วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันนี้ศาลฎีกานัด เฟ้น9องค์คณะคดี'ปู'

อ้างชื่อบิ๊กตู่เปิดเฟซ กมธ.เคาะ55อรหันต์ คุมสมัชชาจริยธรรม

“บิ๊กตู่” ลั่นจะเล่นงานให้หนักพวกหัวรุนแรง สั่งล่าตัวคนแอบอ้างชื่อเล่นเฟซบุ๊ก ขีดเส้นสำนักโพลทำได้แต่ห้ามมาไล่ คสช. มท.1 แจงยังไม่มีรายงานกลุ่มป่วนในพื้นที่ นายกฯโยน ครม.ถกสัมปทานปิโตรฯ “ไก่อู” ฮึ่ม คปพ.ห้ามปลุกม็อบต้าน “ปึ้ง” ซัดพวกไม่หวังดี ปล่อยข่าว “ทักษิณ” อ้อนวอนเจรจา “ประยุทธ์” รองโฆษก พท. โต้นายใหญ่ไม่เคยร้องขอ อดีต 263 ส.ส.ลุ้นระทึก ป.ป.ช.จ่อสอยแก้ รธน.ที่มา ส.ว. 5 รายอ่วมโดนพ่วงอาญา ส่วนคดี “มาร์ค-เทือก” สั่งสลายเสื้อแดงปี 53 ว่ากันยาว “อำนวย” อ้อน สนช.ปล่อยผี “บวรศักดิ์” นำทีม กมธ.ออนทัวร์ยกร่างฯที่พัทยา เอาแน่ 55 อรหันต์คุมสมัชชาคุณธรรมกำราบพวกขี้ฉ้อ ปธ.แผนกคดีอาญาฯนัดเลือก 9 องค์คณะพิจารณาคดีจำนำข้าว “ปู”

ยังคงมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาเคลื่อนไหวต้านอำนาจ คสช.เป็นระยะ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะกล่าวเตือนมาตลอด ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะใช้อำนาจเด็ดขาดกับกลุ่มที่จ้องก่อความรุนแรง

กมธ.ออนทัวร์ยกร่างฯที่พัทยา

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดประชุมนอกสถานที่ครั้งแรกเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ซึ่งบรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก กมธ.ยกร่างฯส่วนหนึ่งเดินทางมาล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ นำ กมธ.ส่วนที่เหลือเดินทางมาถึงเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 ก.พ. โดยก่อนเข้าสู่วาระ นายบวรศักดิ์แจ้งว่า จะเริ่มพิจารณาในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 1 ว่าด้วยระบบผู้แทนที่ดีและผู้นำการเมืองที่ดี หมวด 3 รัฐสภา และหมวด 4 คณะรัฐมนตรี รวม 101 มาตรา มีบทเฉพาะกาลว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 มาตรา และเรื่องต่างๆอีก 5 มาตรา รวมทั้งสิ้น 111 มาตรา ซึ่งการประชุมนอกสถานที่ระหว่างวันที่ 23-28 ก.พ. ต้องพิจารณาให้ได้วันละ 22 มาตราเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ

มี.ค.ทบทวนร่างทั้งฉบับอีกรอบ

นายบวรศักดิ์กล่าวต่อว่า หากที่ประชุมพิจารณาเสร็จทั้งหมดถือว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญได้เสร็จทั้งฉบับ และเดือน มี.ค.จะเข้าสู่การทบทวนบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง โดยนำความเห็นของบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) มาพิจารณาทบทวน ก่อนนำเสนอให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาให้ความเห็น เบื้องต้นกำหนดวันประชุมวันที่ 20-22 เม.ย. และวันที่ 24-26 เม.ย. ส่วนวันที่ 23 เม.ย. งดการประชุมเนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้ห้องประชุม และเมื่อ สปช.พิจารณาแล้วเสร็จต้องทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ 26 เม.ย. ดังนั้นจะครบกำหนดในวันที่ 25 พ.ค.

