วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


หล่อไม่กลัวร้อน BMW 640i COUPE M-SPORT

การที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตหลังจากการทำงานอย่างหนักที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มักมาพร้อมกับตัวเลขอายุและตัวเลขเงินฝากในบัญชีที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากเหนื่อยยากตรากตรำมาทั้งชีวิต เมื่อคุณมีทุกสิ่งที่ต้องการ นั่นหมายถึงการบรรลุเป้าหมายของการทำงาน ซึ่งผลตอบแทนส่วนใหญ่ของชายสูงวัยมักแปรเปลี่ยนเงินทองที่หามาได้ทั้งชีวิตเป็นวัตถุสิ่งของที่มีค่าทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่ติดสนาม Golf กับรถยนต์หรูหราราคาแพงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะ การทำงานอย่างหนักเพื่อความสำเร็จมักลงเอยด้วยความเหนื่อยหน่าย ตามมาด้วยการหาทางออกให้กับตัวเองสำหรับการพักผ่อนระยะยาวในบั้นปลายของชีวิต

ชายสูงวัยที่ร่ำรวยจำนวนไม่น้อยไม่ได้ต้องการรถสปอร์ตที่แรงมุทะลุดุดันและมีรูปทรงราวกับหลุดออกมาจากอนาคต คนมีอายุเหล่านั้นฉลาดและรู้ดีว่าถึงเวลาและวัยที่ตัวเองต้องการใช้งานรถยนต์ที่มีพละกำลังแต่ก็ต้องนั่งขับทางยาวๆ พร้อมเข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย เป็นรถที่มีพร้อมทุกอย่างทั้งความหรูหราปลอดภัย พร้อมด้วยความงดงามและคงทนซึ่งสามารถเข้าหรือออกจากห้องโดยสารได้โดยไม่กลิ้งเป็นลูกขนุนออกมาเนื่องจากความเตี้ย ทรงแบบแหวกแนวของบานประตู หรือความคับแคบในแบบซุปเปอร์คาร์ รถยนต์ที่ผมกำลังเขียนถึงอยู่นี้ก็คือ BMW New Series-6 F13 ยนตรกรรมเยอรมันจากแบรนด์ใบพัดสีฟ้า-ขาวที่มีให้เลือกใช้ทั้งแบบสี่ประตูหรือแบบสปอร์ตสองประตู

BMW 2000CS 1965
ย้อนเวลากลับไปยังวันแห่งความรุ่งเรืองของรถสปอร์ต 2 ประตูต้นตระกูล Series-6 ในปี ค.ศ. 1965 BMW ได้พัฒนารถยนต์ 2 ประตู 4 ที่นั่งแบบสปอร์ตคูเป้เพื่อเสริมช่องทางการทำตลาดในยุโรปและอเมริกาด้วยรถ BMW 2000CS ยานยนต์ Coupe ที่ล้ำสมัยมากที่สุดในยุคนั้น เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบแบบแคมเดี่ยวโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป (OHC) ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร 1,990 ซีซี ให้กำลัง 100 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที ตามด้วยเครื่องรุ่นเดิมที่วางระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์คู่ซึ่งมีแรงม้าสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 120 แรงม้าในย่าน 5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 4 สปีด และเกียร์ออโต 3 สปีด มิติตัวถังยาว 4,530 มิลลิเมตร กว้าง 1,675 มิลลิเมตร และสูง 1,360 มิลลิเมตร จำนวนการผลิตรวมทั้งสิ้น 11,720 คัน

BMW 3.0CSL 1970
หลังจากความสำเร็จของ 2000CS บริษัท BMW ปล่อยสปอร์ตคูเป้รุ่นสานต่อตำนานของแบรนด์ตราใบพัดด้วยรถคูเป้ 2 ประตู เครื่องวางตามยาวด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหลังรหัส E9 นี่คือ BMW 3.0 CSL ยนตรกรรม Coupe ที่ต่อมากลายเป็นหนึ่งในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของบริษัทด้วยประสิทธิภาพที่เหนือชั้นด้านการขับขี่ รถ BMW 3.0CSL ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1970 โดยยังคงพื้นฐานที่ดีของเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เทคโนโลยีของระบบจ่ายเชื้อเพลิงที่พัฒนาไปไกลทำให้ในเวอร์ชั่นท้ายๆ ของ BMW 3.0CSL ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดไฟฟ้าที่ทันสมัยมากในยุคนั้น รถ 3.0CSL มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายมากกว่า BMW2000CS โดยเริ่มจากเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 กระบอกสูบ ขนาด 2.5 ลิตรคาร์บูเรเตอร์คู่ (twin carb ในรุ่น 2.5CS) ตามด้วยเครื่องเบนซิน 6 กระบอกสูบขนาด 2.8 ลิตร คาร์บูเรเตอร์คู่ ( twin carb ในรุ่น 2800CS) ต่อด้วยเครื่อง 6 กระบอกสูบขนาด 3.0 ลิตร คาร์บูเรเตอร์คู่ (twin carb ในรุ่น 3.0CS และ 3.0CSL ซึ่งได้รับความนิยมสูงมากจนกลายเป็นตำนาน) และเครื่อง 3.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (fuel injection ในรุ่น 3.0CSi และรุ่น 3.0CSL) จนมาถึงเครื่องยนต์รุ่นสุดท้ายที่ประจำการในเจ้า Coupe GT นั่นก็คือเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (fuel injection ในรุ่น 3.0CSL final version)

