วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศรัทธาเหนือเหตุผล ไม่เชื่อ...อย่ามโน

“ศรัทธา”...ค้นคำแปลจากเว็บไซต์ LONGDO Dict ถ้าเป็นคำนามจะตรงกับคำว่า “faith”...หมายถึง ความศรัทธา ความเลื่อมใส ความเชื่อถือ

หากเป็นคำกริยา จะตรงกับคำว่า “believe in” หมายถึง...ถือ เชื่อถือ ยึดถือ หรือถ้าเป็นคำคุณศัพท์...ขยายคำนาม จะตรงกับคำว่า “faithful”... หมายถึง น่าเลื่อมใส ยกตัวอย่าง...“พระพุทธรูปเป็นประติมากรรมชนิดหนึ่งที่ศิลปะเข้าไปช่วยทำให้ผู้ดูรู้สึกว่ามีความงดงามน่านับถือ น่าศรัทธา”

แต่ถ้าเป็น “ความเลื่อมใสศรัทธา” ซึ่งเป็นคำนาม ตรงกับคำว่า “faithfulness” หมายถึง ความเลื่อมใส ความศรัทธา ความนับถือ ยกตัวอย่าง...“เขาถวายที่ดินให้วัดด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวน 20 ไร่”

“ศรัทธาในศาสนาพุทธ” วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ระบุว่า หมายถึงความเชื่อ ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุด้วยผล มี 4 อย่าง คือ “กัมมสัทธา” เชื่อกรรม เชื่อกฎแห่งกรรม เชื่อว่ากรรมมีอยู่จริง

คือ...เชื่อว่าเมื่อทำอะไรโดยมีเจตนาหรือจงใจทำทั้งรู้ ย่อมเป็นกรรม คือเป็นความชั่ว ความดีมีขึ้นในตน เป็นเหตุปัจจัยก่อให้เกิดผลดีผลร้ายสืบเนื่องต่อไป การกระทำไม่ว่างเปล่าและเชื่อว่าผลที่ต้องการจะสำเร็จได้ด้วยการกระทำ มิใช่ด้วยอ้อนวอนหรือนอนคอยโชค

ถัดมา “วิปากสัทธา” เชื่อวิบาก เชื่อผลของกรรม เชื่อว่าผลของกรรมมีจริง คือ เชื่อว่ากรรมที่ทำแล้วย่อมมีผลและผลต้องมีเหตุ ผลดีเกิดจากกรรมดี...ผลชั่วเกิดจากกรรมชั่ว

ศรัทธาที่สาม “กัมมัสสกตาสัทธา” เชื่อความที่สัตว์มีกรรมเป็นของตน เชื่อว่าแต่ละคนเป็นเจ้าของ จะต้องรับผิดชอบเสวยวิบาก เป็นไปตามกรรมของตน

“ตถาคตโพธิสัทธา” เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มั่นใจในองค์พระตถาคตว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ทรงพระคุณทั้ง 9 ประการ ตรัสธรรม บัญญัติวินัยไว้ด้วยดี ทรงเป็นผู้นำทางที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์คือเราทุกคนนี้ หากฝึกตนด้วยดีก็สามารถเข้าถึงภูมิธรรมสูงสุดบริสุทธิ์ หลุดพ้นได้ ดังที่พระองค์ทรงบำเพ็ญไว้

สกู๊ปหน้า 1 ขอหยิบตัวอย่างกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์ pantip.com แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้วตั้งแต่ปลายปี 2552 แต่ก็สะท้อนให้เห็นมุมมองเกี่ยวกับ “ความศรัทธา” น่าสนใจ

ใครในประวัติศาสตร์? จบแค่ ป.4 แต่เกียรติคุณยาวที่สุดของไทย ศ.ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์ เรียนแค่ ป.4 แต่ได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายใบและตำแหน่งต่างๆอีกมากมายอย่างน่าอัศจรรย์ได้รับแต่งตั้งจาก 45 ประเทศ ให้เป็น “ทูตสันติภาพแห่งโลก” สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างมาก

ทำไม? ไม่มีนักประวัติศาสตร์กล่าวถึงเลย หรือคนไทยไม่ชอบคนที่เก่งเกินไป...ช่วยกันคิดหน่อยครับ

กระทู้นี้ โพสต์โดยผู้ที่ใช้นามว่า “คุณทนโท่” เมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 เวลา 20.26 น.

ทัศนะไม่ใกล้ไม่ไกลบอกว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าบุคคลผู้นี้เป็นผู้ก่อตั้ง “สำนักหุบผาสวรรค์” ผู้ใช้นามว่า “fortuneteller” สะท้อนมุมคิดและประสบการณ์ บอกว่า คิดๆแล้วก็ขี้เกียจเขียนไปแบบเจาะลึก เพราะจะต้องเปิดศึกน้ำลายกับผู้คนเป็นจำนวนมาก

พลางยกตัวอย่าง...เราศึกษาคำสอนของแต่ละศาสนา แต่ละลัทธิ แล้วอันไหนเราเห็นมีประโยชน์ เช่นช่วยให้เรารู้การแพทย์ทางเลือก รู้วิชากำลังภายใน เราก็ถือปฏิบัติ แต่อันไหนเราเห็นว่า...“มีคนไปเปลี่ยนแปลงคำสอนของศาสนา แล้วทำให้เราเสียสุขภาพ เราก็ไม่ถือปฏิบัติ”

“เคยแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในห้องศาสนาแล้วก็โดนคนทุกศาสนารุมด่า เราก็ต้องค่อยๆไล่ดู...แล้วค่อยๆชี้แจงไป ผลก็คือไม่มีเวลาว่างเพื่อไปทำมาหากินเลย”

