วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยเหมือนฟุตบอล กฎกติกาต้องเข้มแข็ง

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์กฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปบรรยายเรื่อง “การพัฒนาประชาธิปไตย” ให้ นักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 6 สวปอ.มส.6 ฟัง ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ท่านได้ยกตัวอย่าง “ฟุตบอล” กีฬายอดฮิตไปเปรียบเทียบกับ การพัฒนาประชาธิปไตย

แล้วฟุตบอลไปเกี่ยวอะไรกับการพัฒนาประชาธิปไตย?

ดร.ปริญญาบอกว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเอาชนะกันอย่างเดียว ไม่มีการประนีประนอม แต่กีฬาฟุตบอลก็ยังเล่นกันมาได้จนทุกวันนี้ กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่นิยมกันทั่วโลก รวมทั้งไทยด้วย กีฬาฟุตบอลที่ยังเล่นกันได้ แม้จะต้องห้ำหั่นกันสุดฤทธิ์เพื่อเอาชนะกันอย่างเดียว ก็เพราะ “มีกฎกติกา” ที่แข็งแรง และ ผู้เล่นทุกคนเคารพกฎกติกา ไม่งั้นจะถูกกรรมการไล่ออกจากสนาม โทษร้ายแรงก็ห้ามลงเล่น เหมือนการเว้นวรรคการเมือง 5 ปีนั่นแหละ

ตัวอย่างนี้ทำให้มองเห็นภาพ “การสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรง” ได้ชัดเจนมาก

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ดร.ปริญญา ถ้าต้องการสร้างประชาธิปไตยไทยให้แข็งแรง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้อง “สร้างกฎกติกาให้แข็งแรง” นักการเมืองคนใดทำผิดกฎกติกาต้องลูกลงโทษทันที โทษเบาก็ให้ใบเหลือง โทษหนักก็ให้ใบแดงไล่ออกจากสนาม ถ้าทำผิดซํ้าได้ใบเหลืองสองใบก็ต้องถูกใบแดงไล่ออกเหมือนกัน หรือโทษหนักมากก็ไล่ออกจากสนามไปเลย

ต้องใช้กฎกติกาที่เข้มงวดเหมือนฟุตบอล ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เต็มไปด้วย นักการเมืองศรีธนญชัยขี้โกง จึงจะพัฒนาให้แข็งแรงได้ ต้องคัดคนไม่ดีออกไป เพื่อให้คนดีอยู่ได้ บ้านเมืองจึงจะพัฒนา ประชาธิปไตยจึงจะก้าวหน้าไปได้

ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่เรื่องการปรองดองกับผู้ทำผิดกฎกติกา แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำตามกฎกติกา ทำไม “กฎกติกาฟุตบอล” เราจึงรับได้ แม้จะลงโทษไล่นักฟุตบอลที่เราชอบออกจากสนาม เพราะทำผิดกฎกติกา แม้บางครั้งกรรมการในสนามจะตัดสินผิดพลาด เราก็ยังยอมรับ แต่ทำไม “กฎกติกาบ้านเมือง” เราจึงรับไม่ได้ เมื่อมีการลงโทษนักการเมืองที่ทำผิดกฎกติกาบ้านเมือง

เมื่อวานนี้ “สวนดุสิตโพล” ได้แถลงผลการสำรวจเรื่อง “ความปรองดอง” ถามว่า ทำไมการสร้างความปรองดองของคนในชาติจึงยากลำบาก เป็นคำถามที่ดีมาก

คำตอบที่ออกมา อันดับ 1 ร้อยละ 86.26 ตอบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทิฐิ เลือกข้างเลือกฝ่าย ไม่รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันดับ 2 ร้อยละ 80.92 ตอบว่า คนเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ แก่งแย่งชิงดี อันดับ 3 ร้อยละ 76.61 ตอบว่า ความเหลื่อมลํ้าทางสังคม สภาพเศรษฐกิจ การแบ่งชนชั้น คนรวยคนจน อันดับ 4 ร้อยละ 75.43 ตอบว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน สร้างกระแส มุ่งใส่ร้ายโจมตีกัน อันดับ 5 ร้อยละ 65.37 ตอบว่า กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง มีสองมาตรฐาน

ไม่มีใครตอบเรื่อง “กฎกติกาบ้านเมือง” เลย มีเพียง อันดับ 5 ที่ตอบใกล้เคียง บอกว่า กระบวนการยุติธรรมไม่เข้มแข็ง ก็ต้องไปสร้างความเข้มแข็งที่ตรงนั้น ก็เหมือนฟุตบอล กรรมการตัดสินต้องเข้มแข็ง ยึดมั่นในกฎกติกาแข่งขันเคร่งครัด ถ้ากรรมการอ่อนแอไม่เข้มแข็ง ตัดสินผิด ตัดสินสองมาตรฐาน สุดท้ายก็ต้องถูกไล่ออก

การร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ จึงไม่ควร ใส่ผักชีใบหญ้าลงไปมากมาย แต่ควรจะ สร้างหลักการประชาธิปไตยให้ชัดเจน โดยเฉพาะ “กฎกติกาต่างๆ” ส่วน “รายละเอียดของกฎกติกา” ก็ไม่เขียนลงใน “กฎหมายลูก” จะเขียนเป็นเล่มหนาเหมือน กฎกติกากอล์ฟของยูเอสพีจีเอ ก็เขียนกันไปเถอะ เอาให้ละเอียดยิบทุกแง่ทุกมุม จะได้ไม่ต้องไปเถียงตีความกันให้วุ่นวาย

ที่สำคัญคนไทยจะต้องเรียนรู้ที่จะ “เคารพกฎกติกา” เหมือนฟุตบอล เพื่อเป็น “ฐานราก” อันแข็งแกร่งในการ พัฒนาประชาธิปไตย ต่อไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

23 ก.พ. 2558 10:26 23 ก.พ. 2558 10:33 ไทยรัฐ