BMW 628/635CSL 1976
หลังจากความนิยมบนถนนและในสนามแข่งที่ตามมาด้วยความสำเร็จอันล้นหลามของ BMW 2000CS และ BMW 3.0CSL ในปี ค.ศ. 1976 โมเดลแรกสุดของรถสปอร์ตในตระกูล 6 Series ก็ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกแห่งยนตรกรรม เจ้า Series-6 รุ่นบุกเบิกได้รับการเปิดตัวในเดือนสิงหาคมปี 1976 เป็นทายาทที่สืบทอดสมรรถนะและประสิทธิภาพของโมเดล coupés E9 นั่นก็คือรถสปอร์ตต้นตระกูลในรุ่น 2800CS, 3.0CS และ 3.0CSi ตัวถังของ Series-6 รุ่นแรกที่ออกขายในยุค Disco ใช้รหัส E24 โดยมีการปรับปรุงแชสซีให้มีความแข็งแกร่ง ระบบความปลอดภัยเหนือชั้นกว่ารุ่นเก่า แชสซีและโครงสร้างของ BMW E24 นั้น มีการออกแบบให้รองรับแรงบิดตัวได้มากขึ้น รถ Series-6 รุ่นแรกคันนี้มีเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 6 สูบ ปริมาตรความจุ 3,210 ซีซี ให้กำลัง 197 แรงม้า (PS) หรือ 145 กิโลวัตต์ ในปี 1978 BMW ส่ง Series-6 รุ่น 635CSi เครื่องยนต์ 3,210 ซีซี แคมเดี่ยวแบบ SOHC มีเรี่ยวแรง 218 แรงม้า (PS) หรือ 160 กิโลวัตต์ รถสปอร์ต 2 ประตูรุ่นนี้มีความเร็วสูงสุดที่ 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 138 ไมล์ต่อชั่วโมง) 635CSi เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 7.4 วินาที ระบบส่งกำลังถูกนำเสนอด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ Getrag แบบ 4 สปีด เจ้า Series-6 รุ่นบุกเบิกกลายเป็นตัวเลือกชั้นดีที่เข้ามาสอดแทรกและสามารถกวาดยอดขายแซงหน้ารถสปอร์ตอเมริกันได้อย่างเหลือเชื่อ ดาราภาพยนตร์ชั้นนำของสหรัฐฯ กลายเป็นลูกค้ากลุ่มแรกๆ ที่แห่แหนซื้อรถรุ่นเป็นจำนวนมาก ในปี 1984 BMW ได้นำเอาเครื่องยนต์สมรรถนะสูงรหัส M88 / 3 โดยยกมาจากรถ BMW M1 และนำมาวางไว้ใน Series-6 ตัวถัง E24 เพื่อสร้างสปอร์ตทรง GT สมรรถนะเยี่ยมในรุ่น M635CSi หรือ M6 เวอร์ชั่นแรกสุด เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 24 วาล์ว ปริมาตรความจุ 3,453 ซีซี ให้กำลัง 286 แรงม้า (PS) (210 กิโลวัตต์) เครื่องยนต์ตัวนี้สามารถฉุดลากตัวถังหนัก 1.6 ตันของ Series-6 E24 โดยทำความเร็วปลายคันเร่งได้ที่ตัวเลขความเร็วสูงสุด 255 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 158 ไมล์ต่อชั่วโมง M635 ยังมีระบบกันสะเทือนที่ดีขึ้น มิติตัวถังยาว 4,923 มิลลิเมตร กว้าง 1,725 มิลลิเมตร และสูง 1,354 มิลลิเมตร หนัก 1,619 กิโลกรัม รถสปอร์ตรุ่นนี้ผลิตขึ้นมาทั้งหมด 86,216 คัน

BMW E63 / E64 คือการถือกำเนิดของสปอร์ตตัวถัง 2 ประตูสำหรับรุ่นที่สองของ BMW 6 Series Coupe หลังจากหายหน้าหายตาไปจากวงการรถสปอร์ตทรง GT นานถึง 14 ปี การมาถึงของ Series-6 โมเดลที่ 2 ส่งถ่ายความงดงามหรูหราของเรือนร่างและแปลงสภาพด้วยความล้ำสมัย รถคันนี้เกิดขึ้นจากมันสมองซึ่งเป็นงานออกแบบของปรมาจารย์นักออกแบบและหัวหน้าทีมดีไซน์ของ BMW Designer ชื่อ Adrian van Hooydonk ทายาทของปรมาจารย์นักออกแบบ Chris Banger จากความหาญกล้าในการนำเอารูปลักษณ์ที่ล้ำอนาคตมาผสมผสานกับความคลาสสิกก่อกำเนิดรถสปอร์ตทรง GT รหัส E63 / E64 ซึ่งเข้ามาแทนที่ BMW Series-6 รหัส E24 นับเป็นห้วงเวลาที่ Series-6 ห่างหายไปจากถนนหนทางนานถึง 14 ปีหลังจากที่มันได้หายไปจากสายการผลิตของ BMW ในขณะที่การเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับของความสามารถ BMW E63 / E64 ใช้เทคโนโลยีบนพื้นฐานของ BMW Series-5 รหัส E60 ซึ่งเป็นรุ่นที่ห้าของ BMW Series- 5 สปอร์ตแห่งตำนาน BMW E63 / E64 ที่ได้รับการออกแบบโดย Adrian van Hooydonk นักออกแบบหัวหน้าทีมดีไซน์ของ BMW Group พื้นผิวรูปลักษณ์ภายนอกใช้เส้นสายตามแนวคิดของ BMW Concept Z9 เจ้า Series-6 เวอร์ชั่นที่สอง BMW E63 / E64 ได้รับการแนะนำเปิดผ้าคลุมในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 2003 ในงานมหกรรมแสดงรถยนต์ แฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ โดยนับเป็นทายาทลำดับที่สองสืบต่อจาก BMW Series-6 E24 รถสปอร์ตคูเป้ BMW E63 / E64 วางเครื่องยนต์แถวเรียงความจุ 3 ลิตร ไปจนถึงเครื่องไซส์ยักษ์แบบ V8 6.0 ลิตร ในรุ่น 630i เบนซิน และรุ่น 635d ดีเซล เป็นเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบสมรรถนะสูง ไล่เรียงไปจนถึงเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุสูงสุดที่ 5.0 ลิตรแบบ V10 ซึ่งประจำการอยู่ใน Series-6 E63 / E64 เวอร์ชั่นบ้าพลัง M6 ในปี 2010 รถ BMW M6 เป็น BMW 2 ประตูที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองที่วางขายในสหรัฐอเมริกา โดยมีราคาค่าตัวสูงถึง $ 108,150 (เหรียญสหรัฐฯ) สายการผลิตของ Series-6 รุ่นที่สอง เริ่มต้นในวันที่ 18 มีนาคม 2004 และสิ้นสุดลงในวันที่ 31 กรกฎาคม 2011 หลังจากนั้น BMW Series-6 รหัส E63 / E64 ถูกแทนที่ด้วย BMW Series-6 รหัส F06 / F12 / F13 ในปี 2012 รถ BMW Series-6 รหัส E63/E64 ถูกผลิตออกมาทั้งสิ้นรวม 116,748 คัน

