วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกวิกฤติ ด้วยหนึ่งสมอง และสองมือ

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของ JAL JAPAN AIRLINES ที่เพื่อนคนหนึ่งได้แชร์ไว้บนหน้าเฟซบุ๊กของเขา ซึ่งสามารถสรุปใจความได้ดังนี้

JAL หรือ JAPAN AIRLINES ได้หายหน้าหายตาไปนานเพราะถูกล้มละลาย ในปี ค.ศ. 2010 แต่ล้มแล้วก็ลุก และลุกได้อย่างสง่างามด้วยฝีมือของลูกพระอาทิตย์วัย 78 ปี ที่มีชื่อว่า นายคาซูโอ อินาโมริ (Mr.Kazuo Inamori) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก “Kyocera Corporation” โดยคำเชิญจากรัฐบาลญี่ปุ่น

แม้ว่านายคาซูโอจะไม่มีประสบการณ์ในวงการธุรกิจการบินเลย แต่เขาก็สามารถใช้เวลาเพียง 1 ปี พลิกหนี้สินกว่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กลายเป็นกำไรขึ้นมาได้ และภายใน 2 ปี ก็ได้รับรางวัลสายการบินที่ตรงเวลาที่สุดของโลก ในปี ค.ศ. 2012 และสามารถกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้ง

การพลิกฟื้นองค์กรยักษ์ใหญ่จากสถานะล้มละลาย ให้กลับมาผงาดได้อย่างภาคภูมิอีกครั้ง นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่สำหรับ ชายวัย 78 ปีผู้นี้ เขาทำได้ และทำได้ในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วยค่ะ น่าสนใจใช่ไหมล่ะคะ

กรณีศึกษาระดับโลก: การล้มละลายและการกลับมาอย่างสง่างามของ JAL

เหตุใด นายคาซูโอจึงได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลญี่ปุ่น และ ประสบความสำเร็จในการพลิกสถานการณ์ของสายการบินนี้ได้อย่างสง่างาม

นายคาซูโอเป็นทั้ง นักคิด นักเขียน นักพูด และนักบวช วันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่ง CEO ของ JAL นั้น เขาบอกกับพนักงานว่า “ผมเกลียด JAL มาก และไม่ใช้บริการของ JAL มาเป็นเวลานานแล้ว” เนื่องจาก พนักงาน JAL ทำหน้าที่ตามหนังสือคู่มือเท่านั้น แต่ไม่ได้มีจิตใจในการให้บริการอันอบอุ่นแก่ผู้โดยสารที่เกิดจากหัวใจ

เขาบอกว่า ปรัชญาในการบริหารที่เขาใช้เสมอมาก็คือ องค์กรไม่จำเป็นต้องมีเอกสาร หรือพิธีรีตองอะไรมากมาย ขอเพียงให้ฝ่ายบริหารตระหนักในปรัชญาเดียวกัน และตรงกันว่าหน้าที่ของฝ่ายบริหารก็คือ การสร้างความสุขกาย สุขใจให้เกิดขึ้นกับพนักงาน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพียงแค่นี้สิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาเอง

สิ่งที่คุณคาซูโอ พบหลังจากเข้ามารับตำแหน่งก็คือ ผู้บริหารและพนักงานต่างก็แบ่งพรรค แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน องค์กรขาดข้อมูลที่สะท้อนผลประกอบการที่เป็นปัจจุบัน ความรับผิดชอบของพนักงานไม่ชัดเจน รวมทั้งความไม่ใส่ใจอย่างจริงจังของผู้บริหารที่จะพลิกฟื้นองค์กร นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการเก่าหลายคนที่ใช้เส้นสายลาออกก่อนกำหนดเพื่อรับเงินชดเชยก้อนโต...และเบียดตัวเองเข้ามาเป็นผู้บริหาร JAL ในอัตราเงินเดือนที่สูงลิ่ว

ว่าแล้ว คุณคาซูโอก็ลงมือบริหารความเปลี่ยนแปลงโดยให้ผู้บริหารระดับสูงจำนวน 50 คน เข้า “โครงการอบรมผู้นำ” สัปดาห์ละ 4 ครั้ง รวมทั้งหมด 17 ครั้ง เพื่อให้ตระหนักว่า ผู้นำที่ดีนั้นต้องมีความรอบรู้ในเรื่องข้อมูลทางการเงิน มีบุคลิกภาพที่ดี มีความลุ่มหลงในงานที่ทำ และความทุ่มเทเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

หลังจากนั้น เขาก็ฝึกอบรมผู้บริหารในระดับถัดไปจนครบ 200 คน บางครั้งเขาก็หิ้วกระป๋องเบียร์ เดินไปแจกพนักงาน แล้วดื่มเบียร์ไป พูดคุยกันไป เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของพนักงาน นอกจากนั้น เขาพยายามลดต้นทุนทุกชนิด ด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งวีธีการปลุกจิตสำนึก ด้วยการติดป้ายราคา สิ่งของและเครื่องใช้ชนิดต่างๆ เช่นกล่องบรรจุกระดาษ ก็ติดป้ายไว้ว่ากระดาษแต่ละแผ่นที่พนักงานหยิบไปใช้นั้น มีราคาแผ่นละเท่าใด เป็นต้น

หลักการคิดธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา

ณ จุดนี้ ดิฉันขอนำแนวคิดปรัชญาของ นายคาซูโอ อินาโมริ ที่เคยกล่าวไว้ใน ที่ต่างๆ เพื่อผู้อ่านจะพอเห็นอุปนิสัยและหลักคิดของเขาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

• คนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ แตกต่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

• คนที่ไม่สำเร็จใช่ว่าจะขาดความเร่าร้อนมุ่งมั่น แต่สิ่งที่แตกต่างอยู่ที่ความอึดและอดทนต่างหาก

• คนที่ล้มเหลวนั้น เมื่อพบกับอุปสรรคเข้า ก็จะคิดหาข้อแก้ตัวดีๆ เพื่อที่จะเลิกล้มความพยายามไป

• ผลลัพธ์ในวันนี้ เป็นผลจากความพยายามในอดีต ส่วนอนาคตนั้น กำหนดด้วยความพยายามในปัจจุบัน

• Passion + action = success, สมการง่ายๆ ของความสำเร็จ คือการลงมือทำ ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ

“คนที่แพ้ หรือเพลี่ยงพล้ำ ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว...แต่คนที่ล้มเหลว คือคนที่ล้มเลิกต่างหาก”

เป็นกำลังใจให้คุณผู้อ่านที่กำลังเจอวิกฤติในชีวิตทุกท่านค่ะ

ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์
http://www.facebook.com/SMECompass

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของ JAL JAPAN AIRLINES ที่เพื่อนคนหนึ่งได้แชร์ไว้บนหน้าเฟซบุ๊กของเขา ซึ่งสามารถสรุปใจความได้ดังนี้ ... 26 ก.พ. 2558 17:54 12 มี.ค. 2558 15:34 ไทยรัฐ