รับฟังความเห็น ปชช.ภาพรวม

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า จากนั้น กมธ.ยกร่างฯจะนำร่างรัฐธรรมนูญไปรับฟังความเห็นของประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยตนเสนอให้นำเสนอเป็นเจตนารมณ์และหลักการ แทนการนำบทบัญญัติเป็นรายมาตราเป็นภาษากฎหมาย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้ง่าย เจตนารมณ์หลักที่จะนำเสนอมีทั้งสิ้น 4 ประการ คือ 1.พลเมืองเป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมมีความเป็นธรรม และ 4.นำชาติสู่สันติสุข “ยอมรับว่าปัจจุบันความขัดแย้งยังมีอยู่ จำเป็นต้องนำชาติสู่สันติสุขด้วยการปรองดอง ความขัดแย้งเป็นเพียงอาการของโรคที่ปรากฏภายนอก แต่ สมมติฐานคือความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นเจตนารมณ์หลักคือการสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม การทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ก็คือการคืนอำนาจสู่ประชาชน โดยร่างรัฐธรรมนูญหลายเรื่องที่สร้างประชาชนให้เป็นพลเมือง ไม่ใช่ราษฎร ด้วยการขยายสิทธิ เสรีภาพ คือการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน”

เน้นหลักสร้างสมดุลทางอำนาจ

ประธาน กมธ.ยกร่างฯกล่าวต่อว่า การเมืองใสสะอาดต้องปราศจากการทุจริตประพฤติมิชอบ แม้จะมีก็ให้น้อยที่สุด ส่วนการสร้างสมดุลทางการเมืองแบ่งเป็น 1.จำนวน ส.ส.ในสภา ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ควรมีพรรคการเมืองใดได้ ส.ส.เกินจากคะแนนนิยมของประชาชน 2.สมดุลระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง 3.สมดุลทางการเมืองด้วยการมีบุคคลที่มาจากอาชีพที่หลากหลายเข้ามาอยู่ในสภานิติบัญญัติผ่านการเลือกตั้งทางอ้อม และ 4.สมดุลระหว่างอำนาจของนักการเมืองและอำนาจของพลเมือง

ฝันสมัชชาคุณธรรมกำราบพวกขี้ฉ้อ

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายปกรณ์ ปรียากร โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณาในภาค 2 หมวด 1 มาตรา 74 ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมของผู้นำการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติกำหนดขึ้น โดยในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น กระทำผิดร้ายแรง เป็นเหตุแห่งการถอดถอน ให้สมัชชาคุณธรรมทำการไต่สวน หากพบว่าผิดจริยธรรม ให้ส่งเรื่องไปให้ กกต. นำรายชื่อผู้กระทำผิดไปจัดทำประชามติพร้อมกับการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งถัดไป เพื่อให้ประชาชนลงมติว่าจะถอดถอนเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปีหรือไม่ โดยให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ส่วนนักการเมืองอื่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อาทิ ข้าราชการระดับสูง เลขานุการรัฐมนตรี หากสมัชชาคุณธรรมเห็นว่ากระทำผิดอย่างร้ายแรง ก็ให้ดำเนินการถอดถอนตามกระบวนการของรัฐสภา

ผุด 55 อรหันต์ มาจากแม่น้ำ 2 สาย

เมื่อถามถึงจำนวนและที่มาของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ นายปกรณ์ตอบว่า มีทั้งหมด 55 คน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.คณะมนตรี 5 คน ที่มาจากการสรรหาของ ส.ว. 2.สมัชชาคุณธรรม 50 คน ที่มาจากคณะกรรมการสรรหาที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะมนตรีทั้ง 5 คน โดยขณะนี้ สปช.ยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเสร็จแล้ว เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สปช. จะผลักดันให้ สนช.พิจารณาเพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป

ตีกรอบล็อกห้ามปลุกม็อบ–ชี้นำ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า มาตรา 75 เป็นการกำหนดแนวทางที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ อาทิ ห้ามแสดงความคิดเห็น อภิปรายหรือให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง และบิดเบือนข้อเท็จจริง ยอมให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดครอบงำหรือชี้นำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ห้ามใช้อำนาจหน้าที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่ก่อให้เกิดความเสียหายเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว เลี่ยงหรือชี้นำให้บุคคลอื่นไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งในมาตรานี้จะเป็นกรอบสำหรับการร่างประมวลจริยธรรมด้วย

“อุทัย” เตือน คสช.ยึดมั่นโรดแม็ป

ด้านนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำจดหมายเปิดผนึกถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอหลักการปฏิรูปประเทศว่า คสช.ต้องวางแนวทางการปฏิรูปประเทศให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่าสงสัยว่าราษฎรยังไม่พร้อมจะเป็นประชาธิปไตย เมื่อยึดอำนาจมาแล้วหากไม่ทำตาม ความแตกแยกจะซึมลึกในหมู่ประชาชนจนยากเกินจะแก้ไข ไม่ใช่ปรามาสแต่ขอประกาศว่า “ท่านเอาไม่อยู่หรอก” คสช.ต้องยึดมั่นคำพูดตามโรดแม็ปที่ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะให้มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย หากทำไม่สำเร็จ ควรใช้อำนาจหยิบยกนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่ดีที่สุด นำมาแก้ไขแล้วนำไปประกาศใช้ให้มีการเลือกตั้งทันทีตามโรดแม็ป นักการเมืองเป็นแค่ปลายเหตุ ราษฎรเป็นอย่างไรผู้แทนก็เป็นอย่างนั้น จึงควรแก้ที่ราษฎร คือทำให้คนซื้อไม่อยากซื้อเสียง โดยให้เลือกตั้งใหม่ทุก 2 ปี จะถอนทุนทันหรือไม่

“บิ๊กตู่” ทำใจโดนสุมหัวให้ร้าย

เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่ระบุถึงความเคลื่อนไหวของบางกลุ่มว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นกลุ่มการเมือง ถ้าไม่มีพูดจาให้ร้ายหรือประชุมอะไรกันบ้างก็ปล่อยไป แต่อย่าออกมาเคลื่อนไหวแล้วกัน ตนก็ทำใจเพราะเขาต้องต่อสู้ของเขา แต่บ้านเมืองต้องเดินหน้า ถ้าจะต่อสู้ทางการเมืองรอให้ถึงการเลือกตั้งค่อยไปว่ากัน วันนี้ถ้าจะมาทำให้เกิดความวุ่นวายอีกไม่น่าจะใช่ การเมืองต้องยอมรับกันบ้างว่าที่ผ่านมามีข้อผิดพลาด จะไม่รับกติกาอะไรกันเลยหรือ ประชาธิปไตยเลือกตั้งแล้วมีสิทธิร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือ ไม่มีหน้าที่ ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสรีภาพให้คนอื่นเขาเลยหรือ มันต้องมี แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ใช่ว่าได้คะแนนเสียงมากมาเป็นรัฐบาล แล้วไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มันไม่ใช่

ขีดเส้นทำโพลได้แต่ห้ามไล่ คสช.

เมื่อถามว่า วันนี้โพลหลายสำนักสำรวจความคิดเห็นทางการเมือง จะมีผลกระทบต่อโรดแม็ปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มี ตนมีหน้าที่ขับเคลื่อนโรดแม็ปและมีอำนาจตามกฎหมาย ก็ทำหน้าที่ไป วันนี้ไม่ใช่เวลาปกติ ส่วนการทำโพลทางการเมืองอยากทำก็ทำไป แต่ทำแล้วไล่ คสช.ไม่ได้ ต้องไม่ทำแบบนั้น เมื่อถามว่า โพลระบุว่า คสช.มีผลงานดีด้านเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ต้องขอบคุณ ครม.ที่ทำงานดี แต่ทุกอย่างไม่สามารถทำได้วันสองวัน มันสะสมมีปัญหามาเป็น 10 ปี แต่เรามาแก้ภายในแค่ 5-6 เดือน ได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว

ขู่ลงโทษหนักพวกก่อเหตุรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาอาชญากรรมกระทบความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินมีมากขึ้นทั้งที่ยังมีกฎอัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตอนแรกมีคสช.ก็น้อย แต่ตอนหลังมีเยอะ เพราะทุกคนมาตีกันเรื่อง คสช. เรื่องการใช้กฎหมาย เรื่องอัยการศึก คสช.ก็เลยไม่อยากใช้ความรุนแรง เลยได้ใจ ทำไมไม่เขียนเตือนกันว่าอย่าไปทำความรุนแรง ตอนนี้มีกฎอัยการศึกอยู่ต้องช่วยกันเขียนอย่างนี้ แต่กลับเขียนว่า คสช.จำกัดสิทธิปิดกั้นสื่อ พวกนี้ก็ได้ใจเพราะเห็นว่า คสช.กลัวเรื่องการใช้อำนาจ เดี๋ยวตนจะใช้อำนาจไอ้พวกก่อความรุนแรง คดีเหล่านี้ต้องดูว่าจะทำอย่างไรกับมัน ลงโทษให้หนักๆ

สั่งล่าตัวคนแอบใช้ชื่อเล่นเฟซบุ๊ก

เมื่อกล่าวถึงกรณีมีการอ้างชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในเฟซบุ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องนี้มีอะไรเสียหายกับตนหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า มีข้อสงสัยว่าเป็นเฟซบุ๊กของ พล.อ.ประยุทธ์จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วทำไม หรือว่าหน้าอย่างผมเล่นไม่เป็น แต่เฟซบุ๊กที่มีชื่อผมนั้น ผมไม่ได้ทำ ขณะนี้ยังหาตัวคนทำอยู่”

มท.1 ยังไม่มีรายงานกลุ่มป่วน

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ามีกลุ่มเตรียมออกมาปลุกปั่นเพื่อใช้ความรุนแรงว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ในพื้นที่ต่างๆยังไม่มี ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ ยังไม่มีความรุนแรงอะไร เมื่อถามว่า เป็นเพราะกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลได้รับรายงานไม่ตรงกันหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่ใช่เป็นเพราะรายงานไม่ตรงกัน แต่เป็นเพราะตนยังไม่ได้รับรายงานมากกว่า

บอก สปช.ว่าไงว่าตามกัน

เมื่อถามถึงกรณี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติขึ้น รัฐบาลและคสช.เห็นด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า คสช.ยังไม่ได้ประชุมกัน จึงยังตอบแทน คสช.ไม่ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าเมื่อ สปช.จะตั้งหรือดำเนินการอะไร เมื่อมีข้อยุติแล้วก็ถือว่าเป็นไปตามนั้น ประเทศชาติคงเดินไปได้ถ้าทุกคนคิดเหมือนตน เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองเสนอให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 นิรโทษกรรมให้ทุกฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีการเมือง พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ยังไม่เห็นมีใครเสนอ เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ดังนั้น การนิรโทษถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะนำมาใช้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

“บิ๊กตู่” โยน ครม.ถกสัมปทานปิโตรฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ก.พ. นายกฯจะนำเรื่องการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อปรึกษา ครม.ว่าจะทำอย่างไรต่อไป หลังจากเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนที่เห็นต่างไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ก.พ.

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะได้ความชัดเจนคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งกำหนดกรอบพอสังเขปไว้แล้ว คณะทำงานฯต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 มี.ค. แล้วเสนอให้นายกฯพิจารณา ยืนยันว่าคณะทำงานฯที่ตั้งขึ้นมีความเป็นกลางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