Series-6 รหัส F13 โดยเฉพาะรุ่นตัวถังสองประตู Coupe มีตัวเลขยอดขายที่ไม่หวือหวาพุ่งทะยานเหมือนรถยนต์รุ่นอื่นของ BMW Group แต่ก็สามารถไปได้ดีในตลาดรถหรูของยุโรปและอเมริกาเหนือ รูปทรงแบบสองประตูของ Series-6 640i M-Sport มีฐานล้อที่ยาวเหยียดจนมีความยาวพอกับ Mercedes Benz S-Class Coupe สำหรับรุ่นสี่ประตู Series-6 Gran Coupe นั้นจะมีเรือนร่างที่ลงตัวมากกว่า รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะพื้นที่ของเบาะผู้โดยสารตอนหลังมากกว่ารุ่นสองประตู โดยภาพรวมแล้วความสวยงามกับคุณลักษณะของการใช้งานค่อนข้างขัดแย้งกันอย่างชัดเจน 6-Series เป็นรถสปอร์ตที่เน้นความสง่างามดุดัน ซึ่ง BMW Group ทำออกมาได้อย่างลงตัว ไฟหน้าและกระจังหน้าแบบใหม่ล่าสุดประจำปี 2015 ดูเข้ากับส่วนหน้ามากกว่ารุ่นก่อนปรับโฉม ชุดแต่ง M-Sport แม้จะทำตัวเป็น M6 ปลอมๆ แต่ความดุดันของชุดแต่ง รวมถึงสีดำของตัวถังช่วยเสริมให้ 640i Coupe M-Sport ดูโหดมากยิ่งขึ้น มันคือสปอร์ตทรงยาวแบบจีทีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการขับขี่ สำหรับกลุ่มคนรวยมีอายุที่ไม่ชอบรถที่แรงจนเกินเหตุ แถมยังเข้าออกไม่สะดวกสบายจากความเตี้ยแบบซุปเปอร์คาร์ ใครก็ตามที่มีอายุสามารถเข้าไปนั่งขับหรือลุกออกจากห้องโดยสารของ Series-6 ได้อย่างมีสง่าราศีไม่กลิ้งเป็นลูกขนุนเหมือนออกจากรถเหมือนเมื่อครั้งเอา Ferrari หรือ Lamborghini ของลูกชายออกไปขับ รถ BMW 640i Coupe แม้จะไม่บ้าพลังเท่ากับรถแรงยี่ห้ออื่นๆแต่ก็แลกกลับด้วยความสบายในขณะขับขี่ซึ่งหาได้ยากในกลุ่มรถสปอร์ตแรงม้าเยอะๆ

มิติตัวถังกว้าง 1,894 มิลลิเมตร พอๆ กับความกว้างของ Series-5 F10 ส่วนความยาวนั้นว่ากันถึง 4,894 มิลลิเมตร เรือนร่างที่ยาวเหยียดเมื่อสังเกตจากด้านข้างทำให้คิดถึงสปอร์ตอเมริกันอย่าง Ford Shelby สำหรับสัดส่วนความสูงของ Series-6 เวอร์ชั่นสองประตู Coupe อยู่ที่ 1,369 มิลลิเมตร เตี้ยกว่ารุ่นสี่ประตู Gran Coupe เล็กน้อย ฝากระโปรงหน้าที่ยาวยื่นมากกว่าสปอร์ตทุกรุ่นของค่ายใบพัดยังบ่งบอกว่ามันคือรถสองประตูที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายรุ่นทั้งเครื่องดีเซลและเบนซินแบบ 3.0 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบเทอร์โบคู่หรือแม้แต่เครื่อง V8 ในรุ่น 650i กับเวอร์ชั่นทะลุมิติ M6 ซึ่งวางเครื่อง V8 Bi Turbo 570 แรงม้า และไม่มีขายในไทยเนื่องจากอัตราภาษีของการนำเข้าจะสูงมากจนทะลุมิติในด้านของราคาค่าตัว เจ้า Series-6 รุ่น 640i M-sport ยังให้ล้ออัลลอยของ M ขนาดขอบใหญ่ยักษ์ถึง 20 นิ้วมาให้ โดยใส่ยางต่างขนาดแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ เนื่องจากทำตัวเป็นรถยนต์ขับหลังพลังสูง ค่ายรถหรูในปัจจุบันจึงชอบยัดล้อขับเคลื่อนด้านหลังให้อวบโตกว่าด้านหน้าเพื่อความครบและเพื่อสมรรถนะที่ดีของล้อที่ใช้ขับเคลื่อนปลดปล่อยฝูงม้าลงสู่พื้นถนน

อะลูมินั่มอัลลอยถูกนำมาใช้ลดน้ำหนักส่วนเกินบริเวณฝากระโปรงหน้า บานประตูทั้งสองรวมแก้มข้าง แนวเส้นข้างลำตัวไล่จากแก้มข้างไปจนถึงแนวไฟท้าย กรอบกระจกแทนที่ด้วยงานอัลลอยสีดำ ชายล่างที่ยกแนวเส้นนำสายตาเพิ่มเน้นความกลมกลืนสมส่วนแม้ด้านหน้าจะยาวยื่น แต่เสาหน้าและเสาท้ายที่ลาดเอียงด้วยองศาที่มากกว่ารุ่น Gran Coupe ทำให้ 640i Coupe มีมุมมองที่ยาว กว้างและแบนเตี้ยครบเครื่องเรื่องรูปทรง ไฟหน้ามีไฟ LED Daytime Runing Light เป็นกรอบไฟหน้าที่แตกต่างจาก BMW รุ่นอื่นด้วยรายละเอียดภายในกับความสามารถในการส่องสว่างซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบไฟหน้าแบบใหม่ของ BMW สำหรับ 640i Coupe M-Sport คันทดสอบยังมาเต็มด้วย Sunroof กระจกสีดำที่เข้ากับผืนหลังคาจนดูแทบไม่ออก กระจกไฟฟ้า Sunroof ใน BMW 640i ยังเปิดออกได้กว้างมากกว่าปกติจากการออกแบบที่ดี เสาท้ายที่เอนราบจนทำให้กระจกบังลมบานหลังลาดเอียงจนเกือบจะอยู่ในตำแหน่งแบนราบ

ความยาวฐานล้อหน้า-หลัง 2,855 มิลลิเมตร ทำให้ Series-6 มีความยาวฐานล้อพอกับ Series-5 บั้นท้ายออกแบบได้อย่างสวยงามมากกว่า Series-6 รุ่นที่แล้วซึ่งโดนตำหนิอย่างหนักทั้งไฟหน้า กระจังหน้าและไฟท้ายที่แปลกประหลาดราวกับไม่ใช่รถที่ออกแบบโดย BMW มาถึงตัวถังรหัส F13 กับการทำงานอย่างทุ่มเทของทีมออกแบบ รูปลักษณ์ทั่วทั้งคันของ Series-6 รุ่นใหม่กลับมามีชีวิตชีวาน่ามองและแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันของงานออกแบบแนวสปอร์ตจากแบรนด์ตราใบพัด ไฟท้ายแบบสองชิ้น ใช้หลอด LED รวมถึงไฟเบรกดวงท่ีสามทรงยาวติดอยู่กับขอบของฝาท้าย ท่อระบายไอเสียแบบแฝดฝั่งละท่อเป็นท่อโลหะรมดำที่ทำออกมาได้อย่างสวยงาม งานพลาสติกชายล่างไม่ค่อยจะเข้ากับสปอยเลอร์หลังของ M ฝาท้ายเปิดออกคล้ายกับฝาท้ายของ Series-1 คืดใช้การกดลงไปบนตราสัญลักษณ์ BMW แล้วยกขึ้น เกือบลืมว่าบานประตูของ New Series-6 640i Coupe M-Sport เป็นบานประตูแบบดูด ปิดเบาๆ ระบบแม่เหล็กไฟฟ้าจะดูดประตูเข้าไปยังตำแหน่งล็อกเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้ดี

