วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยเริ่มทอแสง สมัคร ส.ส.ต้องผ่านหยั่งเสียง

ในที่สุด คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีมติเห็นชอบใน บทบัญญัติเกี่ยวกับพรรคการเมือง โดยมีสาระสำคัญคือ การพิจารณาส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งในแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ต้องมีการ หยั่งเสียงประชาชนในเขตเลือกตั้ง หรือในภาค ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วย

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ พรรคการเมืองต้องส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค และต้องจัดองค์กรภายในพรรค หรือดำเนินกิจกรรมในพรรค ให้สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่ให้ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

ทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็น “เรื่องใหม่” สำหรับประชาธิปไตยไทยที่มีอายุกว่า 83 ปี แต่ยังไม่เคยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงสักที เพราะ พรรคการเมืองไทย ยังตกอยู่ในมือของ ผู้มีอำนาจในพรรค ผู้มีอิทธิพลในพรรค เจ้าของพรรค นายทุนพรรค ที่มีสิทธิสั่งให้ ส.ส.ในพรรคยกมือแบบหุ่นยนต์ตามคำสั่งพรรค หรือมติพรรค ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรของชาติมาโดยตลอด

ที่ผ่านมาผมพยายามเขียนผลักดันในเรื่อง ไพรมารีโหวต หรือ การหยั่งเสียงเบื้องต้นในพื้นที่ ก่อนที่พรรคจะตัดสินใจส่งผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อเป็นการ “กลั่นกรอง ส.ส.ในเบื้องต้น” ให้ ส.ส.ในพื้นที่เป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ “คนแปลกหน้า” ที่พรรคส่งมา คนในพื้นที่ไม่รู้จัก แต่ได้เป็น ส.ส.ด้วยการ “ซื้อเสียง” ผ่านหัวคะแนนในแต่ละพื้นที่

การหยั่งเสียงเบื้องต้น เป็นกติกาที่ใช้กันใน ประเทศเสรีประชาธิปไตย มานานแล้ว เพื่อเป็นการหยั่งคะแนนเสียงว่า ผู้สมัครที่ขันอาสามาเป็น ส.ส.ในพื้นที่นั้น เป็นผู้สมัครที่มีประชาชนนิยมอย่างแท้จริง ไม่ใช่นายหมูนายแมวที่ผู้มีอำนาจในพรรคส่งลงสมัคร เห็นหน้ากันตอนหาเสียง เลือกตั้งเสร็จก็ไม่เห็นหัว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่

ผมหวังว่าระบบนี้จะอยู่คู่กับประชาธิปไตยไทยตลอดไป

ความจริงตอนที่ผมเขียนเสนอเรื่องนี้ ผมได้เสนอเรื่อง “การเลือกตั้งแบบสองชั้น” ด้วย เพื่อกลั่นกรองให้ได้ “ผู้แทนที่ดีที่สุด” เข้าไปในสภา
วิธีการก็ง่ายไม่ยุ่งยาก แค่เพิ่มข้อกำหนดว่า ผู้เป็น ส.ส.ต้องได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเกินครึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง หรือ เกิน 50% ของผู้มาใช้สิทธิ ก็จะได้เป็น ส.ส.ทันที แต่ถ้าได้คะแนนไม่ถึง 50% ของผู้มาใช้สิทธิ ผู้สมัครที่คะแนนที่ 1 กับคะแนนที่ 2 จะต้องมาแข่งกันอีกรอบ เป็นการเลือกตั้งรอบที่ 2 ระหว่างผู้มีคะแนนสูงสุดสองคน รอบนี้ใครได้คะแนนเสียงข้างมากก็ถือว่าเป็นผู้ชนะได้เป็น ส.ส.

วิธีนี้จะทำให้ได้ ส.ส.ที่เป็นผู้แทนของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่อย่างแท้จริง

แต่เสียดายที่ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญไม่สนใจ การกลั่นกรอง “คนดี” เข้าสภาจึง ขาดเครื่องกลั่นกรองสำคัญไปอีกอย่าง คือ เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในพื้นที่ เพราะการหยั่งเสียงเบื้องต้น ไม่สามารถกลั่นกรองได้ดีเท่ากับเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริง

เรื่องที่น่าสนับสนุนอีกเรื่องใน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็คือ การกำหนดให้มี “ประมวลจริยธรรมแห่งชาติ” และ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” เพื่อลงโทษนักการเมืองที่กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ไปจนถึง สภาและผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งถอดถอนและห้ามลงเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย

นักการเมืองศรีธนญชัยแบบไทยๆต้องเขียนกฎให้เข้มข้นอย่างนี้ ถูกต้องแล้วครับ

อย่างที่ผมเขียนเสนอไปวันก่อน รัฐธรรมนูญใหม่ และ กฎหมายลูก ต้อง “เขียนกฎกติกาให้ละเอียดเข้มข้น” เหมือน กฎกติกากอล์ฟและฟุตบอล ทำผิดต้องลงโทษทันทีไม่มียกเว้น ทำได้อย่างนี้ประชาธิปไตยจึงจะมั่นคงแข็งแรงและยั่งยืนครับ

หมายเหตุ-ช่วงที่กำลังปิดต้นฉบับนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงว่า ได้สั่งให้เลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไปก่อน จนกว่าจะแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมให้แล้วเสร็จ คาดว่าใช้เวลา 3 เดือน มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนและประเทศชาติ พวกที่ออกมายืนกรานจะเปิดสัมปทานหน้าแหกเป็นริ้ว อดกันเป็นแถว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

25 ก.พ. 2558 10:17 25 ก.พ. 2558 10:17 ไทยรัฐ