รอลุ้นเปิด–ปิดสัมปทานพลังงาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีการนำเรื่องการตั้งคณะกรรมการร่วมฯเข้าหารือใน ครม. ต้องรอให้ฝ่ายเลขาธิการนายกฯนำเรื่องเข้าที่ประชุม ส่วนทิศทางการดำเนินการต้องรอวันที่ 16 มี.ค. เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการร่วมฯต้องรวบรวมความเห็นทั้งหมดให้ได้ก่อนวันที่ 16 มี.ค.แล้วจึงส่งให้นายกฯตัดสินใจอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาสรุปมาว่าจะหารือร่วมกันหรือเดินหน้าสัมปทานได้อย่างไร แต่ตนจะเป็นคนตัดสินใจเอง ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็รับผิดชอบเอาแล้วกัน เมื่อถามย้ำว่าผลสรุปความคิดเห็นจะต้องได้ก่อนวันที่ 16 มี.ค. ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก่อนสิ มันต้องเปิดซองอีก” เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าจะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้ จะเปิดหรือจะปิด หรือจะเลิก ก็ไม่รู้ รอสิ”

“ไก่อู” ฮึ่มห้ามปลุกม็อบพลังงาน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลใจกว้างเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายมาโดยตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องปฏิบัติตามความคิดเห็นของผู้เห็นต่างในทุกกรณี ยืนยันว่าเราไม่มีธง แต่ต้องรอข้อสรุปจากคณะกรรมการร่วมฯ เมื่อถามว่านายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้แทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ระบุว่าหากเปิดสัมปทานเมื่อใดจะนำมวลชนออกมาคัดค้านทันที พล.ต.สรรเสริญตอบว่า คงไม่ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลยอมรับในเหตุผลทุกกลุ่ม แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นไปตามที่ตัวเองตั้งใจแล้วจะเคลื่อนไหวชุมนุม อันเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรอบใหม่ รัฐบาลคงยอมไม่ได้ รัฐบาลและ คสช.พยายามบริหารจัดการเรื่องราวต่างๆ อย่างแนบเนียนที่สุด โดยใช้ทั้งเหตุและผลควบคู่กัน เรื่องเล็กเราก็อะลุ้มอล่วย เรื่องที่จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งบานปลายในวันหน้า คงไม่สามารถยอมรับได้ ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

อัยการศึกไม่เกี่ยวอาชญากรรม

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนเหตุอาชญากรรมที่เกิดบ่อยครั้งทั้งที่อยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎ อัยการศึกนั้น เรื่องกฎอัยการศึกกับเรื่องอาชญากรรมที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกัน กฎอัยการศึกเป็นการควบคุมความเรียบร้อย สภาพโดยรวมของบ้านเมือง ไม่ให้มีข้อขัดแย้ง ส่วนคดีความที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องกฎหมายตามปกติ รัฐบาลเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยงานให้ดูแลความปลอดภัยประชาชน ให้ช่วยกันดูแลสอดส่อง ที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นข้อมูลข่าวสารถูกนำเสนอ แต่เมื่อจับตัวผู้กระทำผิดได้แล้วข่าวอาจไม่ค่อยมี ดังนั้นขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยนำเสนอข่าวตอนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ด้วย เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจ

“ปึ้ง” ซัดคนปล่อยข่าวไม่หวังดี

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีการอ้างแหล่งข่าวเป็นคนใกล้ชิดระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พยายามติดต่อเจรจากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ทุกช่องทาง เชื่อว่ามีความพยายามปล่อยข่าวทำให้ดูเหมือนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา ถึงต้องให้พี่ชายช่วยพูดให้ ทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลกันเลย คนปล่อยข่าวไม่น่าจะเป็นผู้หวังดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น ขอให้แหล่งข่าวคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณหยุดให้ข่าวได้แล้ว และถ้าเป็นคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณจริง ถ้าแน่จริงขอให้ระบุชื่อออกมาเลยว่าเป็นใคร และขอให้โพลสำนักต่างๆที่ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ โปรดเลิกยุให้ทั้งสองคนคุยกันได้เลย มันเป็นไปไม่ได้ และมีแต่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม

โต้ “ทักษิณ” ไม่เคยวิงวอนเจรจา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ติดต่อกับ คสช.หรือใครทั้งสิ้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องดังกล่าว แต่กลับถูกลากไปยุ่งเกี่ยวอย่างไม่ธรรม ข่าวที่ปรากฏไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย แต่ถูกบิดเบือนหลายครั้ง จึงอยากขอความเป็นธรรม อย่าพยายามลาก พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปเป็นเครื่องมือหรือสร้างประเด็นเงื่อนไขความขัดแย้งอีกเลย ท่านขอใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย ทำบุญสุนทาน ตามแบบประชาชนธรรมดา

ต้องปรองดองให้จบก่อนเลือกตั้ง

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บ้านเมืองที่มีปัญหาไม่ปรองดอง ไม่ใช่เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการปรองดอง ต้องเชิญทุกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งและฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมาหาทางออกร่วมกัน ให้ได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ยึดหลักให้อภัยเมตตากัน และใช้อำนาจพิเศษของหัวหน้า คสช. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 โดยออกเป็นคำสั่งทำให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกัน แต่ต้องไม่ใช่ข้อเสนอที่ให้อภัยโทษ โดยให้ผู้ที่ถูกกระทำเข้ามายังกระบวนการการรับผิดก่อน แบบนี้คงไม่ได้ เพราะผู้ถูกกระทำอาจรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพียงออกมาเรียกร้องเพราะความเห็นต่างทางการเมือง แต่กลับถูกดำเนินคดีอาญา เราจึงควรใช้หลักอภัยกัน หรือจะใช้คำว่านิรโทษกรรมก็ว่าไป ควรสร้างให้ได้ก่อนจะมีการเลือกตั้ง

ชี้ฟ้องแพ่งเกมต่อเนื่องคดีอาญา

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณีที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เตรียมหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ การประเมินตัวเลขความเสียหายในตอนนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง ฉะนั้นการจะคำนวณว่าขาดทุนเท่าไหร่ตอนนี้ถือว่าทำไม่ถูก และโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นนโยบายที่กระจายรายได้ให้ประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เหมือนกับการจ่ายเงินให้ชาวสวนยาง และชาวนาของรัฐบาลชุดนี้ ความจริงแล้วในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เศรษฐกิจดีกว่าปัจจุบันด้วยซ้ำ ตนมองว่าการออกมาบอกว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนจำนวนมากทั้งที่ข้าวยังขายไม่หมด เหมือนจะเอาให้ตาย เพื่อให้สอดรับกับคดีอาญาที่ดำเนินการอยู่

นัดเลือกองค์คณะพิจารณาคดี “ปู”

นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกา กล่าวว่า นัดประชุมผู้พิพากษาศาลฎีกาวันที่ 24 ก.พ. เพื่อคัดเลือกองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน พิจารณาคดี ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะเป็นการประชุมลับ โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปภายในห้องประชุม ภายหลังที่ประชุมคัดเลือกองค์คณะเสร็จสิ้นแล้ว ได้ประสานให้นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินการจัดทำเอกสารรายชื่อองค์คณะทั้ง 9 คน ให้กับทางสื่อมวลชนต่อไป

บี้คลังเรียกค่าเสียหายยุค “มาร์ค”

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับรัฐบาลและกระทรวงการคลังที่จะเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) อีก 70,000 ล้านบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกทาง ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนในต้นทุนที่ถูก สะท้อนว่านโยบายที่ดีไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลใดก็ควรทำต่อ และขอชื่นชมแนวทางด้านพลังงานที่รัฐบาลทำไป เพราะเป็นประโยชน์กับประเทศระยะยาว ส่วนเรื่องสัมปทานรอบที่ 21 อยากให้พิจารณาให้รอบคอบว่าแนวทางไหนจะเป็นประโยชน์กับประเทศมากที่สุด และฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเรียกร้องเรื่องพลังงานว่า สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์นอกจากการยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่สร้างปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานมาจนถึงปัจจุบันนี้แล้ว อยากให้ชี้แจงเรื่องการลงทุนโครงการออยล์แซนด์ในประเทศแคนาดา มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ที่ปัจจุบันต้องปิดดำเนินการ และโครงการปลูกปาล์มในประเทศอินโดนีเซียที่มีปัญหาการทุจริตอย่างมาก ซึ่งเรื่องเข้าสู่ ป.ป.ช.แล้วทั้ง 2 โครงการ สร้างความเสียหายเป็นแสนล้านบาท แบบนี้กระทรวงการคลังควรต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่