ความสดใหม่ของ 640i Coupe M-Sport ไม่ทำให้คู่แข่งอย่าง Mercedes Benz S-Class Coupe ถึงกับลำบากในการทำตลาดมากนักเนื่องจากลูกค้ายังคงจงรักภักดีในแบบแบรนด์ใครแบรนด์มันหรือไม่ก็ซื้อมันทั้งสองยี่ห้อกันไปเลย ภายในของรถรุ่นนี้ทำออกมาได้หรูหรามีระดับ ไล่เรียงเริ่มต้นตั้งแต่วัสดุที่มีราคา งานอัลลอยสีดำกับงานลายไม้สีเทาที่เข้ากันดีและช่วยส่งให้ห้องโดยสารของ 640i M-Sport เหมือนกับห้องทำงานของผู้บริหาร คอนโซลแบบแบ่งโซนแยกชัดเจนระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร คอนโซลกลางวางตำแหน่งของจอภาพแสดงผลขนาด 10.5 นิ้ว ใหญ่สุดในกลุ่มรถยนต์ตราใบพัด เป็นจอ LCD ที่คมชัดซึ่งคอยแสดงผลการเล่น DVD ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อ USB / AUX ตำแหน่งของชุดควบคุมอุณหภูมิคล้ายกับ Series-5 แต่แทนที่ด้วยปุ่มสั่งงานสีดำแทนที่จะเป็นสีเงินเหมือน BMW รุ่นอื่นๆ ชุดแต่งจาก M-Sport ใน 640i ยังลามเข้ามาในห้องโดยสาร เช่น กาบบันได M พวงมาลัย M และเบาะหนังคู่หน้าแบบสปอร์ตที่นั่งได้กระชับและมีทรงของตัวเบาะคล้ายกับเบาะของ BMW M3/M4 โทนสีดำกับเบาะสีแดง สร้างบรรยากาศและความรู้สึกในแบบสปอร์ต งานหนังแท้เย็บเดินตะเข็บคู่ที่คอนโซลมีความประณีตของการตัดเย็บราวกับคอนโซลของ Ferrari ก้านของเข็มขัดนิรภัยสีเงินด้านข้างเบาะออกแบบได้อย่างแปลกตา เบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมความจำสามระดับ

ซุ้มเกียร์เชื่อมต่อกับคอนโซลกลางไหลลื่นไปจนถึงช่องแอร์ของผู้โดยสารตอนหลัง ปุ่มควบคุม iDRIVE กับหัวเกียร์เป็นสีดำ โดยเฉพาะปุ่มควบคุมสั่งงานในระบบ iDRIVE ทำออกมาได้อย่างแปลกตาน่าใช้ คันเกียร์ออโตเหมือนกับใน BMW เกือบทุกโมเดล เพียงแต่มีสีดำแทนที่จะเป็นสีเงินหุ้มหนังเหมือนรุ่นอื่น หนังแท้สีเทาดำ หุ้มกรอบด้วยหนังสีแดงเย็บเดินตะเข็บคู่ สวิตช์เบรกมือไฟฟ้า กล่องเก็บของที่เป็นพนักเท้าแขนจากความสามารถในการออกแบบคอนโซลกลางแบบแบ่งโซน สวิตช์ปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อนสี่รูปแบบอยู่ข้างซุ้มเกียร์ มีดีไซน์คล้ายกับสวิตช์ปรับโหมดขับขี่ของ Series-3 และ Series-5 พวงมาลัย M คล้ายกับยกมาจาก M3/M4 มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง พวงมาลัย M ขึ้นชื่อในด้านความสวยงาม สไตล์และผิวสัมผัสในการยึดจับ หนังแท้ที่ใช้ห่อหุ้มมีความนิ่มนุ่มเป็นพิเศษ

หน้าปัดมาตรวัดของ Series-6 คือสิ่งที่น่ามองที่สุด รถ 640i Coupe ใช้มาตรวัดเป็นจอภาพ LCD แบบ TFT หรือ Thin film transistor สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของตัวมาตรวัดได้สี่รูปแบบตามโหมดของการขับขี่ที่ปรับตั้งได้ผ่านสวิตช์โหมดควบคุมข้างคันเกียร์ มาตรวัดแบบจอภาพมีความคมชัดสูงมากโดยไม่มีผลต่อแสงสว่างของดวงอาทิตย์ในเวลากลางวัน จอภาพจะเปลี่ยนไปตามโหมดทั้งสี่ เริ่มจาก ECO-PRO ซึ่งเป็นโหมดประหยัด Comfort Plus โหมดขับเคลื่อนปกติเชื่อมโยงกับช่วงล่างแบบ Adaptive M Suspension / Comfort โหมดขับเคลื่อนปกติ Sport โหมดเสริมอัตราเร่งพิเศษ Sport Plus โหมดสูงสุดที่ระบบช่วยทรงตัวถูกปลดออก กลางจอภาพแบบ Thin film transistor ยังมีการแจ้งเตือนการทำงานของระบบต่างๆ ทริปมิเตอร์ ระยะทางต่อเชื้อเพลิงในถัง อุณหภูมิภายนอก อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ ฯลฯ

เครื่องเสียงของ BMW 640i Coupe M-Sport เป็นเครื่องเล่นคุณภาพสูงเกรดท็อปจาก Bang & Olufsen เป็นเครื่องเสียงติดรถยนต์ในระดับ high-end ระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับ BMW Series-6 F13 ทั้งรุ่นสองและสี่ประตู แบรนด์ Bang & Olufsen เป็นหุ้นส่วนการผลิตเครื่องเสียงติดรถยนต์ระหว่างสองผู้ผลิตระดับพรีเมี่ยม ระบบเซอร์ราวด์แบบใหม่ล่าสุดที่ให้กำลังขับในภาคขยายมากถึง 1200 วัตต์ กับการจัดวางลำโพงคุณภาพสูงมากถึง 16 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร บริษัท Bang & Olufsen บรรจงปรับแต่งรูปแบบของกรวยลำโพงพร้อมคุณภาพของเสียงระดับ high-end ระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับ Series-6 640i Coupe พลังจากเสียงที่เล่นผ่านเครื่องเล่น DVD / CD / MP3 / iPod / USB มอบเสียงเพลงที่คมชัดมีมิติ เสริมประสิทธิภาพด้วยซับวูฟเฟอร์ที่เน้นพลังอันหนักแน่นคมชัดของเสียงเบส ทวีตเตอร์ 7 ตัวถูกจับคู่กับลำโพงระดับสูงที่ให้เสียงกลางที่กระจายครอบคลุมทั่วทั้งห้องโดยสาร ในการส่งมอบประสบการณ์เสียงเพลงขณะขับขี่ด้วยซับวูฟเฟอร์ 2 ทิศทาง 2 ตำแหน่งที่มีศักยภาพติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งด้านหน้าโดยแยกติดตั้งให้มีตำแหน่งตรงกับกึ่งกลางของห้องโดยสาร การออกแบบของชุดลำโพงทั้งหมด BMW Group ได้จดสิทธิบัตรชุดช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากพลังของซับวูฟเฟอร์ในการผลิตเสียงเพลงขับกล่อมตลอดการเดินทางทั้งใกล้และไกล

