วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ.ร.บ.งาช้าง

โดย สหบาท

เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงเดือนกับเงื่อนเวลาที่คณะกรรมาธิการประจำไซเตส ได้ขีดเส้นให้ประเทศไทยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉบับปรับปรุงในการควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้างภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สุ่มเสี่ยงกับการถูกคว่ำบาตรทางการค้าในกลุ่มสินค้าภายใต้การควบคุมของอนุสัญญาไซเตส ซึ่งเป็นรายได้เข้ามาสู่ประเทศไทยไม่น้อยกว่า 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ศปทส.ตร.” พร้อมทีมงานต้องเร่งกระทำทุกวิถีทางแสดงให้เห็นความจริงใจในการแก้ไขปัญหางาช้างของรัฐบาลไทย

ได้จัดตั้งคณะทำงาน แบ่งออกเป็นชุดเฉพาะกิจการข่าวและปราบปรามการค้างาช้างออกเป็น 12 ชุด ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดที่วิกฤติ คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ เชียงใหม่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ภูเก็ต และชุดเฉพาะกิจของ ตร. และ บก.ปทส. รวมอีก 7 ชุด

เร่งรัดนโยบายจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายงาช้างในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.ชุมพร มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ร่วมกับหลายหน่วยงานได้ผลักดันจนเกิด “พ.ร.บ.งาช้าง” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย จะมีผลทำให้การนำเข้าส่งออก หรือค้าขายงาช้างตามอำเภอใจไม่ได้ ต้องขออนุญาต หรือแม้แต่การครอบครองอยู่ก่อนหรือประสงค์จะครอบครองงาช้าง ต้องไปยื่นขอต่อกรมอุทยานแห่งชาติ

ปิดช่องโหว่ของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจค้าขายงาช้างที่ผิดกฎหมายทำได้ยากขึ้น

เรียกประชุมหน่วยงานราชการ ทั้ง 18 หน่วยงาน อาทิ กรมการปกครอง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอีก 2 องค์กร NGOs คือ WWF และ TRAFFIC Southeast Asia

หารือแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายงาช้างที่เพิ่งเสร็จหมาดๆ นำไปอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิด และให้ความรู้แก่ประชาชนที่ทำธุรกิจ หรือครอบครองงาช้าง

เป็นการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ต่อสู้กับการขึ้นบัญชีดำกีดกันทางการค้า

เป็นอีกความพยายามของ ตร. ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ยึดตามนโยบายของรัฐบาล

เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของพี่น้องคนไทย.

สหบาท

26 ก.พ. 2558 12:10 26 ก.พ. 2558 12:10 ไทยรัฐ