วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ใคร" ประเมิน ครม.สอบผ่าน

"ใคร" ประเมิน ครม.สอบผ่าน

โดย สายล่อฟ้า
24 ก.พ. 2558 05:01 น.
  • Share:

“กรุงเทพโพล” ได้สำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ขององค์กรชั้นนำ 28 แห่ง จำนวน 66 คน ว่าด้วยผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรอบ 6 เดือน พบว่าภาพรวมได้ 5.62 คะแนน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ 6.62 คะแนน

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีพลังงาน ได้ 6.15 คะแนน

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ 6.07 คะแนน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีพาณิชย์ ได้คะแนนน้อยที่สุด 5.20 คะแนน

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการฯ ธปท. ได้ 7.54 คะแนน ถือว่าได้คะแนนสูงสุด

แต่มีคำถามที่น่าสนใจก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ควรปรับ ครม. หรือไม่ พบว่า 34.8% เห็นว่าควรจะมีการปรับ ครม.ด้วยเหตุผล

1.รัฐมนตรีไม่มีความเชี่ยวชาญจริง กรอบการทำงานแคบ ทำงานแบบราชการ ขาดแนวคิดใหม่ๆ ดังนั้นควรใช้มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทำหน้าที่แทนที่ดีกว่า

2.การปฏิบัติงานล่าช้า งานไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควรทำงาน เชิงรับมากกว่าเชิงรุก และทำงานไม่สอดประสานกัน

ขณะที่ 21.2% เห็นว่าไม่ควรปรับด้วยเหตุผล

1.เพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและโครงการต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้เวลา

2.รัฐบาลชุดนี้มีเวลาทำงานน้อยตามโรดแม็ปที่ได้ประกาศไว้ จึงไม่ควรมีการปรับเปลี่ยนกันใหม่

ทว่ามีนักเศรษฐศาสตร์มากถึง 44.0% ที่ไม่ยอมแสดงความเห็น ในเรื่องนี้

ที่ผมนำข้อมูลนี้มากล่าวถึงก็เนื่องมาจากก่อนหน้านี้นายกฯยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยน ครม. เนื่องจาก “รัฐมนตรีทุกคนสอบผ่าน”

นั่นเป็นคำตอบของนายกฯที่ประเมิน ครม.ตามความคิดของตัวเองว่า เหมาะสมที่จะทำงานร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะการยํ้าว่า “สอบผ่าน”

แต่เรื่องนี้การประเมินของนายกฯว่าไม่ต้องมีการปรับ ครม. ใหม่นั้นคงเป็นมุมมองภายในเท่านั้น ยังไม่ใช่มุมมองจากภายนอกที่อาจจะมองเห็นแตกต่างกันก็ได้ หรือนายกฯอาจไม่อยากจะกล่าวถึงเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาหากมีการปรับ ครม.

ใครจะรู้ว่าในใจจริงๆแล้วอาจจะต้องการปรับ ครม.ก็ได้

จากบรรดานักเศรษฐศาสตร์ที่เห็นว่า นายกฯควรจะปรบ ครม. ให้ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนน่าจะเป็นสิ่งที่ควรมองอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้คงจะเป็นคำตอบได้ เพราะยังไม่ฟื้นขึ้นมาอย่างที่ควรจะเป็น

ผู้ว่าการฯ ธปท.เปิดเผยว่า สภาพคล่องในระบบการเงินของไทย มีเพียงพอที่จะสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะแต่ละวันมีสภาพคล่องส่วนเกินในระบบอยู่ประมาณ 7-900,000 ล้านบาท เป็นเงินของธนาคารพาณิชย์ที่เหลือจากการปล่อยสินเชื่อนำมาฝากไว้ที่ ธปท.ในแต่ละวัน

นั่นแสดงว่าจะต้องเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติแล้ว เพราะไม่มีนักลงทุนกู้เงินไปลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งๆที่มีเงินรออยู่ในแบงก์จำนวนมาก

คำตอบก็คือความไม่มั่นใจจนไม่กล้าลงทุน ไม่มีโครงการใหญ่ จากภาครัฐจนทำให้นักลงทุนไม่มีงานอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจฟุบตัวเลขจีดีพีไม่กระเตื้อง

“รัฐมนตรี” ไม่มีฝีมือพอที่จะแก้ไขปัญหาได้

เหนืออื่นใดก็ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ ว่าจะปรับหรือไม่ปรับ แต่ภาวะความเป็นจริงที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนภาพฝีมือการทำงานและการบริหารงานของรัฐมนตรีด้วย

ถ้าไม่ประเมินแบบเข้าข้างตัวเอง และรับฟังเสียงจากภายนอกจะได้คำตอบที่ชัดเจน.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้