แต่...แล้วก็อดไม่ได้ “fortuneteller” สะท้อนมุมมองส่วนตัวเอาไว้ว่า จุดขายของเขาก็คือ “สร้างศรัทธา รวบรวมคนทุกศาสนามาทำบุญ โดยอ้างว่าเพื่อสันติภาพของโลก...ผลก็คือ ได้เงินบริจาคจำนวนมหาศาล แล้วก็เลยกลายเป็นเรื่อง...ภราดรภาพระหว่างศาสนาทั้งหมด”

ความโด่งดังที่เกิดขึ้น เพราะทำตัวเป็นคนถือศีลกินเจ และอ้างว่ามีอิทธิฤทธิ์เป็นร่างทรงที่มีวิญญาณของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี มาเข้าร่าง...พอบรรยายให้คนฟังทีแรกจะพูดเป็นสำเนียงจีน พูดๆไปจะเปลี่ยนเสียงไปเป็นเสียงพระแก่ๆ ซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงพระพุฒาจารย์ โตฯสิงในร่าง

ยิ่งนานวัน...ความดังก็ยิ่งสะสม ส่งผลให้มีลูกศิษย์ลูกหาคนดังในแวดวงสังคมมากมาย ทั้งแวดวงสังคม นักธุรกิจ นักการเมือง

ยุคนั้นปกครองโดยเผด็จการทหาร... “กระแสสุชาติฟีเวอร์” ทำให้บรรดาบิ๊กๆเกรงว่า เขาจะผงาดขึ้นมาเป็นใหญ่ได้ในวันหน้า จึงต้อง “ตัดไฟแต่ต้นลม”

จนทำให้ต้องหนีไปอยู่ต่างแดน...หากจะตั้งข้อสังเกตกันตรงๆ ถ้าเขาเป็นของจริง เป็นนักบุญจริงๆ ระดับสร้างสันติภาพให้กับโลกได้ ตอนอยู่ต่างแดน ก็น่าที่จะตั้งสำนักใหม่ได้และมีลูกศิษย์ลูกหาอีกมากมายในต่างแดนได้ โดยที่ไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีกเลย

หากแต่ที่ทำไม่ได้เป็นเพราะอะไร หรือ...ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น เป็นการเล่นกลทั้งเพ?”

คุณ “fortuneteller” ยอมรับว่ามีประสบการณ์ ความฝักใฝ่ส่วนตัวในเรื่องจิต วิญญาณ อภินิหาร แม้จะเชื่อว่าปาฏิหาริย์แท้จริงแล้วเป็นกลไกตามกฎเกณฑ์บางอย่างที่คนบางคนไม่รู้ กับกรณีนี้ทัศนะส่วนตัวเขามองว่า ไม่มีอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์ แต่เป็นความเก่งทางการตลาดเท่านั้นเอง

“พูดให้แฟร์ๆหากไม่มีการตัดไฟแต่ต้นลม ปล่อยให้เดินหน้าต่อ ประเทศไทยก็จะดังมากๆจริงๆ ในเรื่องการเป็นศูนย์กลางของโลกเพื่อสร้างสันติภาพให้แก่โลก ด้วยแนวคิดภราดรภาพระหว่างศาสนาทั้งหมด... ซึ่งจริงๆแล้วเมืองไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางดึงดูดเงินบริจาคจากองค์กรต่างๆเสียมากกว่า”

มองอนาคตไปไกล...เหตุการณ์เลยเถิด “ศรัทธา” ที่คนไทยเป็นจำนวนมากมีต่อเขา ก็จะยิ่งทำให้เขากลายเป็นผู้นำไปตลอดกาล

วันเวลาผ่านไป ยุคหลังก็มีสำนักตั้งใหม่ขึ้นมาแถวๆห้วยขวาง ว่ากันว่าก็ทำเงินได้มหาศาล รูปแบบลักษณะก็คล้ายๆกัน มีเจ้าเข้าทรง ซึ่งอ้างว่าเป็นร่างทรงขององค์เทวาและองค์เทวี บางวันก็เป็นเจ้าจีนมาประทับในร่าง ใครอยากได้คำปรึกษาจากเทพเจ้าองค์ไหนก็ต้องดูตารางเวลา จะได้มาได้ถูกวัน

ผู้ที่มีทุกข์...จะมาซื้อตั๋วรอกันอยู่นับร้อยๆพันๆ พอถึงคิวแต่ละคนก็จะไปนั่งให้ร่างทรงคลำหัว แล้วร่างทรงก็จะเขียนบอกว่าองค์เทวาหรือองค์เทวีแนะนำให้ทำอย่างไร...

ตามหลักความน่าจะเป็นก็คือ “0”...ไม่ได้ผล กับ “1”...ได้ผล

รายที่ไม่ได้ผลก็หายไป...แล้วไม่กลับมาอีก แต่ก็ไม่ได้บ่นว่าอะไร เพราะค่ายกครูแค่ไม่กี่ตังค์ (แต่ก็ทำให้สำนักรวยได้) แต่รายที่โดน...ได้ผล จะกลับมาถวายแก้วแหวนเงินทอง หรือแม้กระทั่งรถราคาแพงๆ หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้แก่สำนัก

ใคร...ใคร่ศรัทธาอะไรเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่ “ศรัทธา” นั้นควรมี “ปัญญา” กำกับอยู่ด้วย.

“ศรัทธา”...ค้นคำแปลจากเว็บไซต์ LONGDO Dict ถ้าเป็นคำนามจะตรงกับคำว่า “faith”...หมายถึง ความศรัทธา ความเลื่อมใส ความเชื่อถือ 25 ก.พ. 2558 10:25 ไทยรัฐ