วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครอบครัวลูกเรือประมงร้องนายกฯ ขณะเหยื่อ 10 รายกลับถึงไทยแล้ว

ครอบครัวลูกเรือประมงไทยร้องนายกฯ เร่งช่วยลูกหลานกลับจากอินโดนีเซียให้เป็นรูปธรรม ด้านเหยื่อค้ามนุษย์ที่เกาะอัมบน อินโดนีเซีย ทยอยกลับถึงไทยอีก 10 ราย

วันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายคำสอน แก้วบุญมา อายุ 55 ปี ชาวบ้านจาก อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และกลุ่มเครือข่ายครอบครัวแรงงานลูกเรือประมง-อดีตคนตกเรือ พร้อมด้วย นายสมัคร ทัพธานี หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสิทธิแรงงาน มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพแรงงาน (แอลพีเอ็น) เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชนและองค์กรประชาชน

ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่มมาตรการคุ้มครองเสรีภาพผู้ตกทุกข์ได้ยาก, คนตกเรือ และผู้เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานลูกเรือประมง ที่ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากยังมีแรงงานประมงชาวไทย พม่า และกัมพูชา ที่ไปทำงานเป็นลูกเรือประมงสัญชาติไทยที่อินโดนีเซีย และตกเรือรอคอยความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประสานรัฐบาลอินโดนีเซีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเกาะต่างๆ ที่มีแรงงานประมงตกค้างอยู่ จัดให้มีการลงพื้นที่จัดตั้งศูนย์รับเรื่องปัญหาแรงงานประมง เพื่อคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานประมงที่ประสบปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายสมัคร ทัพธานี หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสิทธิแรงงาน มูลนิธิแอลพีเอ็น กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจช่วยเหลือแรงงานผู้ประสบปัญหา ที่เกาะอัมบน และเกาะตวน ที่อินโดนีเซีย ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. 2557 ถึง 31 ม.ค. 2558 ทางมูลนิธิฯ สามารถช่วยเหลือลูกเรือประมงสัญชาติไทยกลับถึงประเทศไทยแล้ว เป็นจำนวน 30 ราย ในจำนวน 6 ครั้ง และในจำนวนดังกล่าวพบว่า เป็นแรงงานเด็กที่มีอายุกว่า 15 ปี จำนวน 2 ราย ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้ช่วยให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือด้านกฎหมายคดีความ และการคุ้มครองสวัสดิภาพจากหน่วยงานของรัฐ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองและการดำเนินคดีความของภาครัฐที่ผ่านมา ยังมีปัญหาและข้อจำกัดการจัดคุ้มครองผู้ตกทุกข์ได้ยาก คนตกเรือ และผู้ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ลูกเรือประมงไทย ทางมูลนิธิฯ จึงขอให้รัฐบาลดำเนินการจัดการปัญหาคุ้มครองเยียวยาเหยื่อและครอบครัวผู้ประสบปัญหา โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสำคัญ เพราะขณะนี้ยังมีแรงงานไทยอีกเป็นจำนวนมากในเกาะอัมบน เกาะตวน และเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะโมลุกกะ อินโดนีเซีย ที่ยังรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย

วันเดียวกัน (23 ก.พ.) เวลาประมาณ 20.15 น. คณะแรงงานไทยที่ถูกบังคับไปทำงานประมงที่เกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 10 คน ได้แก่ 1.นายชล (นามสมมติ) เหยื่อแรงงานเด็กอายุ 17 ปี ชาว จ.หนองคาย 2. นายวุธ (นามสมมติ) เหยื่อแรงงานเด็ก อายุ 18 ปี ชาว จ.บึงกาฬ 3. นายทรงพล ดอนจันทร์ดี อายุ 21 ปี จ.หนองคาย 4.นายเคน สีพิลา อายุ 51 ปี จ.หนองคาย 5.นายบุญทอม โนนราชา อายุ 39 ปี จ.นครพนม 6.นายสมจิตร ชุมเสนา อายุ 43ปี  จ.สุรินทร์ 7.นายอมรเทพ มนตรีปฐม อายุ 38 ปี จ.ชัยภูมิ 8.นายไสว แสวงทรัพย์ อายุ 36 ปี จ.บุรีรัมย์ 9.นายสมชาย สุขเอี่ยม อายุ 32 ปี จ.ชลบุรี และ 10.นายอ่อน อึ่งปลา จ.หนองบัวลำภู ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอัมบน อินโดนีเซีย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ คิวแซด 252

โดยมีเจ้าหน้าที่จากส่วนช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และกลุ่มเสี่ยง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ไปรับจากตัวคนไทยทั้ง 10 คน ที่หน้าประตูเครื่องบิน เพื่อนำไปดำเนินการตามกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และสอบปากคำคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ จากนั้นก็พาแรงงานประมงทั้งหมดออกมายังจุดนัดพบ อาคารผู้โดยสารดอนเมือง ขาเข้า โดยมีเจ้าหน้าที่ พม.และครอบครัวและญาติพี่น้องของแรงงานประมงทั้ง 5 คน จำนวนมากมาร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น.

ครอบครัวลูกเรือประมงไทยร้องนายกฯ เร่งช่วยลูกหลานกลับจากอินโดนีเซียให้เป็นรูปธรรม ด้านเหยื่อค้ามนุษย์ที่เกาะอัมบน อินโดนีเซีย ทยอยกลับถึงไทยอีก 10 ราย 24 ก.พ. 2558 06:41 24 ก.พ. 2558 09:31 ไทยรัฐ