วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มติมส.ธรรมกาย รอรับรอง

มติมส.ธรรมกาย รอรับรอง

  • Share:

จวกโฆษกสำนักพุทธ ทำตัวเป็นสงฆ์ซะเอง

“วิษณุ” ให้จับตาประชุมมหาเถรสมาคมครั้งหน้ารับรอง รายงานมติมหาเถรฯเมื่อวันที่ 20 ก.พ. เป็นอย่างไร แจงแนวทางคดีใช้สหกรณ์ยูเนี่ยนฯ สาวเส้นทางการเงินถ่ายไปทางไหน รับเรื่องนี้ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่สังคมรู้ และห่วงคนพูดกันมากจน อาจกลายเป็นสงครามศาสนจักร ด้าน “ไพบูลย์” เห็นพ้อง “วิษณุ” เรื่องศาสนจักรให้มหาเถรฯจัดการ แนะโฆษก พศ.อย่าตีความพระลิขิตบิดเบือน เดินหน้าต่อกรณีโกงเงินชาวบ้านมาบริจาค นัดดีเอสไอแจง คดียักยอกเงินสหกรณ์ ตำรวจเปิดตู้เซฟที่ยึดจากบริษัทแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ปัญหาวัดพระธรรมกาย ยังเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย หลังถูกขุดคุ้ยจากเรื่อง “พระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช” จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม โดยเมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวกรณีนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า การประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ไม่ได้มีมติเรื่องพระธัมมชโยว่า ต้องรอดูการประชุมมหาเถรฯครั้งหน้า ซึ่งจะมีการรับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน แต่กำชับไปว่า ให้ช่วยเผยแพร่ให้สาธารณชนรู้ ว่ามติคืออะไร มีการโหวตหรือไม่ มีการพูดว่าปาราชิกหรือไม่ปาราชิก ส่วนการแถลงมติมหาเถรฯ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ไปเอาอะไรมาแถลง มติจริงๆวันดังกล่าวเป็นอย่างไร ตนถามเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมวันนั้น เขาชี้แจงว่า ไม่มีการพูดเรื่องปาราชิก

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับคดีสหกรณ์ยูเนี่ยน คลองจั่นโอนเงินให้วัดพระธรรมกาย เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ แต่ไม่ว่ากระบวนการยาวเท่าไร ต้องติดตามดูจนเลิกกันไปข้างหนึ่ง สุดท้ายสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ จะเกี่ยวหรือไม่ตนไม่รู้ แต่วันนี้มีการกล่าวอ้างว่าเกี่ยว ต้องลงไปสอบให้ได้ว่า เงินของสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ ที่หายไป ไปสู่เส้นทางไหน หากพบไปอยู่ตรงไหนต้องตามไปเอาเงินคืนมา โดยใช้สหกรณ์เป็นตัวตั้ง แล้วสาวไปสู่ปลายทางของเงินทุกแห่ง วันนี้อยากให้เอาเงินคืนมาให้ได้เสียก่อน

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นสงครามศาสนจักรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากพูดมากๆ อาจจะเป็น เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่าไม่อยากไปยุ่งเพราะต่างฝ่ายต่างมีลูกศิษย์จำนวนมาก นายวิษณุ กล่าวว่า การสอดแทรก วิ่งเต้น กลบเกลื่อน และถือหางหมายถึงยุ่ง แต่หากคำว่ายุ่ง มีความหมายเป็นหน้าที่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส ถูกต้องแก่พระศาสนา และเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง ยิ่งมีเรื่องสหกรณ์ยูเนี่ยนฯเข้ามาเกี่ยว เรื่องคืนเงินคืนทองถือเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าเป็นธรรม ดังนั้น เป็นเรื่องที่คนมีหน้าที่จำเป็นต้องยุ่ง ต่อข้อถามว่า หากผลของคดีออกมาสามารถนำผลไปร้องต่อ มส.ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นหากมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ มส.ต้องส่งให้อยู่แล้ว

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์ กิจการพระพุทธศาสนา สปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองาม ปัญหาศาสนจักร และพระธัมมชโยเป็นปัญหาที่คณะสงฆ์จะไปตัดสินกันเอง เป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม ที่ออกมากล่าวถึงเพราะมีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ และมติของมหาเถรฯ เมื่อปี 2542 ที่รับรองพระลิขิตทั้งหมดว่า เป็นของจริง ขณะนี้ต้องฟังดูว่ามติมหาเถรฯ ในปี 2558 ที่ออกมาและที่ประชุมมหาเถรฯ ชุดปัจจุบันจะดำเนินการอย่างไร ต่อมติของมหาเถรฯ เมื่อปี 2542 และพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ยืนยันว่าการทำงานของกรรมการ ที่ตนเป็นประธานฯเป็นการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อปฏิรูปและปกป้องพระศาสนา ไม่มีเจตนาอื่นใด ส่วนนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักพระพุทธศาสนา ออกมาระบุว่า พระธัมมชโยคืนทรัพย์ให้วัดแล้ว ไม่มีความผิดนั้นคงเป็นหน้าที่ของนายวิษณุ และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะเป็นผู้ดำเนินการ