เครื่องยนต์ของ BMW 640i Coupe M-Sport เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียงสมรรถนะสูงขนาด 3.0 ลิตร ปริมาตรความจุ 2,979 ซีซี 24 วาว์ล ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC วางตามยาวขับเคลื่อนล้อหลัง กระบอกสูบกว้าง 84 มิลลิเมตร ช่วงชักยาว 89 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า หรือ 234 กิโลวัตต์ ที่ 5800 -6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร หรือ 45.9 กิโลกรัมเมตร ที่ 1,300-4,500 รอบต่อนาที สมรรถนะอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรตัวนี้ มีพื้นฐานมาจากเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบเทอร์โบคู่ใน BMW M3/M4 รวมถึงยังมีพื้นฐานเดียวกันกับเครื่อง 3 ลิตรใน BMW 335i / 535i เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ผนวก BMW EfficientDynamics ผ่านมาตรฐานมลพิษในระดับ EURO-6 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น รวมถึงยังมีระบบอัดอากาศเสริมประสิทธิภาพในด้านแรงบิดด้วยเทอร์โบคู่แบบ BMW TwinPower twin scroll turbocharger ใช้เทอร์โบสองตัวกับอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดเล็กคอยเพิ่มสมรรถนะในด้านอัตราเร่งชนิดจุใจ

ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ ZF-8 HP แบบ 8 สปีด Steptronic (Sports - Automatic) พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย ระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีดจากแบรนด์ ZF เป็นหนึ่งในชุดส่งกำลังหรือระบบเกียร์ 8 อัตราทดที่ถูกนำมาประจำการตั้งแต่รถเล็กในโมเดล Series-1 ไปจนถึงรถรุ่นเรือธง Series-7 ครอบคลุมเชื่อมโยงกับโหมดการขับเคลื่อน 4 แบบ (ECO-PRO / Comfort / Comfort + / Sport / Sport +) ระบบบังคับเลี้ยวของ BMW 640i Coupe M-Sport ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแรคแอนพีเนียน BMW Electronic Servo Valve Power Steering แปรผันน้ำหนักขึ้นตรงกับโหมดของการขับเคลื่อน ระบบรองรับ ด้านหน้าใช้ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกอะลูมินั่มอัลลอย โช้คอัพ - สปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ สปริงและเหล็กกันโคลง ถังเชื้อเพลิงจุ 70 ลิตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,760 กิโลกรัม

ร่ายยาวถึงรายละเอียดตัวรถมาพอสมควรก็ถึงเวลาที่จะต้องออกไปลองของจริง กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ปรับโหมดไปที่ ECO-PRO ซึ่งเป็นโหมดประหยัดสำหรับใช้ขับในเมืองแบบไม่รีบร้อน โหมด ECO-PRO ใน 640i Coupe M-Sport ปรับคันเร่งไฟฟ้าให้ตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไป มันให้ความรู้สึกเดียวกับการทำงานของเครื่องยนต์ใน BMW รุ่นใหม่เกือบทุกรุ่นยกเว้น M-Car ที่ไม่มีโหมดนี้มาให้ใช้งาน คันเร่งที่ออกแนวเนียนๆ ย้วยๆ เหมาะสำหรับการไหลไปเรื่อยๆ ท่ามกลางกลุ่มรถยนต์ที่หนาแน่นในกรุงเทพมหานคร ชุดส่งกำลัง ZF 8 Speed ดีดตัวเองไต่เกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูงทันทีที่มีโอกาส การกระทำแบบนั้นเกิดจากซอฟต์แวร์ของโหมดการขับในแบบประหยัด เพื่อลดทอนรอบเครื่องยนต์โดยโปรแกรมให้เกียร์ 8 สปีดอันฉลาดแสนรู้ไต่ขึ้นสู่เกียร์สูงทันที ส่งผลโดยตรงไปถึงความประหยัดเชื้อเพลิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo การขับในเมืองเนื่องจากมีขนาดตัวถังที่ยาวเหยียดเกือบๆ 5 เมตร การถอยเข้าออกจากที่จอดรถจึงต้องใช้ความระวังกันมากหน่อย กล้องมองหลังที่มีระนาบแจ้งเตือนการถอยเข้าไปใกล้กับสิ่งกีดขวางและเซนเซอร์สัญญาณเสียงแจ้งเตือนทำให้คุณสามารถถอยสุดหล่อคันนี้ได้อย่างปลอดภัย

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ของ BMW 640i Coupe M-Sport และระบบส่งกำลัง ZF 8 Speed คือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของรถสปอร์ตจีทีคันนี้ เครื่อง 6 สูบเรียงเป็นพื้นฐานของเครื่อง 6 สูบเทอร์โบ 430 แรงม้าใน M3/M4 เวอร์ชั่นล่าสุด ไม่ต้องไปคอยกังวลเกี่ยวกับสมรรถนะของมันว่าจะพอฉุดลากมวลหนัก 1,740 กิโลกรัมของ 640i ได้หรือไม่ เอาเป็นว่า เจ้า 640i Coupe ราคา 11.5 ล้านคันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลาเพียงแค่ 5.3 วินาทีเท่านั้น ลองคิดดูว่าเครื่องยนต์ที่มีความจุเพียงแค่ 2,979 ซีซี แต่สามารถฉุดกระชากน้ำหนักเกือบสองตันให้ไปเร็วได้ขนาดนั้นย่อมไม่ธรรมดา แรงบิด 450 นิวตันเมตรในรอบต่ำ 1,300-4,500 รอบต่อนาที เกิดจากการบูสของเทอร์โบแฝดแม้จะอยู่ในโหมดต่ำสุดก็สามารถเรียกใช้ได้ทันทีจากการเตรียมความพร้อมของเซนเซอร์ที่คอยตรวจวัดองศาของคันเร่งไฟฟ้า การขับใช้งานในเมืองบน BMW 640i Coupe M-Sport ทำได้คล่องตัวพอใช้แต่อย่างที่บอกว่าขนาดของความยาวนั้นมากกว่ารถสปอร์ตทั่วไป การขับแบบค่อยเป็นค่อยไปใช้คันเร่งอย่างนุ่มนวลในเมืองพร้อมโหมดประหยัด ทำให้มันเป็นจักรกลสปอร์ตแนวจีทีที่ทั้งหล่อและใช้งานได้ดีพอสมควรท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดเนื่องจากไม่ได้แรงจนขับยากในย่านความเร็วต่ำจากโหมดของการขับเคลื่อนที่ออกแบบมาให้ใช้งานกันอย่างครอบคลุมแบบนี้


