม่เพื่อมาสับเปลี่ยนกับของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการหรือชาวบ้านตาดำๆ ก็ต้องลงทุนเพิ่มต่อปี 50,000-100,000 บาทต่อปี เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์เลี้ยงชีพ” ปรีชาวุฒิ แจงยิบถึงต้นทุนอาชีพร่มเตียง

เกิดความเหลื่อมล้ำ คนจนกางไม่ได้ คนรวยจัดเตียงกางร่มเต็มที่
“ทำไมจังหวัดอื่นทำได้ กางกันเต็มที่ แต่ทำไมภูเก็ตทำไม่ได้ ต้องเก็บจัดระเบียบอย่างดี และยังมีการมาไล่นักท่องเที่ยวอีก อย่างนี้ควรแล้วหรือ” เสียงหนึ่งจากชาวบ้านทวงถามหาความเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ก็ยังเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างนายทุนและชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านรากหญ้าที่ประกอบอาชีพนี้มากว่า 30-40 ปี ไม่สามารถกางได้และยังถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก แต่ถ้าเป็นนายทุนที่มีที่ดินติดริมทะเล กลับสามารถกางเตียงผ้าใบ ปักร่มได้เต็มที่ ซึ่งบางครั้งอาจจะเหลื่อมเข้ามาในพื้นที่สาธารณะด้วยซ้ำ

ผลพวงโยงใย ต่างชาติเอือมระอา ทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว
ที่สุดแล้วปัญหามิได้จบแต่เพียงผู้ประกอบการ หรือชาวบ้านตาดำๆ เท่านั้น แต่ผลพวงแห่งปัญหานี้กลับโยงใยไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีปัญหากระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ทราบว่า หากจะนำเตียงผ้าใบมากาง จะต้องไปกางในพื้นที่ 10% ที่รัฐเป็นผู้จัดหาไว้ให้เท่านั้น ซึ่งความไม่รู้ประกอบกับไม่เข้าใจดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับนักท่องเที่ยวตามมา

“ปัญหาแบบนี้ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง และตอนนี้ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูเก็ตย่ำแย่ลงไปมากๆ กระทบทั้งในส่วนของโรงแรม รีสอร์ต และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างหนัก” ประธานสภาองค์กรชุมชน เทศบาลเมืองป่าตอง สุดเอือมกับปัญหาที่เกิดขึ้น.

คสช.จัดระเบียบเตียงผ้าใบ...จากครั้งหนึ่งที่เคยมีอาชีพเตียงผ้าใบมากว่าสิบปี แต่วันนี้กลับโดนรื้อถอนอย่างไม่แยแสและปราศจากแผนเยียวยา พวกเขาเป็นเช่นไรในวันที่ไร้อาชีพ ? 26 ก.พ. 2558 18:41 27 ก.พ. 2558 09:58 ไทยรัฐ