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า พฤติกรรมที่นายสมชายกำลังทำอยู่เหมือนทำตัวเป็นสงฆ์เสียเอง ทั้งที่ควรจะเงียบเสียที และตอบให้ได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อมติ มส.ปี 2542 ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ หากจะออกมาก็ควรจะมีหลักฐานอ้างอิงไม่ใช่ใช้ดุลพินิจตัวเองตีความพระลิขิต หรือชี้แจงแทนคณะสงฆ์ แทรกแซงให้ความเห็นที่บิดเบือน และขัดต่อนโยบายของนายวิษณุ ยืนยันว่า กรรมการฯชุดตนจะเดินหน้าศึกษาวิเคราะห์กรณีบริจาคเงินทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ฉ้อโกงเงินประชาชน นำไปบริจาคให้วัดและพระสงฆ์ คาดหวังว่า กรรมการในมหาเถรฯจะใช้โอกาสนี้ วางมาตรการปกป้องพระพุทธศาสนา อยากเห็นพระผู้ใหญ่ในมหาเถรฯ จะเป็นผู้นำที่กล้าหาญ ในการทำบัญชีทรัพย์สินของวัดและของพระเถระประกาศให้สังคมให้รับทราบ เพื่อความโปร่งใส และเรียกคืนความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา

นายไพบูลย์ยังกล่าวอีกว่า กรณีของพระธัมมชโย จะดำเนินการตรวจสอบขอข้อมูลจากกรมสอบ สวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่นัดให้มาชี้แจงในวันที่ 2 มี.ค. เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินสหกรณ์คลองจั่น เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้ตอบโจทย์ที่คณะกรรมการชุดนี้วางไว้ คือพระและวัดมีความจำเป็นต้องเปิดเผยบัญชีถือครองทรัพย์สินแก่สาธารณชน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและพระธรรมวินัย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชและมติมหาเถรสมาคมเมื่อปี 2542 ที่ชี้ว่า พระธัมมชโยต้องปาราชิกไปแล้ว จะไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการชุดนี้ แต่ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีการติดตามต่อไป อยากเรียกร้องให้กรรมการ มส.ชี้ชัดออกเป็นมติมาเลยว่า พระธัมมชโยไม่ต้องปาราชิก พร้อมทั้งเปิดเผยมติของเมื่อปี 2549 ที่ระบุว่า เมื่อคืนที่ดินวัดแล้วจึงไม่ปาราชิกด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า มติ มส.เมื่อปี 2549 และครั้งล่าสุด ได้หักล้างพระลิขิตและมติ มส.เมื่อปี 2542 ที่ชอบด้วยกฎหมายและพระธรรมวินัย

วันเดียวกัน มีการเปิดเผยเอกสารผลการวินิจฉัย ตามกระบวนการการปกครองของสงฆ์เมื่อปี 2549 ของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีในขณะนั้น คือพระราชปริยัตยาภรณ์ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรายงานถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 2 ฉบับ ฉบับแรกสรุปว่า พระธัมมชโย หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพญาณมหามุนี) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายขณะนั้น ได้มีหนังสือแสดงเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาถวายให้เป็นสมบัติส่วนตัว ให้เป็นสมบัติของวัดพระธรรมกาย ไว้อย่างชัดเจนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 2542 โดยมีอธิบดีกรมการศาสนา รองอธิบดีกรมการศาสนา และ ผอ.สำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม ลงนามเป็นพยานไว้ จึงกล่าวได้ว่า พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ไม่เข้าข่ายที่จะปรับอาบัติตามสิกขาบท อีกฉบับเป็นเอกสารที่จังหวัดมีคำสั่งไม่รับคำกล่าวหาของผู้กล่าวหา เรื่องทั้งหมดจึงเป็นอันยุติถึงที่สุด

นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม วันที่ 27 ก.พ.นี้ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมแจ้งว่า จะมีเพียงการนำมติจากการประชุมวันที่ 20 ก.พ. เข้ารับรองมติการประชุม ในการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามข่าวทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้คณะทำงานดังกล่าวเริ่มดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตาม นายกนก แสนประเสริฐ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ที่เข้าร่วมประชุมกับนายวิษณุ ได้รายงานว่า ในการประชุม นายวิษณุได้ย้ำถึงแนวทางในการดำเนินงานของปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า อะไรที่เป็นเรื่องของศาสนจักร ก็ให้พระสงฆ์เป็นผู้พิจารณา อะไรที่เป็นเรื่องฝ่ายอาณาจักร ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการ

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปสปช.) แถลงหลังการประชุมวิป สปช.ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ตัวแทนฝ่ายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือเบื้องต้นเห็นว่า สปช.เป็นสภาที่ปรึกษาด้านข้อมูลให้รัฐบาลและ คสช.และขอให้ประสานงานกันก่อนที่จะสื่อสารออกไปสู่สาธารณะ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของ สปช. โดยเฉพาะกรณีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน วัตถุประสงค์ของ สปช.ในการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ไม่ได้มีเจตนาเล่นงานพระสงฆ์หรือรื้อโครงสร้าง แต่ต้องการศึกษา ตรวจสอบ ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา 4 เรื่อง คือ 1.วัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์หรือนักบวชบางพวก ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม 2.ศาสนสมบัติของพระศาสนาหรือวัด มีคนบางกลุ่มหากินกับของที่ประชาชนบริจาค 3.คำสอนของพระพุทธเจ้า ปรากฏว่ามีเจ้าลัทธิ พระสงฆ์บางพวก นำคำสอนไปทำผิด จากคำสอนที่แท้จริง 4.ฝ่ายบ้านเมือง น่าจะเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินงานของพระพุทธศาสนา ด้วยวิธีการแก้กฎหมาย ส่วนกรณีของวัดพระธรรมกาย ถือเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น คณะกรรมการไม่ได้มีเจตนาไปเล่นงานในส่วนการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เกี่ยวพันโยงใยกับวัดพระธรรมกายนั้น บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายนพดล อุเทน ผอ.กองคดี 1 ปปง. ร.อ.กลวิตร บุนนาค ผอ.ประจำสำนักปฏิบัติการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.เอกมล วิชญเนตินัย พงส.กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันเปิดตู้เชฟที่ยึดมาจากบริษัทเอส ดับบลิว โฮลดิ่งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ที่เกี่ยวข้องคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น โดยได้ประสานช่างผู้ชำนาญการมาเปิด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเปิดได้ พบภายในมีปืน 5 กระบอก กระสุนกว่า 300 นัด พระเครื่องกว่า 60 องค์ หยกแกะสลักขนาดเล็ก 1 ชิ้น ใบประกาศเกียรติคุณจำนวนหนึ่ง ลูกแก้วเพ่งจิตกรรมฐานของวัดพระธรรมกาย 1 ลูก บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดไท 3 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมตรวจหาลายพิมพ์นิ้วมือแฝง

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีมติให้อายัดทรัพย์สินและหุ้นของบริษัทดังกล่าว เนื่องจากเส้นทางธุรกรรม การเงิน มีพฤติกรรมร่วมกระทำผิด ยักยอกเงินของสหกรณ์ฯ ร่วมกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น พบนายศุภชัยถือหุ้นของบริษัท ดังกล่าวรวมมูลค่า 1,110,000,000 บาท ภายหลังโอนหุ้นให้กับผู้อื่น กระทั่งดีเอสไอสนธิกำลังทหารเข้าตรวจค้นยึดทรัพย์สินและเอกสารในบริษัทดังกล่าวที่ตั้งอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนดำเนินธุรกิจ จดจำนำ จำนอง และลงทุนทำเหมืองแร่ พบหลักฐานบางอย่างอาจเชื่อมโยงในหลายคดีและเชื่อมโยงหลายคน สั่งการให้ ปปง. ดีเอสไอ ยึดไว้ตามฐานความผิดฟอกเงิน และให้ตรวจสอบปืนทั้ง 5 กระบอกว่ามีการขอจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่และเคยนำไปก่อคดีใดบ้าง ส่วนการจะเกี่ยวโยงกับการโอนเงินไปวัดพระธรรมกายหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจสอบธุรกรรมการเงินก่อน

ด้านนายนพดล อุเทน ผอ.กองคดี 1 ปปง. เผยว่า พบบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดไท 3 เล่ม เป็นชื่อนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล ผู้ถือหุ้นบริษัท เอส.ดับบลิว โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด 1 เล่ม ที่เหลือเป็นชื่อบัญชีบริษัท พบปี 56 มีเงินรวมทุกบัญชีกว่า 20 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือค้างบัญชีประมาณ 3 หมื่นบาท ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน ส่วนตรวจสอบสถานะการเงินของมหาเถรสมาคมนั้น ปปง.สามารถดำเนินการได้ หากมีผู้ร้องเรียนฐานความผิดมา แต่หากยังไม่มีผู้ร้องก็ดำเนินการไม่ได้