อดีต 258 ส.ส.ระทึก ป.ป.ช.จ่อสอย

วันเดียวกัน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า วันที่ 24 ก.พ.ที่ประชุม ป.ป.ช.จะลงมติพิจารณาคดีถอดถอนอดีต ส.ส. กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ซึ่งจากเดิมมีอดีต ส.ส.อยู่ในการพิจารณา 269 คน แต่เมื่อ ป.ป.ช.จัดหมวดหมู่ตามฐานความผิดของอดีต ส.ส.แต่ละคนเป็น 6 ฐานความผิดแล้ว พบว่าอดีต ส.ส.บางคนมีชื่อในฐานความผิดซ้ำกัน ทำให้ยอดจำนวนจึงลดลงมาเหลืออยู่ 258 คน โดยมีอดีต ส.ส.ที่ถูกพิจารณาคดีอาญากรณีเสียบบัตรแทนกันอีก 5 คน รวมทั้งสิ้น 263 คน ซึ่งการพิจารณาลงมตินั้น ป.ป.ช.จะยึดบรรทัดฐานจากการลงมติคดีถอดถอนอดีต ส.ว.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการไต่สวนคาดว่าจะมีอดีต ส.ส.ที่อยู่ในข่ายถูกลงมติยื่นถอดถอนต่อสนช. ประมาณ 250 คน และถูกดำเนินคดีอาญากรณีเสียบบัตรแทนกัน 5 คน

ลุ้นชี้คดี “มาร์ค-เทือก” สลายแดง

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.วันที่ 24 ก.พ.จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาคดีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการสลายการชุมนุมทางการเมืองช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค.2553 ซึ่งที่ประชุมจะพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาทั้งสามคนหรือไม่ หากมีการแจ้งข้อกล่าวหาคงต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะถึงขั้นตอนการลงมติชี้มูลความผิดหรือไม่

หวัง สนช.ปล่อยผีอดีต 263 ส.ส.

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี ป.ป.ช. เตรียมลงมติเพื่อส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการถอดถอนอดีต 263 ส.ส. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบว่า มั่นใจว่า สนช.จะดูกฎหมายเป็นและพิจารณาอย่างรอบคอบ กรรมการ ป.ป.ช.หลายท่านเป็นครูบาอาจารย์ อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่กลับทำเป็นไม่เข้าใจ ไม่อยากมองว่า ป.ป.ช.มีเจตนาพิเศษหรือมีนัยซ่อนเร้น แต่เชื่อว่า สนช.จะใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ และจะให้ความเป็นธรรมกับอดีต ส.ส.เหมือนที่ให้ความเป็นธรรมกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา

“เอนก” นำทีมคุยนักโทษการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 24 ก.พ. เวลา 09.30 น. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (คศป.) จะนำคณะผู้แทน เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่มีคดีอันเกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง กลุ่มแรก ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพ (ลาดยาว) เพื่อรับฟัง พูดคุยและสอบถามความเป็นอยู่บนพื้นฐานหลักมนุษยธรรม โดยผู้ต้องคดีกลุ่มนี้เป็นผู้ต้องคดีตั้งแต่ปี 2552 จนถึง 2557 โดยเป็นภารกิจส่วนหนึ่งของ คศป.ในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างความปรองดอง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางคดีอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง ระหว่าง พ.ศ.2548-2557