ออกทางไกลไปประจวบฯ เริ่มบรรเลงกันตั้งแต่ตอนวิ่งอยู่บนทางด่วนโดยปรับโหมดไปที่ Comfort + ซึ่งเป็นโหมดที่เสริมเข้ามาและไม่มีใน Series-3 รวมถึง Series-5 ก็ยังไม่มีโหมดนี้ หน้าปัดมาตรวัดเปลี่ยนตัวเองทันทีที่คุณกดปุ่มเปลี่ยนจากโหมดประหยัดมาเป็นโหมดขับเคลื่อนปกติ หน้าปัดเปลี่ยนจากสีฟ้าเรืองๆ มาเป็นมาตรวัดแบบปกติที่พบเห็นทั่วไปใน BMW Series-5 เพียงแต่มันคือภาพสามมิติที่แสดงผ่านจอภาพแบบ TFT Thin film transistor ที่ให้ทั้งความสว่างและความคมชัดแม้จะขับกันท่ามกลางแดดจัดจ้านแบบนี้ โหมด Comfort + คันเร่งตอบสนองได้ดีขึ้นหรืออีกนัยหนึ่งก็คือมันไวขึ้น เกียร์ยังตัดต่อเนียนเรียบราวกับรถไฟฟ้าทั้งๆ ที่มันไหลขึ้นๆ ลงๆ จนเกือบครบทั้ง 8 เกียร์ตั้งแต่ตอนจ่ายเงินที่ด่านจนมาถึงช่วงที่การจราจรชะลอตัวบนสะพานพระรามเก้า พ้นจากสมุทรสาคร รถราเริ่มโล่งขึ้น เจ้า BMW 640i Coupe M-Sport แสดงออกถึงการเป็นรถแบบจีทีด้วยการวิ่งทำความเร็วต่อเนื่องบนไฮเวย์ได้แบบสุดยอด ฐานล้อและน้ำหนักตัวทำให้เจ้านี่วิ่งทางตรงได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เสียงเครื่องยนต์ที่ครางในรอบสูงๆ ทุกครั้งที่คุณกดคันเร่งเพื่อแซงรถช้าสร้างความเร้าใจจนไม่อยากยกเท้าออกจากคันเร่ง แรงดึงอย่างต่อเนื่องในโหมดขับเคลื่อนปกตินำพาเจ้า 640i พุ่งทะยานราวกับลูกธนู หากไม่ยกเท้าออกจากคันเร่งมันจะพาคุณเข้าสู่ย่านความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพริบตา

แม้ 640i Coupe จะเป็นรถที่มีการเก็บเสียงดีที่สุดใน Class Sport GT แต่ความใหญ่ยักษ์ของล้อ M รวมถึงยางเส้นเขื่องทำให้เกิดเสียงการบดไปบนพื้นถนนของยาง เสียงยาง Dunlop SP Sport Maxx GT ไซส์ 245/35 R 20 ที่ล้อหน้าและ 275/30 R 20 ที่ล้อหลังดังลอดเข้ามาในห้องโดยสารพอให้ได้ยินแต่ไม่ได้สร้างความรำคาญมากมายอะไร ในยุโรป เวอร์ชั่นปกติของ 640i ยัดล้อแค่ 17 นิ้วมาให้จากโรงาน พอมาขายในประเทศไทย ทาง BMW Group Thailand กลัวจะไม่สะใจพระเดชพระคุณท่านจึงล่อกันถึงขอบ 20 นิ้วใหญ่โตมโหระทึกราวกับล้อรถแข่ง ล้อ M กับยางต่างไซส์แบบหน้าเล็กหลังใหญ่ไม่ใช่ใส่มาเพื่อแฟชั่นที่อ้างอิงกับของแต่งราคาแพง แต่มันช่วยให้การหักเลี้ยวรวมถึงการปลดปล่อยฝูงม้า 315 ตัว ให้ลงสู่พื้นได้ดีกว่าล้อที่มีขนาดความกว้างน้อยกว่านี้ แถมยังเกาะถนนสุดๆจากขนาดความกว้างของหน้ายาง แก้มที่ต่ำเตี้ยกับขอบล้อที่ปราศจากริ้วรอยทำให้ผมระวังจนแทบคลั่ง แค่หลุมเล็กๆ บนถนนก็อาจทำให้ล้อ M ของเจ้า GT ดุ้งคดงอได้ ความซวยอาจมาเยือนหากขับแบบไม่ระวังเวลาจอดแล้วทำล้อราคาสองแสนครูดกับฟุตปาท คุณต้องมีฝีมือและมีความระมัดระวังมากกว่าปกติเมื่อขับรถที่ยัดล้อ 20 นิ้วมาจากโรงงาน การทำให้ล้ออัลลอยลายสวยจาก M ดูสดใสไร้ริ้วรอยตลอดการขับทดสอบ 5 วัน ทำให้ผมถึงกับประสาทกินกันเลยทีเดียว