อีกด้าน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วยผู้เสียหายจากคดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ทุจริตเงินสหกรณ์ฯ เข้าร้องดีเอสไอ เพื่อให้เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ มารับหนังสือ ให้ตรวจสอบกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ พร้อมผู้ตรวจสอบบัญชี ว่ามีส่วนรู้เห็นและให้การช่วยเหลือนายศุภชัยกับพวกหรือไม่ ให้มีการสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 25 คนใหม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับทั้งหมดในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนได้และในวันที่ 12 มี.ค. จะเดินทางไปศาล อาญา เพื่อคัดค้านการประกันตัวนายศุภชัยกับพวก

นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยหลังรับข้อร้องเรียนจากสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ความคืบหน้าการเข้าฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ฯ ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นขอต่อศาลล้มละลายกลางสั่ง ฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ฯ โดยศาลจะนัดไต่สวนเจ้าหนี้ของสหกรณ์ฯ 10 รายที่ยื่นคัดค้านการฟื้นฟูกิจการ ขณะนี้สหกรณ์ฯ มีเส้นทางอยู่ 2 ทาง คือ 1.ล้มละลาย ซึ่งไม่เป็นผลดี เพราะเจ้าหนี้ยื่นฟ้องก่อนจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน ขณะที่สมาชิกผู้ฝากเงินรายย่อยจะได้รับเงินคืนน้อยมากเพียง 8-9% หรือ 2.การได้รับอนุมัติจากศาลให้ฟื้นฟูกิจการ หากเป็นไปตามแนวทางนี้ คาดว่าสหกรณ์จะต้องหาเงินเข้ามาเติมให้ได้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท จึงจะสามารถเดินหน้าฟื้นฟูกิจการ หาเงินมาคืนให้แก่สมาชิกได้ คาดว่าสหกรณ์ฯจะคืนเงินต้นให้แก่สมาชิกได้ครบจำนวนภายในเวลา 4-5 ปี แต่อาจจะต้องขอเจรจากับสมาชิกงดจ่ายหรือจ่ายดอกเบี้ยในอัตราต่ำ เพื่อให้ตัวสหกรณ์มีเงินเหลือดำเนินกิจการต่อไปได้

“เท่าที่ได้เจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้ที่คัดค้านการฟื้นฟูกิจการ พบว่าส่วนใหญ่เข้าใจและอยากให้ฟื้นฟูกิจการ แต่ที่ต้องยื่นคัดค้าน เพราะอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูกิจการ หรือต้องการให้สหกรณ์ สรรหาผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการบริหารและสร้างรายได้เข้าสู่สหกรณ์ ซึ่งส่วนตัวมองว่ามีแนวโน้มเชิงบวก ที่จะได้ฟื้นฟูกิจการ ซึ่งอาจจำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินธุรกิจอื่น เพื่อหารายได้เข้าสู่สหกรณ์ แต่ผลและแนวทางการฟื้นฟูจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล” นายโอภาสกล่าว

ส่วนกรณีที่พระพุทธะอิสระ ประธานสงฆ์วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้ายื่นหนังสือต่อนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ทวงถามความคืบหน้าในคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ที่พบว่าพระในมหาเถรสมาคมหลายรูปครอบครองรถหรู ราคามากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไปหลายคัน โดยเชื่อมโยงไปถึงพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ที่มีพฤติการณ์ครอบครองรถหรูและเป็นผู้จัดส่งรถหรูไปให้กับพระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ ดีเอสไอ เผยว่า อธิบดีดีเอสไอมอบหมายให้ชี้แจงว่า เบื้องต้นพบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง สุดประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีชื่อครอบครองรถจดประกอบ เมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบันได้แจ้งกับกรมการขนส่งทางบกว่าไม่ได้ใช้รถคันดังกล่าวแล้ว คาดว่าเป็นรถโบราณที่มีไว้สะสมไม่ได้มีไว้ขับขี่ ในส่วนของหลวงพี่น้ำฝน ครอบครองรถเก๋งจากัวร์ ทะเบียน กท 1562 สระบุรี แต่จะยังไม่เรียกให้พระทั้ง 2 รูป ให้นำรถมาตรวจสอบ จนกว่ากรมศุลกากรจะชี้ขาดการเรียกประเมินภาษีรถจดประกอบลอตแรกกว่า 400 คัน ที่ดีเอสไอส่งไปให้ดำเนินการเสียก่อน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้