วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โครงการ "รักษ์ป่าน่าน" มิใช่เพื่อน่านจังหวัดเดียว

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมแว่บไปเขียนเรื่องร้อนๆของวงการศาสนา เพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์ที่กำลังตึงตังอยู่ในขณะนี้พอสังเขป...วันนี้ขออนุญาตกลับสู่มินิซีรีส์ของเมืองน่านต่อไปตามเดิมนะครับ

เป็นเรื่องของการสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” ที่จัดขึ้นเมื่อปีกลาย และกลับมาจัดอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

เหตุที่ต้องมีการสัมมนาในเรื่องนี้ก็เพราะพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่าน ถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็ว

จากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่า 6 ล้าน 4 แสนไร่ หายวาบไปถึง 1 ล้าน 5 แสนกว่าไร่ ในชั่วเวลาไม่นาน จนล่าสุดเหลืออยู่แค่ 4 ล้าน 8 แสนไร่เท่านั้น

ป่าไม้ที่ถูกทำลายที่เมืองน่านนั้น มีบ้างที่เป็นฝีมือของนายทุนตัดไม้ทำลายป่า แต่ส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นฝีมือการบุกรุกของประชาชนที่ยากจนไร้ที่ทำกินและกลุ่มชาวเขาที่ทำไร่เลื่อนลอย

พื้นที่ป่าไม้จึงกลายเป็นพื้นที่พืชไร่ และภูเขาต่างๆของจังหวัดน่านก็กลายเป็นเขาหัวโล้นไปอย่างน่าใจหาย

อย่าลืมว่าป่าจังหวัดน่านเป็นป่าต้นนํ้า โดยเฉพาะในกลุ่มป่าพูคาและแม่ยมถือเป็นต้นนํ้าของแม่นํ้าน่านและแม่นํ้ายม ซึ่งเป็น 2 ใน 4 แควที่รวมตัวกันเป็นแม่นํ้าเจ้าพระยา

ถ้าแม่นํ้ายมและแม่นํ้าน่านแห้งขอด เพราะสภาพของป่าต้นนํ้าถูกทำลายหมด ปริมาณนํ้าหรือมวลนํ้าที่จะไหลสู่แม่นํ้าเจ้าพระยาก็ย่อมจะลดลง

จะส่งผลกระทบต่อการใช้นํ้าเพื่อการเกษตร เพื่อการอุปโภคบริโภคของทุกจังหวัดตลอดลุ่มเจ้าพระยาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่บริโภคนํ้าปีหนึ่งๆมิใช่น้อย

การฟื้นฟูป่าน่านจึงเป็นเรื่องจำเป็นและได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยสำนักงานโครงการของพระองค์ท่าน ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกองทัพบก ร่วมกับจังหวัดน่าน และธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” เพื่อนำไปสู่โครงการมาตรการและการปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูป่าน่านขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้โดยการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ป่าสงวน, และพื้นที่ป่าอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ รวมไปถึงการป้องกันและปราบปรามไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปทำลายป่าอีก

นอกจากนี้ ก็มีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องพัฒนาคนโดยการสร้างเครือข่ายและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในแง่บุคคลทั่วๆไปและเยาวชนของชาติที่จะเติบใหญ่ขึ้นในอนาคต

สุดท้ายจะพัฒนาอาชีพส่งเสริมอาชีพทางเลือก เพื่อหาทางให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้โดยมีอาชีพ แต่ก็ทำนุบำรุงดูแลรักษาป่าควบคู่กันไป

จากผลสรุปเมื่อปีกลายส่งผลให้มีการจัดตั้งโครงการและกิจกรรมต่างๆ ขึ้นมากมาย และนำไปสู่การกลับมาประชุมสัมมนากันต่อในปีนี้เป็นปีที่ 2 อีกครั้ง เพื่อติดตามความก้าวหน้าว่าไปถึงไหนกันบ้าง

เท่าที่ผมได้รับฟังคำบอกเล่าจากผู้เข้าประชุมในปีที่ 2 พบว่า ผลงาน 1 ปีที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง

ในแง่การสร้างกระแสความรักความหวงแหนในป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเดินหน้าไปได้ดีทีเดียว

แต่ที่ยังเป็นอุปสรรคและได้ยินผู้เข้าร่วมสัมมนายังบ่นอยู่ก็คือโครงการพัฒนาอาชีพที่จะให้คนข้างป่ามีอาชีพที่ดี โดยไม่บุกรุกทำลายป่านั้นยังไปได้ช้า โดยเฉพาะโครงการชลประทานต่างๆเพื่อการเกษตร ดูจะช้ามาก จำเป็นต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้น

ผมขอให้กำลังใจและขอให้โครงการ “รักษ์ป่าน่าน” ประสบความสำเร็จ สามารถฟื้นฟูป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดน่าน ให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง

และขอให้น้อมนำพระดำรัสของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ที่ทรงบรรยายไว้ในพิธีเปิดสัมมนาที่ว่า “การอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุด คือ การปลูกป่าในใจคน อย่าให้คนไปรังแกป่าจะช่วยให้ป่าฟื้นตัวขึ้นมาเอง” ไว้เหนือเกล้าฯ และนำไปปฏิบัติให้ทั่วถึงในทุกๆ จังหวัด นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เพราะไม่เพียงป่าน่านเท่านั้นที่ถูกรังแก แท้ที่จริงแล้วป่าทุกป่าทั่วประเทศไทย ล้วนถูกรังแกจนแทบจะไม่มีความเป็นป่าเหลืออยู่มากนัก

ปีนี้เขาว่าจะแล้งกันอีกแล้ว จะแล้งจัดเสียด้วย เป็นเพราะเราไม่ช่วยกันปลูกป่าในใจคนนี่แหละ ป่าถึงหมดเมืองไทย ทำให้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล จนเกิดความแห้งแล้งซ้ำซาก จนถึงทุกวันนี้.

“ซูม”

25 ก.พ. 2558 10:06 ไทยรัฐ