โหมด Comfort+ ทำได้ดีบนถนนโล่งเรียบ มันทั้งนิ่งและมั่นคง พวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังให้ทั้งความคมและแม่นยำ มันเกาะถนน จิกกดกับโค้งอย่างแน่นมั่นคงเหมือนที่รถสปอร์ตชั้นดีราคา 11.5 ล้านบาทควรจะเป็น นี่คือจักรกลของชายสูงวัยอย่างแท้จริง ตัวตนของ 640i Coupe แสดงออกมาในแบบที่เศรษฐีหลายคนพึงพอใจ ช่วงล่างให้ความรู้สึกแปลกๆ แบบจะแข็งก็ไม่ใช่จะนิ่มก็ไม่เชิง ช่วงล่างของ BMW 640i ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกอัลลอยคู่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ค่าที่ปรับเซตมาแบบกลางๆ ครอบคลุมการใช้งานทั้งบนสภาพผิวถนนที่ไม่สม่ำเสมอหรือเรียบเนียนไร้ร่องลอนคลื่น อาการยวบยาบไม่ปรากฏเมื่อวิ่งผ่านรอยต่อคอสะพาน แต่ความกระด้างในบางช่วงบางตอนนั้นเกิดจากความเตี้ยของแก้มยางและขนาดที่ใหญ่โตของล้อ พวงมาลัยยังคงสื่อสารกับคนขับได้อย่างหมดจด ระบบบังคับเลี้ยวของ BMW นั้นขึ้นชื่อมานานตั้งแต่สมัยที่ยังคงใช้ระบบพวงมาลัยแบบพาวเวอร์สายพาน พอเข้าสู่ย่างก้าวแห่งเทคโนโลยีอันทันสมัย ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าใน BMW ยุคใหม่ กลับให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่าง แถมยังผกผันน้ำหนักไปตามความเร็วพร้อมโหมดการขับเคลื่อนที่สร้างความรู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับพวงมาลัยแบบเก่า อย่างที่บอกว่าด้วยการยัดล้อขอบ 20 นิ้ว ทำให้การวิ่งผ่านผิวทางที่ไม่สม่ำเสมอมีอาการดึงซึ่งเกิดจากล้อและยางที่ใหญ่โตมโหฬารนั่นเอง

BMW 640i Coupe M-Sport เป็นรถที่ดูหรูหราและช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของคนขับให้ออกมาในแนวเพลย์บอยอยู่เหมือนกัน ความสุขุมนุ่มลึกผสมผสานความดุดันปรากฏไปทั่วโดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ในสีเทาดำแบบนี้ ทรงแบบ GT สองประตูฟูลไซส์ กินขาดรถสปอร์ตวางหน้าขับหลังยี่ห้ออื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น มันทั้งสง่างาม ขับได้ดีและมีพลังที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแม้จะใช้เครื่องเล็กแค่ 3.0 ลิตร แทนที่จะเป็นแบบ V8 ที่ซดน้ำมันดุเดือดราวกับอูฐกระหายน้ำ โหมด Sport ปรับการตอบสนองของคันเร่งราวกับรถแข่งทำให้ต้องระวังให้ดีหากต้องการออกตัวแรงๆ ด้วยโหมดนี้ หน้าปัดมาตรวัดในโหมด Sport ปรับเปลี่ยนตัวเองอีกครั้งจนกลายเป็นมาตรวัดของยานรบโจมตีในหนังเรื่องสตาร์วอร์ส สีแดงปนส้มมีตัวเลขความเร็ว สเกลการใช้พลังงานแปรเปลี่ยนเป็นวัดรอบกราฟสีแดง พร้อมตำแหน่งเกียร์ที่กึ่งกลางมาตรวัดรอบ ส่วนมาตรวัดความเร็วแบบตัวเลขทางซ้ายมือช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายและเร็วขึ้นเมื่อใช้โหมดนี้


เกียร์ 8 สปีดแสดงออกถึงความหลักแหลมจากโปรแกรมที่บันทึกเอาไว้ใน ECU ที่ใช้ควบคุม มันจะคาเกียร์ 3-4-5 เอาไว้เรียกแรงบิดที่คุณอาจต้องการแบบฉับพลันทันที ในโหมด Sport เมื่อผมดันคันเกียร์ออโตไปทางซ้าย เกียร์จะเข้าสู่โหมดแมนนวลหรือโหมดเกียร์ธรรมดาที่ผู้ขับใช้การชิพเกียร์ผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์อัลลอยหลังพวงมาลัย ไม่ว่าจะกดขึ้นหรือลง เกียร์ ZF 8HP ตอบสนองไปตามนิ้วของคุณแบบไม่กลัวรอบเครื่องกระจาย เมื่อเริ่มต้นเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง เกียร์อัตโนมัติลูกนี้ก็แปรสภาพจากเกียร์ออโตไปเป็นเกียร์ธรรมดาจากรสชาติที่ออกแนวกระตุกกระชากเล็กๆ พอให้ได้สัมผัส มันอาจไม่ดุดันเร้าใจเท่ากับเกียร์ทวินคลัตช์แต่เกียร์ ZF ลูกนี้ก็มีการทำงานอยู่ในระดับเทพของวงการรถหรูก็แล้วกัน


การตอบสนองของคันเร่งในโหมด Sport นั้น สุดยอดโดยไม่ต้องกระโดดไปใช้โหมดสูงสุด Sport + ซึ่งระบบช่วยทรงตัวจะถูกปลดออก พละกำลังที่เพิ่มขึ้นผิดหูผิดตาแตกต่างจากโหมดอื่นต้องระวังเรื่องประคองพวงมาลัยให้ดีๆ เจ้า 640i Coupe มีช่วงล่างแบบที่ BMW รุ่นประตูน้อยบานควรจะมีนั่นก็คือความหนึบและมั่นคง สมดุลของรถจึงดีเยี่ยมหากไม่กระทืบกันจนขาดสติ เจ้านี่จะรับใช้คุณไปตลอดเส้นทางบนความเพลิดเพลินสบายเนื้อสบายตัวขับไกลกันเป็นพันกิโลเมตรก็ยังไม่ออกอาการปวดเมื่อยตัวหากปรับเบาะได้ถูกกับสรีระ มันเป็นสปอร์ตจีทีที่มีพลังเหลือเฟือพร้อมให้คุณเรียกใช้ตลอดเวลา จากเกียร์ไปยังเพลาขับกับเฟืองท้าย ตำแหน่งของเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ที่ถูกวางให้ร่นเข้าไปใกล้กับกึ่งกลางของตัวรถ ทำให้ตัวเลขการกระจายน้ำหนักออกมาในแบบที่วิศวกรต้องการ ส่งผลไปถึงการควบคุมที่ขึ้นไปทาบรัศมี Mercedes Benz S-Class Coupe น้ำหนักตัว 53% ตกลงบนล้อคู่หน้า อีก 47% กดลงไปบนล้อคู่หลังทำให้ระบบบังคับเลี้ยวกับยาง Dunlop SP Sport Maxx GT ต้องรับภารกรรมอย่างหนักหน่วงเมื่อหวดเจ้านี่เข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ เบรกทำงานได้ปกติไม่ถึงกับดีเด่นอะไร เบรกปกติมาตรฐานไม่ใช่เบรกของ M ปราบม้า 315 ตัวให้สงบราบคาบได้ตามต้องการแต่ก็ต้องมีสติไม่ห้อใส่มาเต็มเหยียด หากขับบ้าแบบนั้นสุดยอดโคตรเบรกอะไรก็คงเอาไม่อยู่