“ฉัตรชัย” ไม่ท้อได้โหวตที่โหล่

อีกเรื่อง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลสำรวจกรุงเทพโพลจัดอันดับผลงานด้านเศรษฐกิจให้อยู่อันดับสุดท้ายว่า ไม่ได้รู้สึกเสียใจ โพลไปถามนักวิชาการ ถ้าถามประชาชนน่าจะรู้ว่ากระทรวงพาณิชย์ทำงานดูแลค่าครองชีพเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการดูแลค่าครองชีพ แต่ค่าครองชีพไม่ได้มีแค่เรื่องราคาสินค้าอย่างเดียว ยังมีด้านอื่นอีกหลายหมวด เช่น บันเทิง ค่าเช่าบ้าน ค่าขนส่งสาธารณะ ที่ผ่านมาทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ท้อแท้ หรือผิดหวัง ยังทำงานเต็มที่เหมือนเดิม ทหารทำงานปิดทองหลังพระมาโดยตลอดอยู่แล้ว

ตั้ง กก.ตามผลงาน 38 แผนด่วน

ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล (กขน.)ว่า นายกฯรับทราบความก้าวหน้าของ กขน.ชุดต่างๆที่ติดตามประเมินผลนโยบายรัฐบาล และมีมติแต่งตั้งผู้ประสานงานขับเคลื่อนนโยบายระดับกระทรวง ให้มีผู้แทนแต่ละกระทรวงติดตามนโยบายเร่งด่วน 38 ด้าน และแบ่งกรอบขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล 5 ด้าน คือ 1.ความมั่นคง แก้ปัญหาค้ามนุษย์ จัดระเบียบสังคม รักษาความสงบเรียบร้อย ปราบปรามการหมิ่นสถาบัน 2.ด้านเศรษฐกิจ การบริหารจัดการน้ำ เกษตรโซนนิ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษ การจัดการระบบราง 3.ด้านสังคม ศึกษาและสาธารณสุข 4.ป้องกันและการปราบปรามการทุจริต 5.การต่างประเทศ

สั่ง คสช.ส่งทหารดูรับซื้อน้ำยาง

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวต่อว่า นายกฯยังสั่งการให้ คสช.กำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เข้าไปดูแลการรับซื้อน้ำยางสด ที่ล่าสุดรัฐบาลอนุมัติงบฯ 2 พันล้านบาทซื้อตรงจากชาวสวนยางให้เงินถึงมือจริง ไม่ใช่นายทุน ส่วนด้านการศึกษาจะมีการตั้งซุปเปอร์บอร์ดการศึกษาเพื่อปฏิรูปด้านการศึกษา เช่นเดียวกับเรื่องแรงงานต่างด้าว ที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำฐานข้อมูลให้ครอบคลุม ส่วนการค้ามนุษย์ให้กระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ชี้แจงให้นานาประเทศ เข้าใจ ว่าขณะนี้ประเทศไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาแล้ว

ส่ง “บิ๊กป้อม” บินเงียบถกเขมร

วันเดียวกัน เวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เดินทางไปประเทศกัมพูชา โดยปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลการเดินทางและไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวบริเวณท่าอากาศยานทหาร

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เป็นการเดินทางไปหารือในเรื่องของการเปิดด่านชายแดน การค้าขาย ทางด้านเศรษฐกิจ อาจจะมีการคุยเรื่องนี้เรื่องโน้นบ้าง เรื่องลมฟ้า อากาศ เรื่องสดชื่น รื่นเริง “โธ่เอ๊ย! ทำไมคุยกันไม่ได้รึ แล้วคิดว่าจะไปคุยอะไรกัน ผลประโยชน์ เรื่องเขาพระวิหาร จะรบกันให้ได้ใช่ไหม ในเมื่อเรื่องมันเงียบไปแล้วก็ให้มันเงียบไป จะไปยุ่งอะไรกับมันนักหนา”

ยังคงมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาเคลื่อนไหวต้านอำนาจ คสช.เป็นระยะ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะกล่าวเตือนมาตลอด ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะใช้อำนาจเด็ดขาดกับกลุ่มที่จ้องก่อความรุนแรง 24 ก.พ. 2558 07:58 24 ก.พ. 2558 08:14 ไทยรัฐ