วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรงแรมพูคาน่านฟ้า หนึ่งในตำนานเมืองน่าน

โดย ซูม

เมื่อ พ.ศ.2525 ซึ่งเป็นปีแรกของแผนพัฒนาฉบับที่ 5 และมีการประกาศใช้ “แผนพัฒนาชนบท” เป็นครั้งแรก...จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบนที่จัดอยู่ในขั้นยากจนมาก

ผมจำไม่ได้แล้วว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัวของน่านอยู่ที่กี่บาทในช่วงต้นของแผนฯ 5 แต่จำได้แม่นยำว่า เป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวอยู่ท้ายๆ ของประเทศไทยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่อยู่ท้ายๆของภาคเหนือเลย

วันแรกที่ผมมาสำรวจจังหวัดน่านยังจำได้ดีว่าเดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ทั่วเมืองแล้ว เพราะมีตัวเมืองหรือที่ฝรั่งเรียกว่า “ดาวน์ทาวน์” อยู่กระจุกเดียวเท่านั้น
ตกกลางคืนก็เงียบสนิท มีเพียงโรงหนังกลางเมืองโรงเดียวที่เปิดเพลงบรรเลง รอฉายหนังไทยเรื่องหนึ่งอยู่ และดูเหมือนจะมีคนไปยืนรอที่หน้าโรงเพียงไม่ถึง 100 คน

ผมมานอนค้างที่ โรงแรมเทวราช ซึ่งเป็นโรงแรมสร้างใหม่กลางเมืองและจำได้ดีว่าข้างๆนั้นเอง มีโรง-แรมไม้เก่าๆอยู่โรงแรมหนึ่ง เก่าคร่ำคร่ามากจนคนที่ไม่คุ้นเคยกับเมืองน่านไม่กล้าเข้าพัก โดยเฉพาะข้าราชการที่เดินทางไปสำรวจเป็นครั้งคราว และกลัวความเก่าแก่แบบพวกผม

ใครจะนึกล่ะว่าโรงแรมนี้อีก 30 กว่าปีให้หลัง จะเป็นที่ถูกใจ และ ถูกชะตาของคุณ บัณฑูร ล่ำซำ ประธานคณะผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย จนถึงขั้นตัดสินใจซื้อเป็นกรรมสิทธิ์แล้วตกแต่งปรับปรุงใหม่

กลายเป็น โรงแรมพูคาน่านฟ้า ที่ยังคงความเป็นโรงแรมไม้อยู่แต่ข้างในตกแต่งอย่างคลาสสิก สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ห้องละ 2,300 ต่อคืนขึ้นไป จนถึงห้องสูทคืนละ 5,200 บาท ในปัจจุบัน

ผมได้ยินเรื่องเล่าของคุณบัณฑูร ในการตัดสินใจซื้อโรงแรมไม้โรงแรมนี้มาบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นในช่วงที่ปรับปรุงใหม่แล้ว

ไปเที่ยวนี้ผมเลยถือโอกาสเดินจากโรงแรมที่ผมพักซึ่งอยู่ชานเมือง (โรงแรมน่านบูติก) สัก 15 นาที ก็มาถึง ถนนสุมนเทวราช อันเป็นที่ตั้งของ โรงแรมพูคาน่านฟ้า โฉมใหม่

ได้รับการต้อนรับจากพนักงานต้อนรับอย่างดีเกินคาด เมื่อผมบอกว่าผมไม่ได้พักที่นี่หรอกครับ แต่อยากมาเห็นเธอก็แนะนำทันทีว่า เดินเข้าไปข้างในซีคะ มีห้องสมุดอยู่ และถ้าเลี้ยวซ้ายหน่อยก็จะเป็นคอฟฟ่ีช็อป และตอนขาออกอย่าลืมแวะห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของร้านภูฟ้าของสมเด็จพระเทพฯด้วยนะคะ
หลังจากวนเวียนอยู่ 10 นาที แวะชมสถานที่ที่เธอแนะนำครบถ้วน ผมก็รํ่าลาและคว้าเอกสารแนะนำโรงแรมมาด้วยฉบับหนึ่ง

ผมขออนุญาตจบข้อเขียนวันนี้ด้วยข้อความในเอกสารฉบับนี้ก็แล้วกันครับ เพราะเขียนได้อย่างเว้าซื่อๆ ตรงไปตรงมา น่ารักมาก

“น่านในอดีตเป็นอาณาจักรลานนาตะวันออก ก่อตั้งโดยราชวงศ์พูคา เมื่อกว่า 700 ปีมาแล้ว และได้ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน แต่บัดนี้ผู้คนเริ่มที่จะมาค้นพบคุณสมบัติอันน่าชื่นชมทะนุถนอมของแผ่นดินนี้

ท่านสามารถมาสัมผัสอย่างสบายๆกับธรรมชาติ วัฒนธรรม ความเป็นมิตร และความมีชีวิตที่เรียบง่ายของคนเมืองน่าน

โรงแรมพูคาน่านฟ้านั้นเป็นตำนาน เริ่มต้นเมื่อประมาณ 80 ปีมาแล้ว ต่อมาโรงแรมไม้ล้วนสามชั้นสิบสี่ห้องแห่งนี้ ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ และตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน

บรรยากาศภายในเป็นลานนาดั้งเดิม บัดนี้พร้อมด้วยความสะดวกสบายทันสมัย ที่จะทำให้การมาพักของท่านสุขกายและสมใจ

มาที่นี่เถิด มาต้องสะกดด้วยเสน่หามนตราแห่งลานนานี้”

ก็คงจะพอเป็นคำตอบได้พอสังเขปนะครับว่า เมืองน่านที่โด่งดังอย่างฉับพลันในระยะหลังๆ จนแม้คุณบัณฑูรเองก็ตัดสินใจย้ายสำมะโนครัวไปเป็นคนเมืองน่านด้วยนั้น ที่แท้ก็อยู่ที่มนตราแห่งลานนา และความสงบเงียบ ตลอดจนความเป็นมิตรของคนเมืองน่านนี่เอง.

“ซูม”

23 ก.พ. 2558 10:39 23 ก.พ. 2558 10:39 ไทยรัฐ