BMW 640i Coupe M-Sport เป็นสปอร์ตจีทีสายพันธุ์แท้จากเยอรมันที่เหมาะกับชายสูงวัยผู้ประสบความสำเร็จตอนแก่ เป็นรถแรงคันที่สองที่ผมได้ลองขับต่อจาก Lamborghini Huracan ซึ่งการเข้าออกจากเจ้ากระทิงในแต่ละครั้งทำให้ผมรู้สึกทุเรศทุรังตัวเองเต็มทน GT ในสไตล์ของ BMW ให้ความสบายเนื้อตัวในการขับใช้งาน พื้นที่เบาะผู้โดยสารตอนหลังที่คับแคบทำให้ไม่เหมาะกับการนั่งโดยสาร หากชอบขนครอบครัวไปด้วยต้องหันไปเลือกรุ่น Gran Coupe 4 ประตูที่มีการขับเหมือนกันทุกอย่างเพียงแต่มีพื้นที่เบาะหลังและประตูบานหลังที่มอบความสะดวกได้มากกว่า ทรงแบบ GT สองประตูของ BMW 640i Coupe เหมาะกับการขับเล่นหรือขับใช้งานทางไกลสำหรับผู้บริหารที่ไม่ต้องการซุปเปอร์คาร์แต่ต้องการรถสปอร์ตจีทีทรงยาวฟูลไซส์ที่ตอบสนองได้ในแบบที่คนมีอายุต้องการ มันเป็นรถท่ีสามารถขับใช้งานได้ทุกวัน มีการใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับระดับของกำลังและระยะทางแบบกดมากกินเปลือง ไปเรื่อยๆ ก็ประหยัด ขับแบบปกติทั้งในและนอกเมืองมีเร่งบ้างเฉลี่ยประมาณ 8-10 กิโลเมตรต่อลิตร บนน้ำหนักตัว 1,740 กิโลกรัม ก็ถือได้ว่าเป็นเครื่องที่มีกำลังพอตัวแต่ไม่กินเชื้อเพลิงมากอย่างท่ีคิด BMW 640i Coupe M-Sport กับการขับทดสอบทางไกล 800 กิโลเมตรในช่วงเทศกาลตรุษจีนตลอดระยะเวลา 5 วันทำให้ผมนึกถึงชายลูกครึ่งจีน-ไทยที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตจนประสบความสำเร็จร่ำรวยแล้วให้รางวัลกับตัวเองด้วยการซื้อรถคันนี้ แม้จะมีทางเลือกอื่นเช่น i8 Nissan GTR Audi R8V8 หรือแม้แต่ Porsche 911/991 รุ่นมาตรฐานที่มีราคาพอฟัดพอเหวี่ยงกัน แต่จากการที่คนรวยบางคนกลับเลือกซื้อ BMW 640i Coupe M-Sport ด้วยเหตุผลบางประการ นั่นก็คือความสุขุมนุ่มลึกแฝงความดุดัน ความสบายยามขับขี่ที่มาพร้อมกับความหรูและพลังในแบบผู้ใหญ่สูงวัยนั่นเอง.

BMW 640i Coupe M-Sport ราคา 11,549,000 บาท




BMW 640i Coupe M-Sport Specifications (2014)

body type..........................................2+2 seater fixed-head coupé
number of doors................................2 (Sport-coupe)
engine type.......................................turbocharged petrol
engine manufacturer.........................BMWengine code
cylinders Straight ............................6
capacity............................................3 litre 2,979cc (181.79cu in)
bore×stroke......................................84 mm × 89.6mm 3.31 × 3.53in
bore/stroke ratio...............................0.94
Valves..............................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 24 valves in total
maximum power output...................320PS(315.5bhp) (235kW) at 5,800-6,000 rpm
specific output..................................105.9bhp/litre 1.74bhp/cu in
maximum torque...............................450 Nm (332ft·lb) (45.9kgm) at 1,300-4,500rpm
specific torque..................................151.06Nm/litre 1.83ft·lb/cu3
engine construction
sump.................................................wet sumped
compression ratio.............................10.2:1
fuel system........................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)1,898.2kPa(275.3psi)
engine coolant....................................Water
unitary capacity..................................496.5cc
aspiration............................................Twin Turbo
compressor.........................................BMW TwinPower twin scroll turbocharger
intercooler...........................................Y
catalytic converter...............................Y
acceleration 0-100km/h.......................5.30s
topspeed..............................................250km/h
engine position....................................front
engine layout.......................................longitudinal
drive wheels........................................rear wheel drive
torque split..........................................N/A
steering................................................rack & pinion BMW Dynamic Steering EPAS
turns lock-to-lock
turning circle
front suspension..................................Double Wishbone
rear suspension....................................Multi-Link
wheel size front...................................20" M-Double-spoke Wheels (Style 373M)
wheel size rear.....................................20" M-Double-spoke Wheels (Style 373M)
tyres front............................................245/35 R 20 95Y Dunlop SP Sport Maxx GT
tyres rear..............................................275/30 R 20 95Y Dunlop SP Sport Maxx GT
brakes f/r.............................................discbrake with ABS / EBD / BA
front brake diameter............................330 mm
rear brake diameter.............................320 mm
gearbox................................................ZF 8 speed automatic with Paddle shift
top gear ratio........................................0.67
final drive ratio.....................................3.23
wheelbase.............................................2,855 mm 112.4 in
track/tread (front).................................1,600 mm 63 in
track/tread (rear)..................................1,665 mm 65.6 in
length....................................................4,894 mm 192.7 in
width....................................................1,894 mm 74.6 in
height...................................................1,369 mm 53.9 in
ground clearance..................................124 mm 4.9 in
length:wheelbase ratio.........................1.71
kerb weight...........................................1,760 kg 3,880lb
fuel tank capacity.................................70 litres 15.4 UK Gal 18.5 US Gal

2014BMW640i F13 LCI information summary
What body style?.................................fixed-head coupé with 2+2 seats
How long?...........................................4,894 mm
How heavy?........................................1,760 kg
What size engine?...............................3 litre, 2979cm3
How many cylinders?.........................6 Straight
How much power?.............................320PS/ 315.5bhp/ 235kW@ 5,800-6,000rpm
How much torque?.............................450Nm/ 332ft.lb/ 45.9kgm@ 1,300-4,500rpm
How quick?........................................0-100 km/h: 5.30s
How fast?..........................................250 km/h, 155mph
How economical?..............................10.3/5.7/7.4 l/100km urban/extra-urban/combined
What carbon dioxide emissions?.......172 CO2g/km

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcomn@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

เครื่องเบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบเทอร์โบคู่ 315 แรงม้า 450 นิวตันเมตร 0-100 ใน 5.3 วินาที ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้สำหรับผู้บริหารสูงวัยหัวใจละอ่อน นี่คือ BMW 640i Coupe M-Sport จักรกล GT สุดเจ๋งจากแบรนด์ตราใบพัด 25 ก.พ. 2558 14:16 26 ก.พ. 2558 07:40 ไทยรัฐ